Toggle navigation
วันอังคาร ที่ 24 มีนาคม 2569
หน้าแรก
ข่าวสาร
วิเคราะห์-บทความ-ต่างประเทศ
ประกัน
ยานยนต์
การเงิน-ธนาคาร
หุ้น-กองทุนรวม
อสังหาริมทรัพย์
พลังงาน-คมนาคม-โลจิสติกส์
อุตสาหกรรม-เออีซี-เอสเอมอี
ไอที
การศึกษา-กทม
การตลาด-ซีเอสอาร์
เกษตรยุคใหม่-ภูมิภาค
บันเทิง
ขายตรง
ประชาสัมพันธ์
PR NEWS -ข่าวประชาสัมพันธ์
ไลฟ์สไตล์
ท่องเที่ยว
แฟชั่นโซไซตี้-ดูดวง
ช๊อป-ชิม-ชิล
สุขภาพ-ความงาม
วิดีโอ-คลิปข่าว
E-Book
นสพ. สยามธุรกิจ
ติดต่อเรา
สามารถส่งข้อมูล ข่าวสาร ทางอีเมลล์ : siamturakijonlinenews@gmail.com และ สำหรับฝ่ายโฆษณา ทางอีเมลล์ : siamturakijadvertising@gmail.com
หน้าแรก
ไอที-ดิจิทัล-มีเดีย
AIT เปิดแผนรุก‘ดาต้าเซ็นเตอร์ – คลาวด์’รับแนวโน้มความต้องการใช้งานพุ่ง
AIT เปิดแผนรุก‘ดาต้าเซ็นเตอร์ – คลาวด์’รับแนวโน้มความต้องการใช้งานพุ่ง
วันพฤหัสบดีที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559
Tweet
(25 กุมภาพันธ์ 2559) - AIT เปิดเกมบุกอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศปี 59 ลุยขยายไลน์ธุรกิจให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์และคลาวด์ รับแนวโน้มเทคโนโลยีและพฤติกรรมการใช้งานด้านอินเทอร์เน็ตของลูกค้าเปลี่ยน หวังสร้างความมั่นคงด้านรายได้ระยะยาว ช่วยหนุนความแข็งแกร่งให้แก่ผลการดำเนินงาน ชี้แนวโน้มงานประมูลจากภาครัฐฟื้นตัวดีขึ้น คาดช่วยดันภาพรวมรายได้ปีนี้เติบโต 10% พร้อมยกเครื่ององค์กรปรับโฉมสู่ Smart Company เต็มรูปแบบ
นายศิริพงษ์ อุ่นทรพันธุ์ ประธานคณะกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอ็ดวานซ์ อินฟอร์เมชั่นเทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ AIT ผู้นำในธุรกิจบริการออกแบบและรับเหมาวางระบบโครงข่ายเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เปิดเผยว่า ในปี 59 นี้ บริษัทฯ มีแผนการสร้างความมั่นคงทางรายได้ต่อเนื่องจากปี 58 โดยการขยายการลงทุนทั้งในและต่างประเทศนอกเหนือจากการขยายฐานลูกค้าของธุรกิจ SI ที่ขายในรูปแบบของโครงการ ซึ่งบริษัทฯ มีแผนธุรกิจเข้าสู่การให้บริการศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์และคลาวด์ เพื่อรองรับเทคโนโลยีที่ก้าวเข้าสู่ Internet of Thing (IoT) ที่ปัจจุบันกลุ่มผู้ใช้งานสามารถใช้อุปกรณ์สื่อสารที่มีความหลากหลายทั้งจากโทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ตและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิคส์ต่างๆ ในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเพื่อสื่อสารระหว่างกันและแสดงผลในรูปแบบแอพพลิเคชั่นได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้น ซึ่งส่งผลต่อพฤติกรรมการใช้งานด้านอินเทอร์เน็ตของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป รวมถึงกลุ่มองค์กรภาครัฐและเอกชนที่มีความจำเป็นต้องใช้ระบบไอทีในการเป็นศูนย์ข้อมูล (Disaster Recovery Center) และจัดเก็บฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (บิ๊กดาต้า) เพื่อนำมาใช้วิเคราะห์ ติดต่อสื่อสารและจัดทำข้อมูลเพื่อนำเสนอสินค้าและบริการไปยังลูกค้าผ่านโลกออนไลน์ จึงทำให้หลายองค์กรมีความจำเป็นต้องบริหารจัดการด้านข้อมูลให้มีประสิทธิภาพ และนำมาสู่ความต้องการพื้นที่ในการจัดเก็บข้อมูลผ่านดาต้าเซ็นเตอร์ที่เพิ่มสูงขึ้นและการประมวลผลข้อมูลที่รวดเร็วขึ้นด้วย
ขณะเดียวกัน บริษัทฯ พบว่ายังมีกลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ที่มีความต้องการใช้ดาต้าเซ็นเตอร์ เพื่อลดต้นทุนด้านไอทีลง อีกทั้งสร้างขีดความสามารถการแข่งขันทางธุรกิจด้วยเช่นกัน ดังนั้น AIT จึงเห็นโอกาสการรุกขยายธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์และคลาวด์เพื่อให้บริการแก่กลุ่มลูกค้าดังกล่าว โดยคาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ภายในปลายปี 2559 นี้ ซึ่งการลงทุนดังกล่าวจะทำให้ AIT สามารถต่อยอดการให้บริการสู่ธุรกิจ Cloud Service เพื่อรองรับความต้องการของผู้ใช้งานทั้งรายย่อยและรายใหญ่ได้อีกด้วย
“เรามีเป้าหมายที่ต้องการสร้างความมั่นคงด้านรายได้ในระยะยาว ด้วยการลงทุนในธุรกิจบริการและการขยายฐานกลุ่มลูกค้าไปยังบริษัทองค์กรภาคเอกชนให้มากขึ้น จึงมุ่งขยายเข้าสู่ธุรกิจการให้บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร โดยเริ่มต้นจากธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์และคลาวด์ ซึ่งถือเป็นเทรนด์ที่ผู้บริโภคและองค์กรภาคเอกชนทั่วโลกซึ่งรวมถึงประเทศไทย ที่ต้องการเพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงทรัพยากรทางด้านไอที และเพิ่มความรวดเร็วในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจขององค์กร และการให้บริการแก่ลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น รวมถึงการก้าวสู่เข้าสู่สังคมดิจิทัลเต็มรูปแบบของประเทศไทยในอนาคต” นายศิริพงษ์ กล่าว
ประธานคณะกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ AIT กล่าวว่า ส่วนธุรกิจหลักด้าน SI หรืองานวางระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารนั้น บริษัทฯ ประเมินว่าในปีนี้การประมูลงานจะเริ่มฟื้นตัวไปในทิศทางที่ดีขึ้นหลังจากภาครัฐมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจในด้านต่างๆ ผ่านการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและการลงทุนด้านไอซีที เพื่อผลักดันเศรษฐกิจไทยก้าวสู่ Digital Economy ซึ่งจะทำให้หน่วยงานรัฐวิสาหกิจและภาคเอกชนเกิดการลงทุนด้านไอทีเพิ่มขึ้น โดยคาดว่าจะมีมูลค่าการลงทุนด้านไอทีเกิดขึ้นรวมกว่า 40,000 ล้านบาทจากงานโครงการโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีจากภาครัฐ เช่น โครงการลงทุนขยายโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงให้ครอบคลุมทุกหมู่บ้านทั่วประเทศ และโครงการเพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายอินเทอร์เน็ตระหว่างประเทศสู่การเป็นอาเซียนดิจิทัลฮับของรัฐบาลเพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมของไทย พร้อมทั้งโครงการด้านระบบ ERP ของรัฐวิสาหกิจต่างๆ ที่มีความจำเป็นอยู่อีกหลายโครงการ ซึ่งคาดว่าจะสามารถดำเนินการในปีนี้ นอกจากนั้นยังมีการลงทุนด้านไอซีทีที่แฝงอยู่ในโครงการสร้างและขยายระบบขนส่งคมนาคมต่างๆ อีกจำนวนไม่น้อย ซึ่งบริษัทฯ ให้ความสนใจเข้าร่วมประมูลด้วย
ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังเห็นว่า การเจริญเติบโตอย่างแข็งแรง มั่นคงและยั่งยืนขององค์กรต่างๆ ในยุคโลกาภิวัฒน์ที่นับวันจะทวีความรุนแรงด้านการแข่งขันขึ้นทุกวัน องค์กรจำเป็นต้องพัฒนาตนเองให้มีประสิทธิภาพเพื่อสร้างความได้เปรียบเหนือคู่แข่ง โดย AIT อยู่ระหว่างการพัฒนาระบบเทคโนโลยีและระบบ การดำเนินงานภายในเพื่อให้เป็น Digital Company พร้อมทั้งพัฒนาบุคลากรทุกคนของ AIT ให้มีความเป็นมืออาชีพ โดยมีเป้าหมายต้องการให้ AIT ก้าวไปสู่ Smart Company ภายในอีก 3 ปีข้างหน้า
“เราเชื่อว่า การนำเทคโนโลยีมาใช้อย่างเฉลียวฉลาด การปรับระบบขั้นตอนการทำงานให้มีประสิทธิภาพและการพัฒนาคนให้เป็นมืออาชีพ จะเป็นแนวทางนำเราไปสู่การเป็น Smart Company และในที่สุด เราจะนำประสบการณ์นี้ไปช่วยเหลือหรือแลกเปลี่ยนกับลูกค้าในการพัฒนาองค์กรให้เป็น Smart Company ต่อไป” นายศิริพงษ์ กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
The Associated Press
"JMART" ประกาศแผนปี 69 ปั้น Brand Identi...
...
Xioami เปิดอาณาจักรที่อู่ฮั่น ต้นแบบโรงง...
...
เอเซอร์ครบรอบ 50 ปี ประกาศยุทธศาสตร์ “Th...
...
เลอโนโวประกาศความพร้อมวางจำหน่ายผลิตภัณฑ...
...
เน็ตแอพ เปิดตัว EF-Series รุ่นใหม่ รองรั...
...
บริษัท สมาร์ท โกลด์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด SMART GOLD MEDIA GROUP CO.,LTD. ติดต่อสอบถาม โทร : 0893284192 , ID Line : @siamturakij และ ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ
×
เว็บไซต์ “สยามธุรกิจ” ใช้คุกกี้เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น อ่านนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Policy) และ นโยบายคุกกี้ (Cookie Policy)
กดยอมรับ