มาส่องมาตรการเข้มสู้โควิด-19 “เหล่าห้างสรรพสินค้า” พร้อมเปิดบริการแล้วหลังรัฐคลายมาตราการล็อกดาวน์17พ.ค.63 นี้

วันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

มาส่องมาตรการเข้มสู้โควิด-19 “เหล่าห้างสรรพสินค้า” พร้อมเปิดบริการแล้วหลังรัฐคลายมาตราการล็อกดาวน์17พ.ค.63 นี้


หลังจากเริ่มเกิดสถานการณ์เจ้าไวรัสโควิด-19 ระบาดหนักขึ้นภายในประเทศไทยส่งผลให้ทางภาครัฐได้สั่งให้มีการปิดสถานที่ต่างๆที่เป็นจุดเสี่ยงเพื่อป้องกันการติดเชื้อที่อาจจะเพิ่มขึ้นจนทำให้สถานการณ์ควบคุมได้ยากขึ้นและสถานที่หนึ่งที่ต้องปิดด้วยเช่นกันก็คือ ศูนย์การค้าหรือห้างสรรพสินค้านั้นเอง แต่จะมีเพียงโซนซุปเปอร์มาร์เก็ตและขายอาหารที่เปิดบริการเฉพาะซื้อกลับบ้านได้เท่านั้นโดยได้มีการปิดไปตั้งแต่วันที่ 22 มีนาคม ที่ผ่านมาจวบจนปัจจุบันก็เป็นเวลาเกือบ 2 เดือนแล้วซึ่งสถานการณ์ ณ ขณะนี้ตัวเลขผู้ติดเชื้อในประเทศไทยมีจำนวนที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้สถานการณ์เริ่มดีขึ้น

ล่าสุดทางภาครัฐได้มีผ่อนปรนคลายล็อคในขั้นที่ 2 ให้เปิดห้างสรรพสินค้าได้ตามปกติ แต่จะต้องมีมาตรการดูแลตามที่ทางรัฐกำหนด โดยห้างต้องเปิดและปิดพร้อมกันเวลา 10.00-20.00 น.เริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 17 พ.ค.2563 เป็นต้นไป ส่งผลให้เหล่าบรรดาห้างสรรพสินค้าทั้งหลายต่างๆได้ออกมาแสดงมาตราการความพร้อมในการเปิดห้างในการป้องกันความปลอดภัยขั้นสูงสุดเพื่อสอดรับสู่วิถี NEW NORMALในการเปิดห้างฝ่าวิกฤติไวรัสโควิด-19 แบบเต็มรูปแบบ

***“กลุ่มเดอะมอลล์ กรุ๊ป” ออกมาตราการความปลอดภัยครอบคลุมทุกมิติด้วย 5 มาตรการหลัก และ 6 มาตรการเสริมสำหรับกลามธุรกิจต่างๆ รวม 100 มาตรการ***

วรลักษณ์ ตุลาภรณ์ ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด ระบุว่า ศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้าในเครือเดอะมอลล์ กรุ๊ป ทั้งหมด อันประกอบด้วย เดอะมอลล์ ทุกสาขา, ดิ เอ็มโพเรียม, ดิ เอ็มควอเทียร์, พารากอนดีพาร์ทเม้นต์สโตร์จะกลับมาเปิดบริการอีกครั้ง ตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม 2563 เป็นต้นไป โดยวันจันทร์ - วันพฤหัสบดี เปิดให้บริการ ตั้งแต่เวลา 11.00 น.- 20.00 น. และวันศุกร์ - วันอาทิตย์, วันหยุดนักขัตฤกษ์ เปิดให้บริการ ตั้งแต่เวลา 10.00 น.- 20.00 น. ยกเว้นกิจการดังต่อไปนี้ 1.โรงภาพยนตร์ 2.สวนน้ำ สวนสนุก 3.สถานที่ออกกำลังกายฟิตเนส 4.ร้านอาหารในส่วน Helix Sky Dining (ดิ เอ็มควอเทียร์)

โดยทางห้างได้คิดค้นและพัฒนามาตรการต่างๆ เพื่อให้สอดรับกับ NEW NORMAL ที่จะเกิดขึ้นให้ได้มากที่สุด เราจึงได้เตรียมความพร้อมแบบรัดกุมและรอบด้านเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนและภาครัฐว่าห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้าในกลุ่มเดอะมอลล์ กรุ๊ป ทุกสาขา มีความสะอาดและปลอดภัยด้วยมาตรการความปลอดภัยและสุขอนามัยเชิงรุกขั้นสูงสุด แบบครอบคลุมทุกมิติ ซึ่งประกอบด้วย 5 มาตรการหลัก 34 มาตรการย่อย สำหรับลูกค้า และ 6 มาตรการเสริม 66 มาตรการย่อย สำหรับ 5 กลุ่มธุรกิจ รวม 100 มาตรการ อาทิ มาตรการตรวจคัดกรอง มาตรการจำกัดจำนวนคนต่อพื้นที่ มาตรการสังคมไร้สัมผัส และมาตรการเฝ้าระวังติดตาม ซึ่งผู้มาใช้บริการจะต้องลงทะเบียนผ่านจุดบริการหรือแอปพลิเคชั่นก่อนเข้าพื้นที่ และสำหรับกลุ่มธุรกิจที่ให้บริการภายในศูนย์การค้า อาทิ พนักงานต้องแสดงใบรับรองแพทย์ก่อนกลับมาปฏิบัติงาน การทำความสะอาดทุก 1 ชั่วโมง และ Big Cleaning อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ต้องมีระบบการจองคิวล่วงหน้าและเรียกรับบริการผ่านแอปพลิเคชั่น เพื่อเลี่ยงการรอหน้าร้าน เป็นต้น อีกทั้ง เพื่อลดความแออัด จึงขอให้ผู้ที่จะมาใช้บริการภายในห้างสรรพสินค้าในเครือทำการลงทะเบียนล่วงหน้าผ่านระบบออนไลน์ หรือจุดลงทะเบียนที่เตรียมไว้ และใช้บริการในห้างไม่เกินหรือเฉลี่ยคนละ 2 ชั่วโมง

***“เครือกลุ่มเซ็นทรัลรีเทลจัดหนักข้อกำหนดครอบคลุมใน 5 หัวข้อหลัก 26 มาตรการเข้มด้านสุขอนามัย ภายใต้คอนเซ็ปต์ ห้างเซ็นทรัล สะอาด ปลอดภัย อุ่นใจ เสมือนอยู่บ้าน”***

ณัฐธีรา จิราธิวัฒน์ บุญศรี กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด ในเครือกลุ่มเซ็นทรัลรีเทล เปิดเผยว่า จากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส โควิด-19 (COVID-19)จนนำไปสู่การประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ให้มีการปิดหลายสถานที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาด รวมทั้งปิดห้างสรรพสินค้าทั่วประเทศชั่วคราวตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา ถ้ารัฐบาลได้มีการประกาศผ่อนปรน อนุญาตให้หลายสถานที่รวมถึงห้างสรรพสินค้า สามารถกลับมาเปิดให้บริการได้ตามปกติ ห้างเซ็นทรัล ก็มีความพร้อมจะเปิดให้บริการ ทั้ง 23 สาขาทั่วประเทศอีกครั้ง

สำหรับในการเตรียมความพร้อมที่จะกลับมาเปิดให้บริการในครั้งนี้ ห้างเซ็นทรัลตระหนักถึงความสำคัญของสุขอนามัย และความปลอดภัยของลูกค้า พนักงาน รวมถึงพนักงานในร้านค้าทุกคนเป็นอันดับแรก เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นในการมาใช้บริการหรือปฏิบัติงานที่ห้างเซ็นทรัล เราจึงได้วางคอนเซ็ปต์ “ห้างเซ็นทรัล สะอาด ปลอดภัย อุ่นใจ เสมือนอยู่บ้าน” โดยมีข้อกำหนดครอบคลุมใน 5 หัวข้อหลัก 26 มาตรการเข้มด้านสุขอนามัย ที่จะทำให้ทุกพื้นที่ของห้างฯ เป็นเหมือนบ้านหลังที่สองที่มีความสะอาด ปลอดภัย ไร้ความกังวล ของทุกคน อันสอดคล้องกับมาตรการของภาครัฐ ดังนี้ หัวข้อหลักที่ 1 “ปลอดภัยสูงสุด” หัวข้อหลักที่ 2 “เคร่งครัด คัดกรอง” หัวข้อหลักที่ 3 “สะอาด ปลอดภัย ไร้กังวล” หัวข้อหลักที่ 4 คือ “เว้นห่าง อย่างห่วงใย” หัวข้อหลักที่ 5 คือ “ลดเสี่ยงจากสัมผัส”

***“เซ็นทรัล เอ็มบาสซีทำ Deep Cleaning ทั่วทั้งศูนย์การค้าฯ เตรียมดำเนินการมาตรการ 5 แกนหลัก สะอาด มั่นใจ ในทุกตารางเมตร***

บรม พิจารณ์จิตร กรรมการผู้จัดการ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี กล่าวว่า หลังจากรัฐบาลไฟเขียวให้ผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ในเฟสที่สอง ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี จับมือผู้ประกอบธุรกิจกว่า 100 ร้านค้าภายในศูนย์ฯ พร้อมเปิดให้บริการอีกครั้ง ในวันที่ 17 พ.ค. 63 ตั้งแต่เวลา 11.00 – 20.00 น. ยกเว้น โรงภาพยนตร์ สนามเด็กเล่น ร้านสปาและร้านนวด โดยยกระดับมาตรการความสะอาดและความปลอดภัยเชิงรุก ตามแผนปฏิบัติการ “เซ็นทรัล

 “เพื่อเพิ่มความมั่นใจในสุขอนามัยและความปลอดภัยให้แก่ลูกค้า ผู้ประกอบการ พนักงานของร้านค้า และพนักงานขององค์กรเราได้มีการทำ Deep Cleaning รวมถึงได้เตรียมความพร้อมในทุกๆ ด้านอย่างเต็มที่ โดยมุ่งเน้นให้ทุกคนปฏิบัติตามมาตรการที่ภาครัฐประกาศและกำหนดไว้อย่างเคร่งครัด รวมไปถึงการขอความร่วมมือจากพันธมิตรร้านค้าในพื้นที่ศูนย์การค้าฯ ร่วมดำเนินการตามแนวทาง ‘เซ็นทรัล เอ็มบาสซี สะอาด มั่นใจ ในทุกตารางเมตร’ ในลักษณะเดียวกันนี้อย่างเป็นระบบ พร้อมติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อปรับกลยุทธ์การดำเนินการให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น เพื่อผ่านสถานการณ์ที่ท้าทายนี้ไปด้วยกันอย่างดีที่สุด”

สำหรับการทำ Deep Cleaning ได้มีการฉีดพ่นและเช็ดทำความสะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรคชนิดเข้มข้นภายในอาคารศูนย์การค้าฯ ไม่ว่าจะเป็น ลานจอดรถ สนามเด็กเล่นและอุปกรณ์เครื่องเล่น รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกหลัก อาทิ ลิฟต์และปุ่มกดลิฟท์ ผนัง ราวจับและราวบันไดเลื่อน ที่จับประตู ตู้เอทีเอ็ม ห้องน้ำ โซฟา เปลี่ยนผ้าอ้อม ฯลฯ พร้อมทั้งการดูแลระบบปรับอากาศ โดยเพิ่มระบบการฆ่าเชื้อโรคด้วยแสงอัลตร้าไวโอเลต และการอบโอโซน ซึ่งที่ผ่านมาทางศูนย์การค้าฯ ได้ดำเนินมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นเดือนกุมภาพันธ์ ด้วยการฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อและเช็ดทำความสะอาดเป็นประจำทั่วทั้งศูนย์การค้าฯ

พร้อมกันนี้ เซ็นทรัล เอ็มบาสซี ให้ความสำคัญต่อสุขภาพและพฤติกรรมการใช้ชีวิตวิถีใหม่ (New Normal) โดยเตรียมดำเนินการมาตรการ 5 แกนหลัก ที่ครอบคลุมในเรื่องความสะอาดและความปลอดภัย และสุขอนามัยที่ดี ตามแผนปฎิบัติการเชิงรุก “เซ็นทรัล เอ็มบาสซี สะอาด มั่นใจ ในทุกตารางเมตร” ทั้งการคัดกรองอย่างเข้มงวด (Extra Screening) , ลดความแออัด (Social Distancing), ติดตามให้มั่นใจ (Safety Tracking), สะอาดทุกจุดในเชิงรุก (Extra Cleaning) และ ลดการสัมผัส (Touchless Experience) พร้อมชูนวัตกรรม Handrail UV Sterilizer เครื่องฆ่าเชื้อโรคด้วยแสง UV บนราวจับบันไดเลื่อนขึ้นลงทุกตัว สอดรับแผนแม่บทของกลุ่มเซ็นทรัล ‘ทุกคน ทุกศูนย์ ทุกจุด ไม่ว่าร้านไหน บริการใด ไร้กังวล’ สอดคล้องกับมาตรการป้องกันและเฝ้าระวังการแพร่กระจายเชื้อไวรัส COVID-19 ตามที่ภาครัฐกำหนดแนวปฏิบัติไว้โดยเคร่งครัด

***“โรบินสันชู ยุทธศาสตร์ 5 แผนแม่บท (คัดกรองเข้มงวด, ลดความแออัด, ติดตามให้มั่นใจ, สะอาดทุกจุดในเชิงรุก, ลดการสัมผัส) รัดกุม คุมเข้ม ป้องกัน Covid-19***

วุฒิเกียรติ เตชะมงคลาภิวัฒน์กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โรบินสัน จำกัด (มหาชน) ระบุว่า โรบินสัน ได้ปรับโมเดลธุรกิจรูปแบบเดิม สู่รีเทลใหม่ที่มีความแกร่ง พร้อมให้บริการในทุกด้านบนมาตรการความปลอดภัยภายใต้ยุทธศาสตร์ 5 แผนแม่บท รัดกุม คุมเข้ม ป้องกัน Covid-19 (คัดกรองเข้มงวด, ลดความแออัด, ติดตามให้มั่นใจ, สะอาดทุกจุดในเชิงรุก, ลดการสัมผัส) ตอบรับ New Normal พร้อมชูนวัตกรรม “ตู้อบฆ่าเชื้อ 3 ระบบ ทำงานแบบ 360 องศา” ฆ่าเชื้อไวรัสและแบคทีเรีย ได้มั่นใจทุกจุดสัมผัส เป็นแห่งแรกและแห่งเดียวในไทย!! กับบริการ 2 รูปแบบ 1.สำหรับลูกค้า สินค้าทุกชิ้น เมื่อช้อปแล้ว ก่อนนำกลับจะผ่านการฆ่าเชื้อด้วยการอบลมร้อนและฉายรังสี UV กำจัดไวรัสและแบคทีเรีย เพื่อความมั่นใจ 2.สำหรับสินค้าทุกชิ้น ที่มีการทดลองสวมใส่ พนักงานจะนำไปฆ่าเชื้อในตู้อบหลังเวลาปิดให้บริการ 3 ระบบ คือ การอบลมร้อน, ฉายรังสี UV และปิดท้ายด้วยการอบโอโซน เพื่อให้มั่นใจว่า ปลอดเชื้อทุกซอกทุกมุมแบบ 360 องศา

“เรามีความพร้อมกลับมาเปิดห้างฯ และศูนย์ฯ 100% หลังรัฐบาลประกาศปลดล็อคเฟส 2 วันที่ 17 พ.ค.63  ลูกค้ามั่นใจได้ตั้งแต่มาถึงโรบินสัน  เรามีการคัดกรองเข้มงวดตั้งแต่ลูกค้าเข้าศูนย์ฯ ทุกคนต้องตรวจวัดอุณหภูมิ (ขอสงวนสิทธิ์ผู้มีอุณหภูมิเกิน 37.5 องศา งดเข้าพื้นที่โดยเด็ดขาด)  มีบริการเจลล้างมือ และเหยียบพรมเช็ดเท้าฆ่าเชื้อ นอกจากนี้ยังมีมาตรฐานรักษาระยะห่างทางสังคม หรือ Social Distancing ทุกจุด ทั้งในส่วนของการจำกัดจำนวนคนเข้าศูนย์การค้าและร้านค้าไม่เกิน 1 คน ต่อ 5 ตร.ม.ควบคุมด้วยระบบ People Counting แบบเรียลไทม์ สำหรับพื้นที่ส่วนกลาง ลิฟต์-บันไดเลื่อน-ห้องน้ำ – Rest Area – ห้อง V.I.P. LOUNGE ต้องรักษาระยะห่าง 1.5 - 2 ม. ทุกจุด รวมถึงการให้พนักงานที่มีความใกล้ชิดกับลูกค้าสวมใส่หน้ากากอนามัย Face Shield และถุงมือ ตลอดระยะเวลาที่ปฏิบัติงาน และทุกเคาน์เตอร์แคชเชียร์จะต้องมี Counter Shield ตลอดจนการส่งเสริมการใช้การชำระเงินแบบ Cashless และ E-payment, บริการถุงใส่เงินทอนที่จุดแคชเชียร์ทุกร้านค้า” 

ในส่วนของพนักงานทุกคน ตั้งแต่เมื่อวันที่ 14 พ.ค.ที่ผ่านมา ก็มีการสกรีนเข้มงวด ซึ่งได้มีการเรียกตัวพนักงานกลับมาเตรียมความพร้อมปฏิบัติงานด้วยสุขภาพแข็งแรง 100% โดยได้มีการตรวจประวัติประเมินความเสี่ยง COVID-19, การแสดงใบรับรองสุขภาพ ตลอดจนการอบรม เพื่อปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ และในวันที่ห้างฯ เปิด ก็จะมีการคัดกรองคุมเข้ม ตามมาตรการฯ และตรวจวัดอุณหภูมิก่อนเข้าพื้นที่ ใช้เจลล้างมือ สวมหน้ากากอนามัย สวม Face Shield และสำหรับแคชเชียร์และพนักงานที่บริการอาหาร จะสวมถุงมือ ตลอดเวลา รวมทั้งมีการรีเช็คตรวจวัดอุณหภูมิพนักงานทุก 3 ชม. อีกด้วย

นอกจากนี้ ตามที่ภาครัฐได้ประกาศให้กลุ่มห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้าฯ สามารถกลับมาเปิดให้บริการได้ ตั้งแต่วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 นั้น ทางโรบินสันพร้อมเปิดตามเงื่อนไขของประกาศฯ ในทุกรูปแบบ โดยทั้ง 51 สาขาทั่วไทย จะเปิดบริการทุกวัน พร้อมจัดตั้ง แอพพลิเคชั่น “ไทยชนะ” เพื่อใช้บันทึกข้อมูลของผู้ที่มาใช้บริการตามแนวทางปฏิบัติการผ่อนปรนฯ ดังกล่าว อย่างเคร่งครัด และเดินหน้ามาตรการคุมเข้มป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 อย่างต่อเนื่อง ตามประกาศของภาครัฐและตามมาตรฐานของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข

***“เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์จับมือ ร้านค้า จัด บิ๊ก คลีนนิ่งเข้ม 129 ข้อปฏิบัติ สร้างความมั่นใจ ปลอดภัย ปลอดเชื้อโรค***

นายสมพล ตรีภพนารถ กรรมการผู้จัดการธุรกิจศูนย์การค้า บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ พาราไดซ์ พาร์ค พาราไดซ์ เพลส เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9 กล่าวว่า เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ มีมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการร้านค้าที่เตรียมจะกลับมาเปิดให้บริการพร้อมศูนย์ฯอีกครั้ง ที่เปิดในวันที่ 17 พฤษภาคม 2563 ดังนี้ 1. งดเก็บค่าเช่าร้านค้าที่เปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 17 พฤษภาคม-31 พฤษภาคม 2563  2. ส่วนลดค่าเช่าเป็นสัดส่วน 30-50 % โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน – 31 สิงหาคม 2563 รวมระยะเวลา 3 เดือน 3. เปิดพื้นที่ลานโปรโมชันฟรี 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน – 31 สิงหาคม 2563 ให้ร้านค้าในศูนย์การค้าฯ สลับกันนำสินค้ามาจำหน่ายในราคาพิเศษ เพื่อสร้างบรรยากาศคึกคักในการจับจ่าย

ทั้งนี้ ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ จึงร่วมกับ ผู้ประกอบการร้านค้า จัดกิจกรรมฺ Big cleaning ทำความสะอาดพื้นที่ทั่วทั้งศูนย์ฯ เพื่อสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าที่จะกลับมาใช้บริการอีกครั้ง หลังจากที่ให้เปิดได้ในวันที่ 17 พฤษภาคมนี้สำหรับกิจกรรม Big cleaning  ศูนย์การค้าในเครือเอ็ม บี เค วางแผนจะร่วมกับผู้ประกอบการร้านค้าดำเนินการทำความสะอาดทั่วทั้งศูนย์เป็นประจำในทุกสัปดาห์ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 จากที่เตรียมไว้ทั้งหมด 129 ข้อปฏิบัติ สำหรับกิจการทุกประเภท อาทิ ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านอาหาร ร้านเสื้อผ้า ร้านทั่วไป ร้านเสริมสวย ภายใต้ 3 แนวคิดหลักของศูนย์การค้า  คือ คัดกรอง ป้องกัน ปลอดภัย เพื่อเป็นหลักปฏิบัติในการดูแลลูกค้า พนักงานร้านค้า และ พนักงานศูนย์การค้า สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ที่เข้ามาใช้บริการ อาทิ การจำกัดจำนวนคนเข้าศูนย์การค้าตามอัตราส่วนพื้นที่ใช้สอย 5 ตารางเมตรต่อผู้ใช้บริการ 1 คนเพื่อลดความหนาแน่นของผู้ใช้บริการโดยใช้วิธีการนับจำนวนผู้ใช้บริการแบบเรียลไทม์ ผ่านระบบตรวจจับผ่านกล้อง Artificial Intelligence ( AI CCTV) ที่ติดตั้งไว้ที่ประตูทางเข้าศูนย์การค้า โดยจะควบคุมจำนวนผู้ใช้บริการภายในศูนย์ไม่ให้เกิน 28,000 คนจากพื้นที่ 140,000 ตารางเมตรทั้งหมดในศูนย์การค้า การจัดวางพรมเช็ดเท้าฆ่าเชื้อและติดตั้งเจลแอลกอฮอล์ทุกประตูทางเข้า การตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายของลูกค้าและพนักงานทุกคนที่เข้ามาในศูนย์ฯ การบันทึกประวัติของผู้ที่มาติดต่อ ทั้งชื่อ เบอร์ติดต่อ เพื่อการติดตามในภายหลัง การเช็ดทำความสะอาดพื้นที่ส่วนกลางและจุดสัมผัสสาธารณะ การพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อบริเวณพื้นที่ส่วนกลางและทำความสะอาดพื้นที่ทั้งศูนย์ฯ ทุกสัปดาห์ การทำความสะอาดอุปกรณ์ทุกชิ้นและห้องให้บริการต่าง ๆ อาทิ ห้องละหมาด เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ การทำสัญลักษณ์ระยะห่างอย่างชัดเจนในลิฟต์ บริเวณบันไดเลื่อน ห้องน้ำ พื้นที่นั่งส่วนกลาง และที่นั่งในโซนศูนย์อาหาร การกำหนดจุดบริเวณบันไดเลื่อนให้มีการเว้นระยะห่าง 2 ขั้น กำหนดผู้โดยสารเข้าลิฟต์ไม่เกิน 5 คน เป็นต้น

“เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ มีการบริหารจัดการระบบปรับอากาศภายในศูนย์ฯ มาโดยตลอด โดยจัดให้มีการทำความสะอาดระบบปรับอากาศ รวมถึงการระบายอากาศ เพื่อให้เกิดการถ่ายเทอากาศภายในอาคารอย่างเหมาะสม ตลอดจนมีการฆ่าเชื้อในระบบปรับอากาศส่วนกลาง เพื่อให้มั่นใจได้ว่า อากาศที่ออกมามีความสะอาด และปลอดภัยต่อผู้มาใช้บริการ”

***“เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป”  เข้มงวดกับมาตรการ มั่นใจ ปลอดภัย ไร้กังวล โดยยึดแนวทางปฏิบัติตามภาครัฐอย่างเคร่งครัด ป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิท-19***

นางกันยารัตน์ โชคอุ่นกิจ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป ผู้บริหารศูนย์การค้าเดอะ แพลทินัม แฟชั่น มอลล์(ประตูน้ำ) ,เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก (ราชประสงค์),เดอะ นีออน ไนท์ บาซาร์ (เพชรบุรี 23-29) กล่าวว่า  บริษัทมีความพร้อมในการกลับมาเปิดศูนย์การค้าให้บริการกับประชาชนอีกครั้งหลังจากรัฐบาลได้มีมติผ่อนคลายล็อคดาวน์ ในวันที่ 17 พ.ค.นี้ ด้วยการยกระดับมาตรการให้เข้มงวดขึ้นภายใต้หลักการ มั่นใจ ปลอดภัย ไร้กังวล ประกอบด้วย  1.คัดกรองอย่างเข้มงวด (Strict Screening) ด้วยการตรวจวัดอุณหภูมิลูกค้า พนักงาน ร้านค้า ตลอดจนผู้เข้ามาใช้บริการในทุกพื้นที่  100% เพื่อคัดกรองตรวจวัดอุณหภูมิต้องไม่เกิน 37.5 องศา สำหรับพนักงานประจำร้านค้าให้ตรวจวัดอุณหภูมิทุก 3 ชม.หากพบว่าพนักงานมี อุณหภูมิสูง หรือเข้าข่ายเสี่ยง ให้หยุดปฏิบัติงานไปพบแพทย์ทันทีและทุกคนต้องสวมหน้ากากอนามัย

2.เว้นระยะห่าง (Social Distancing) มีการจำกัดจำนวนคนในพื้นที่ 1 คนต่อ 5 ตารางเมตร ,กำหนดทางเข้า-ออก ไม่ให้เดินสวนทางกัน เพื่อลดความแออัด และควบคุมให้ทุกคนผ่านจุดคัดกรอง, กำหนดสัญลักษณ์ ระยะห่าง 1-1.5 เมตร ในพื้นที่ ที่มีการให้บริการ เช่น จุดชำระเงิน เคาน์เตอร์บริการ ลิฟท์ บันไดเลื่อน จุดยืนรอห้องน้ำ, จัดโซนพิเศษสำหรับพนักงาน Delivery ให้มีระยะห่างระหว่างมาใช้บริการ, งดกิจกรรมการตลาดที่จะก่อให้เกิดความแออัดในพื้นที่, จัดโต๊ะทานอาหารในพื้นที่ศูนย์อาหารแบบเว้นระยะ1.5 - 2 เมตร /1 ท่าน /1ที่, มีป้ายประชาสัมพันธ์เรื่อง Social Distancing เป็นระยะ, ติดตั้ง Counter Shield ที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์

3.ลดการสัมผัส (Touchless Experience) จัดพนักงานกดลิฟท์ให้บริการทุกตัว, ส่งเสริมการใช้ระบบ Cashless และ E-payment เพื่อลดการสัมผัส

4.รุกเข้มความสะอาด (Deep Cleaning and Good Hygiene) บริการพรมเช็ดเท้าฆ่าเชื้อบริเวณทางเข้า, ทำความสะอาดพื้น และจุดสัมผัสสาธารณะ ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อทุก 30 นาที พร้อมมีน้ำยาฆ่าเชื้อให้ใช้บริการ     ในห้องน้ำทุกห้อง,ทำความสะอาดศูนย์อาหาร พื้น โต๊ะเก้าอี้ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อทุก 30 นาที /บริการเครื่องอบช้อน ส้อม ระบบ UV, ทำความสะอาดห้องลองสินค้า ฆ่าเชื้อหลังใช้บริการทุกครั้ง พร้อมแยกเสื้อผ้าที่ลูกค้าลองแล้วนําไปฆ่าเชื้อ,พนักงานร้านค้าให้บริการสวมใส่หน้ากากอนามัยและ Face Shield, ทำความสะอาดฆ่าเชื้อบัตรศูนย์อาหาร บัตรจอดรถก่อนให้บริการทุกครั้ง, ติดตั้งเจลแอลกอฮอล์ล้างมือ ณ จุดบริการต่างๆอย่างทั่วถึง และทุกร้านค้ามีบริการเจลแอลกอฮอล์ล้างมือ, ติดตั้งจุดบริการฉีดพ่นฆ่าเชื้อสำหรับพนักงาน Delivery, อบโอโซนฆ่าเชื้อในระบบปรับอากาศและพื้นที่ส่วนกลางทุกคืนหลังปิดศูนย์ฯ, พ่นน้ำยาฆ่าเชื้อพื้นที่ส่วนกลางทุกคืนหลังปิดศูนย์ฯ, บิ๊กคลีนนิ่งร้านค้าสัปดาห์ละ 1ครั้ง, บริการจุดแยกทิ้งหน้ากากอนามัย, ประกาศเตือนล้างมือทุกๆ 3 ชม.

5.ติดตามเพื่อปลอดภัย (Safety Tracking) พนักงาน ร้านค้า ต้องลงทะเบียนผ่าน Application คัดกรองของภาครัฐ  มีการจัดทำบันทึกประวัติข้อมูลการเดินทางและสุขภาพย้อนหลัง 14 วัน เพื่อสามารถติดตามตัวผู้มีความเสี่ยงได้,สร้างการตระหนักรู้ป้องกันตนเองและการแพร่เชื้อโควิท-19 นอกจากนี้ยังมีมาตรการเสริมในรายละเอียดปลีกย่อยสำหรับร้านค้าแต่ละประเภท ที่มีสินค้าและบริการแตกต่างกัน  ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากทุกร้านพร้อมใจให้บริการลูกค้า ด้วยความปลอดภัยอย่างสูงสุด

“นอกจากนี้ ทางบริษัท ยังร่วมมือกับร้านค้าภายในศูนย์จัดทำมาตรการเสริม โดยได้เจาะจงรายละเอียดมาตรการไปตามร้านค้าแต่ละประเภท ตามแนวทางที่ภาครัฐประกาศ อย่างเข้มงวด อาทิ ร้านเสื้อผ้าแฟชั่น, ร้านอาหาร, ร้านทำผม ฯลฯ ทั้งนี้เพื่อสร้างความมั่นใจ ปลอดภัย ไร้กังวล ให้กับคนไทยทุก”

***“แม็คโครขานรับนโยบายภาครัฐ จับมือ กรมอนามัย ยกระดับการจัดการภายในใหม่รับมาตราการผ่อนคลายระยะสอง***

นางศิริพร เดชสิงห์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานการสื่อสารองค์กร บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แม็คโคร ได้ร่วมมือกับ กรมอนามัย ยกระดับมาตรการป้องกันการแพร่ระบาด เราจึงปรับเปลี่ยนและยกระดับการจัดการภายในสาขาเพื่อให้ปลอดภัยยิ่งขึ้น โดยเรายังคงมาตรการหลักที่ได้รับจากภาครัฐและเพิ่มมาตรการเสริม ที่ได้รับคำแนะนำจากกรมอนามัยเพื่อให้เกิดบรรทัดฐานใหม่ ในการจับจ่ายที่ปลอดภัยในทุกสาขา ประกอบด้วย 1.กำหนดจำนวนลูกค้าเข้าสาขา  (1 คนต่อ 5 ตางเมตร) โดยการนับจำนวนคนเข้า-ออก และรายงานจำนวนคนที่อยู่ภายในสาขาทุกครึ่งชั่วโมง พร้อมจัดที่นั่งรอห่างกัน 1 เมตรด้านหน้าสาขา เมื่อปริมาณคนในสาขาเกินจำนวนที่กำหนด 2.ตีเส้นรักษาระยะห่างที่พื้น (Social distancing grid) เพื่อเป็นสัญลักษณ์ในการรักษาระยะห่างของแต่ละบุคคล  ในจุดที่มีความหนาแน่น  เช่น แผนกอาหารสด แผนกเนื้อสัตว์  และจุดชำระเงิน 3.จัดทีมรักษาระยะห่าง 3-5 คนต่อสาขา คอยเดินประกาศ ย้ำเตือนเรื่องการรักษาระยะห่างให้ลูกค้าเกิดความเคยชิน และปฏิบัติจนเป็นความปรกติใหม่ (New normal) 4.ลดพื้นที่ขายบางส่วน เพื่อเพิ่มพื้นที่สร้างระยะห่างให้กับลูกค้าในการเลือกสินค้าอย่างปลอดภัย ลดความเสี่ยงในการแพร่กระจายเชื้อ 5.เน้นบริการชำระเงินแบบ Cashless payment เพื่อลดความเสี่ยงจากการสัมผัสเงินสดในทุกสาขา

ทั้งนี้ 5 มาตรการดังกล่าวเป็นมาตรการเสริมที่แม็คโคร จับมือกับกรมอนามัยสร้างบรรทัดฐานใหม่เพิ่มเติมจากมาตรการหลักของรัฐบาล อันประกอบด้วย การตั้งจุดคัดกรองวัดอุณหภูมิร่างกายทุกคนที่จะเข้าสาขา, การกำหนดให้ทุกคนสวมหน้ากากอนามัยก่อนเข้าสาขา,การเพิ่มจำนวนจุดวางแอลกอฮอล์เจลให้มากขึ้น, การทำความสะอาดพื้นที่ที่มีการสัมผัสบ่อย โดยเพิ่มความถี่ในการทำความสะอาดรถเข็นสินค้าด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อทุก 15 นาที รวมทั้ง เคาท์เตอร์บริการต่างๆ  โทรศัพท์ ตู้เอทีเอ็ม รถวิลแชร์สำหรับลูกค้า เป็นต้น

***“เทสโก้ โลตัสพร้อมเปิดให้บริการศูนย์การค้าทั่วประเทศ 4 กลุ่มมาตรการหลัก เน้นย้ำมั่นใจ ปลอดภัย ทุกตารางนิ้ว**

นายสมพงษ์ รุ่งนิรัติศัย ประธานกรรมการบริหาร เทสโก้ โลตัส กล่าวว่า พร้อมเปิดให้บริการศูนย์การค้าทันทีหลังภาครัฐปลดล็อคเฟส 2 เตรียมมาตรการรักษาความสะอาดและปลอดภัย โดยมีมาตรการหลัก 4 หมวดหมู่มาตรการหลัก มีดังนี้

1.คัดกรองอย่างเข้มงวด (Extra Screening) :ตรวจอุณหภูมิลูกค้า พนักงาน พนักงานขาย ลูกจ้างร้านค้า พนักงานส่งสินค้า หากอุณหภูมิเกิน 37.5 องศาเซลเซียส ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้า ,ทุกคนต้องสวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่อยู่ภายในเทสโก้ โลตัส, พนักงานที่สัมผัสอาหาร ทั้งในซุปเปอร์มาร์เก็ตและพื้นที่ศูนย์การค้า ต้องสวมหน้ากาก Face shield และถุงมือ,พนักงานที่ให้บริการลูกค้า อาทิ แคชเชียร์ ต้องสวมหน้ากาก Face shield และถุงมือ หรือมีฉากใสกั้น ,ผู้ที่มาใช้บริการทุกคนต้องลงทะเบียนในระบบตามนโยบายภาครัฐ และตรวจคัดกรองสุขภาพพนักงานทุกวัน หากอุณหภูมิเกิน 37.5 องศาเซลเซียส หรือมีอาการป่วย ไม่อนุญาตให้ปฏิบัติหน้าที่

 2.ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อ (Extra Cleaning) :จัดเตรียมเจลแอลกอฮอล์สำหรับลูกค้าและพนักงาน ,ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อพื้นผิวสัมผัสต่างๆ ทุกชั่วโมง ,ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อตะกร้าและรถเข็นช้อปปิ้งตลอดทั้งวัน ,ทำความสะอาดบัตรจอดรถและบัตรศูนย์อาหารก่อนและหลังการใช้ทุกครั้ง ทุกใบ ,ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อห้องน้ำทุกชั่วโมง ,ระบบหมุนเวียนอากาศมีอัตราการหมุนเวียน ไม่น้อยกว่า 10 เท่า และทำความสะอาดไส้กรองระบบระบายอากาศและล้างคอยล์เย็นสม่ำเสมอ

3.ห่างอย่างหายห่วง (Safe Distancing) :เว้นระยะห่างที่ปลอดภัยอย่างน้อย 1 เมตรทั่วทั้งซุปเปอร์มาร์เก็ตและศูนย์การค้า ,สัญลักษณ์บนพื้น เตือนลูกค้าให้เว้นระยะห่างที่ปลอดภัย ทั่วทุกแผนก และบริเวณที่มีการรอคิว ,จำกัดจำนวนผู้ใช้บริการ ให้สามารถเว้นระยะห่างได้ตามข้อกำหนดของภาครัฐ สำหรับสาขาใหญ่และศูนย์การค้า ,จำกัดจำนวนผู้ใช้บริการไม่เกิน 15 คนต่อครั้ง สำหรับเทสโก้ โลตัส เอ็กซ์เพรส และโต๊ะทานข้าวในศูนย์อาหารและร้านอาหาร ห่างกันอย่างน้อย 1 เมตร และมีฉากกั้นตามความเหมาะสม

4.ลดสัมผัส ลดเสี่ยง (Contactless Experience) :จ่ายเงินผ่าน QR Code ได้ทุกเคาน์เตอร์แคชเชียร์ของเทสโก้ โลตัส ทุกสาขา รวมถึงร้านค้าในพื้นที่เช่าบางส่วน ลูกค้าไม่ต้องสัมผัสเงินสดหรือบัตรเครดิต ,บริการ Scan & Shop ให้ลูกค้าสแกนราคาสินค้าได้จากโทรศัพท์มือถือ โดยแคชเชียร์ไม่ต้องแสกนสินค้า ณ จุดชำระเงิน ที่ไฮเปอร์มาร์เก็ตทุกสาขา ,ในศูนย์อาหาร ยกเลิกจุดวางช้อนส้อมในศูนย์อาหาร และเปลี่ยนมาใช้เครื่องปรุงแบบซอง แทนการใส่ในภาชนะตัก ลดการสัมผัส ลดการแพร่เชื้อ

***“บิ๊กซีขานรับมาตรการผ่อนปรนภาครัฐเปิดห้างเต็มรูปแบบ พร้อมให้บริการควบคู่ความปลอดภัยผ่าน 40 มาตรการ***

นายปฐพงศ์ เอี่ยมสุโร ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการพาณิชย์ บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ห้างค้าปลีกในกลุ่มบีเจซี กล่าวว่า บิ๊กซีพร้อมให้ความร่วมมือกับทุกมาตรการผ่อนปรนการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ของภาครัฐและให้บริการควบคู่กับมาตรการรักษาความสะอาดปลอดภัยที่เข้มงวดอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างความปลอดภัยและสร้างความมั่นใจให้แก่ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ รวมถึงคู่ค้าและพนักงาน ผ่านการดำเนิน 40 มาตรการดูแลลูกค้า ณ บิ๊กซี ทุกสาขาทั่วประเทศ ทั้งการคัดกรองอย่างเข้มงวด อาทิ ลูกค้าที่มาใช้บริการต้องผ่านจุดคัดกรองตรวจวัดอุณหภูมิก่อนเข้าห้าง และต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยทุกคน การให้บริการแอลกอฮอล์เจลให้กับลูกค้าทุกท่าน รวมถึงออกข้อกำหนดให้พนักงานที่สัมผัสลูกค้าโดยตรงต้องใส่ Face Shield

นอกจากนี้ ยังดำเนินการงดความแออัด อาทิ เว้นระยะห่างมากกว่า 1 เมตร ตามกฎ Social Distancing เช่น ช่องชำระเงิน,นั่งรอคิว,ทางขึ้นบันได การป้องกันการสัมผัสด้วย Counter Shield การให้บริการช่องชำระเงินพิเศษสำหรับกลุ่มผู้สูงอายุ,สตรีมีครรภ์,คนพิการ รวมถึงบริการสั่งซื้อสินค้าทางโทรศัพท์,ออนไลน์,ไดร์ฟทรูและจัดส่งสินค้าถึงบ้านลูกค้า พร้อมทั้งทำความสะอาดรถเข็น ตะกร้า และสถานที่สัมผัสร่วมกันครบทุก 2 ชั่วโมง เช่น ห้องน้ำ บันได ตลอดจนการทำความสะอาดแบบบิ๊กคลีนนิ่งทุก ๆ 2 สัปดาห์ เป็นต้น

***“อิเกีย ประเทศไทย พร้อมกลับมาเปิดสโตร์ทั้งที่บางนา บางใหญ่ และภูเก็ต ตามมาตราการที่นโยบายรัฐกำหนด***

ลาเซีย เชอร์ล็อก ผู้จัดการฝ่ายธุรกิจค้าปลีก อิเกีย ประเทศไทย และฟิลิปปินส์ กล่าวว่า พร้อมในการกลับมาเปิดสโตร์ทั้งที่บางนา บางใหญ่ และภูเก็ต ในวันที่ 17 พฤษภาคมนี้ พร้อมให้ความเชื่อมั่นในมาตรการดูแลลูกค้าและพนักงาน ซึ่งเราจัดเตรียมไว้อย่างดีที่สุดทั้งในเรื่องการดูแลความปลอดภัย สุขภาพ และสุขอนามัย เพื่อให้ทุกคนช้อปปิ้งและทำงานได้อย่างสะดวกสบายและปลอดภัย พนักงานของเราและลูกค้าจะต้องสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าตลอดเวลาที่อยู่ในสโตร์ ขณะที่ร้านอาหารอิเกียเองก็จะกลับมาเปิดให้บริการนั่งทานที่ร้านอีกครั้ง โดยมีมาตรการป้องกันต่างๆ อย่างรัดกุม และยังมีทางเลือกให้ลูกค้าซื้ออาหารกลับบ้านและสั่งเดลิเวอรีได้เหมือนช่วงที่ผ่านมา

สำหรับในช่วงที่สโตร์ปิดนั้น เราได้รับแรงสนับสนุนและการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้าออนไลน์ โดยในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา สโตร์อิเกียออนไลน์มีผู้เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเรามากกว่า 4 ล้านคน ยอดสั่งซื้อออนไลน์เพิ่มขึ้นถึง 320% เมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้านี้ อิเกีย ขอขอบคุณลูกค้าที่ไว้วางใจเลือกซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ของเราอย่างต่อเนื่อง โดยมาตรการของอิเกียเพื่อการช้อปอย่างอุ่นใจและปลอดภัย มีดังนี้ รักษาระยะห่างทางสังคม ช้อปได้อย่างอุ่นใจ เมื่อมีการเว้นระยะห่างกันอย่างน้อยหนึ่งเมตรทุกพื้นที่ในสโตร์ , ตรวจอุณหภูมิร่างกายก่อนเข้าสโตร์ ทั้งพนักงานและลูกค้าที่เข้ามาในสโตร์ต้องมีอุณหภูมิร่างกายไม่เกิน 37.5 องศาเซลเซียส ,บริการเจลล้างมือในจุดต่างๆ ทั่วทั้งสโตร์อิเกีย ,สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่อยู่ในสโตร์ ลูกค้าต้องสวมใส่หน้ากากขณะที่อยู่ในสโตร์ของเรา ขณะที่พนักงานอิเกียจะสวมหน้ากากอนามัยคู่กับหน้ากากป้องกันใบหน้าหรือ Face Shield ตลอดเวลา ,จำกัดจำนวนผู้เข้าใช้บริการ เพื่อเป็นการป้องกันและดูแลรักษาระยะห่างอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉลี่ยผู้ใช้บริการหนึ่งท่านต่อพื้นที่ประมาณ 8 ตร.ม.  และปิดให้บริการสมอลล์แลนด์ เพื่อรักษาความปลอดภัยและสุขภาพของลูกค้าตัวน้อยของเรา

***ธัญญาพาร์ค ชูศักยภาพโอเพ่นแอร์มอลล์ อัดมาตรการ ธัญญาพาร์ค มั่นใจ ห่วงใย ปลอดภัยพร้อมเปิด 17 พ.ค.นี้***

นายวันชัย จันทร์วัฒรังกูล กรรมการผู้จัดการ ศูนย์การค้า ธัญญาพาร์ค ศรีนครินทร์  เปิดเผยว่า ศูนย์การค้า ธัญญาพาร์ค เป็นหนึ่งในศูนย์การค้าย่านศรีนครินทร์ ที่มีความพร้อมในการเปิดให้บริการเต็มรูปแบบวันที่ 17 พฤษภาคม 2563 ตั้งแต่เวลา 10.00-20.00 น. เพราะด้วยจุดเด่นทางด้านโครงสร้างของตัวอาคาร ที่ถูกออกแบบให้เป็น “กรีนโอเพ่นแอร์มอลล์”ตัวอาคารจัดวางแบบกระจายตัว ถูกออกแบบมาให้เปิดรับการถ่ายเทของลมธรรมชาติ ไม่มีการสะสมของเชื้อโรค มีพื้นที่ส่วนกลางกว่า 60% ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพื้นที่เปิดโล่งและพื้นที่สีเขียว ช่วยลดความแออัดของกลุ่มคน รวมถึงการใช้สุขภัณฑ์ในห้องน้ำที่ลดการสัมผัส อย่างโถปัสสาวะชายนาโนเทคโนโลยี ที่นอกจากลดการสัมผัสแล้วยังช่วยเรื่องการประหยัดน้ำได้อีกด้วย และอีกหนึ่งจุดเด่นคือสวนลอยฟ้า พื้นที่ออกกำลังกายกลางแจ้งพร้อมลู่วิ่งที่ได้มาตรฐาน ให้ผู้มาใช้บริการได้ออกกำลังกายสร้างเสริมสุขภาพให้แข็งแรง 

นอกจากนี้ ทางศูนย์การค้า ธัญญาพาร์ค ศรีนครินทร์ ยังได้กำหนดมาตรการด้านความปลอดภัยและสุขอนามัย “ธัญญาพาร์ค มั่นใจ ห่วงใย ปลอดภัย” เพื่อให้ผู้เช่า ร้านค้า พนักงาน และกลุ่มลูกค้าที่มาใช้บริการได้รับความปลอดภัย ห่างไกลจาก โควิด-19 โดยมีมาตรการหลักที่นำมาใช้กับทุกพื้นที่ภายในศูนย์การค้า  ได้แก่

• คัดกรองก่อนใช้บริการ ด้วยการกำหนดจุดคัดกรองวัดอุณหภูมิก่อนเข้าศูนย์การค้าและยังมีการจัดหน่วยวัดอุณหภูมิเคลื่อนที่เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้มาใช้บริการทั่วทั้งบริเวณศูนย์การค้าฯ

• เว้นระยะห่างเพื่อลดความแออัดกำหนดจุดเว้นระยะห่างอย่างน้อย 1.5 เมตร ในทุกพื้นที่ของศูนย์การค้า, ติดตั้งฉากกั้นในทุกจุดที่จำเป็น,พนักงานทุกคนต้องสวมหน้ากากอนามัย, Face Shield และถุงมือตลอดเวลา

• รักษาสุขอนามัยอย่างเคร่งครัด โดยทำความสะอาดจุดสัมผัสร่วมด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อทุก 1 ชั่วโมงและทำความสะอาดห้องน้ำทุก 30 นาที รวมทั้งทำความสะอาดบัตรจอดรถด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อทุกครั้ง

• ลดการสัมผัส ลดความเสี่ยง รณรงค์ลดการชำระค่าบริการด้วยเงินสด เพิ่มการชำระเงินด้วยระบบ E-payment รับเงินสดและใบเสร็จผ่านภาชนะอื่นๆ แทนการสัมผัสตรงจากมือ

***“บางกอกแลนด์ศูนย์การค้า 3 แห่งในพื้นที่เมืองทองธานี มั่นใจเปิดบริการเต็มรูปแบบภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด***

นายปีเตอร์  กาญจนพาสน์ รองประธานและกรรมการผู้จัดการ บริษัท บางกอกแลนด์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ผู้บริหารศูนย์การค้า 3 แห่งในพื้นที่เมืองทองธานี ประกอบด้วย คอสโม บาซาร์, บีไฮฟ ไลฟ์สไตล์ มอลล์ และ เดอะ พอร์ทอล รวมถึงช้อปปิ้งมอลล์ ป็อปปูล่า วอร์ค และเอาท์เล็ต สแควร์ พร้อมเปิดบริการเต็มรูปแบบอีกครั้ง หลัง ศบค. มีมติคลายล็อกระยะ 2 ขยับเวลาเคอร์ฟิวเป็น 23.00-04.00 น. และให้เปิดห้างสรรพสินค้า เวลา 10.00-20.00 น. ภายใต้มาตรการคุมเข้มความปลอดภัย โดยมีผลวันที่ 17 พฤษภาคม ศกนี้ ยกเว้น เดอะ พอร์ทอล จะเปิดบริการภายหลังด้วยสถานที่ตั้งอยู่ในพื้นที่เดียวกับ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ประกาศ เบื้องต้นทางบริษัทฯ ได้ให้ความร่วมมือมีทางเจ้าหน้าที่สาธารณสุข จังหวัดนนทบุรี เข้าตรวจสอบความพร้อมของพื้นที่ก่อนเปิดบริการ เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2563 ที่ผ่านมา และได้รับคำชมเชยถึงแนวทางปฏิบัติที่วางไว้ถูกต้อง ซึ่งต่อจากนี้ในทุกห้างสรรพสินค้า ช้อปปิ้งมอลล์ ในเมืองทองธานีจะใช้คู่มือมาตรการเดียวกัน ดังนี้

1.การคัดกรองอย่างเข้มงวด ต้องสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า และตรวจวัดอุณหภูมิลูกค้า พนักงาน ร้านค้า ตลอดจนผู้เข้ามาใช้บริการ 100% โดยตรวจวัดอุณหภูมิต้องไม่เกิน 37.5 องศา ในส่วนของพนักงานประจำร้านค้าจะตรวจวัดอุณหภูมิทุก 3 ชั่วโมง หากมีอุณหภูมิสูงหรือเข้าข่ายเสี่ยง จะต้องหยุดปฏิบัติงานไปพบแพทย์ทันที

มาตรการที่ 2.การเว้นระยะห่าง ต้องจำกัดจำนวนคนในพื้นที่ระยะห่างอย่างน้อย 1 เมตร, กำหนดทางเข้า-ออก ชัดเจน ในบางร้านค้าขนาดเล็กห้ามการเดินสวนกัน เพื่อลดความแออัด กำหนดระยะห่าง 1-1.5 เมตร ในพื้นที่ส่วนรวม เช่น จุดชำระเงิน เคาน์เตอร์บริการ ลิฟท์ บันไดเลื่อน จุดยืนรอห้องน้ำ, จัดโซนพิเศษสำหรับพนักงาน Delivery ให้มีระยะห่างระหว่างมาใช้บริการ, งดกิจกรรมการตลาดที่จะก่อให้เกิดความแออัดในพื้นที่, จัดโต๊ะทานอาหารในพื้นที่ศูนย์อาหาร วางป้ายประชาสัมพันธ์เรื่อง Social Distancing เป็นระยะ, ติดตั้ง Counter Shield ที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ 3.ลดการสัมผัส ส่งเสริมการใช้ระบบ Cashless และ E-payment เพื่อลดการสัมผัส

4.เพิ่มความถี่ทำความสะอาด ทำความสะอาดพื้นผิว อุปกรณ์ชั้นวาง และจุดบริการร่วมด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อทุก 30 นาที พร้อมมีเจลล้างมือให้บริการในห้องน้ำทุกห้อง,ทำความสะอาดศูนย์อาหาร พื้น โต๊ะเก้าอี้ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อทุก 30 นาที บริการเครื่องอบช้อน ส้อม ระบบ UV, ทำความสะอาดห้องลองสินค้า แยกเสื้อผ้าที่ลูกค้าลองแล้วนําไปฆ่าเชื้อ,พนักงานร้านค้าให้บริการสวมใส่หน้ากากอนามัยและ Face Shield, ทำความสะอาดฆ่าเชื้อบัตรศูนย์อาหาร บัตรจอดรถก่อนให้บริการทุกครั้ง, และทุกร้านค้ามีบริการเจลแอลกอฮอล์ล้างมือ, ติดตั้งจุดบริการฉีดพ่นฆ่าเชื้อสำหรับพนักงาน Delivery, เครื่อง UV-C โอโซนฆ่าเชื้อในระบบปรับอากาศและพื้นที่ส่วนกลางทุกคืนหลังปิดศูนย์ฯ เช่น พื้นที่ซุปเปอร์มาร์เก็ต แม็กซ์แวลู ลานอเนกประสงค์กลางห้าง ร้านอาหาร ฟิตเนส และโรงภาพยนตร์ เป็นต้น, บิ๊กคลีนนิ่งพื้นที่ร้านค้าสัปดาห์ละ 1ครั้ง, จัดเตรียมถังขยะแยกทิ้งหน้ากากอนามัย, ประกาศเสียงตามสายขอความร่วมมือรักษาความสะอาด

5.ใช้ระบบติดตามเพื่อปลอดภัย การลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน ลูกค้า พนักงาน ร้านค้า ต้องลงทะเบียนผ่าน Application คัดกรองของภาครัฐ มีการจัดทำบันทึกประวัติข้อมูลการเดินทางและสุขภาพย้อนหลัง 14 วันในกลุ่มผู้ที่ต้องแยกคัดกรอง เพื่อสามารถติดตามตัวผู้มีความเสี่ยงได้ทันท่วงที อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ พึงตระหนักเรื่องสวัสดิภาพความปลอดภัยของทุกคนเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรก จากนี้การดำเนินชีวิตจะเปลี่ยนสู่วิถีใหม่ หรือ new normal ที่ทุกคนใส่ใจเรื่องสุขภาพ จึงขอให้ลูกค้าทุกท่านเชื่อมั่นถึงมาตรฐานความปลอดภัย และร่วมกันปฏิบัติตามข้อแนะนำอย่างเคร่งครัด เพื่อให้การมาใช้บริการเป็นไปด้วยความสุขและความปลอดภัยสูงสุด




บริษัท สยามธุรกิจ พับลิชชิ่ง จำกัด เลขที่​ 423 ถนนบอนด์สตรีท​ ต.บางพูด​ อ.ปากเกร็ด​ จ. นนทบุรี​ 11120
โทรศัพท์ 02-0377423 , 02-0477243 ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ