คอนแทร็คฟาร์มมิ่ง 'ซีพีเอฟ' หนุนเกษตรกรมีคุณภาพชีวิตรายได้และเศรษฐกิจ-สังคม-สิ่งแวดล้อมยั่งยืน

วันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

คอนแทร็คฟาร์มมิ่ง 'ซีพีเอฟ' หนุนเกษตรกรมีคุณภาพชีวิตรายได้และเศรษฐกิจ-สังคม-สิ่งแวดล้อมยั่งยืน


บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ปรับปรุงการประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อมของโครงการคอนแทร็คฟาร์มมิ่งหลังจำนวนเกษตรกรเพิ่มขึ้นพบว่าให้ผลลัพธ์ดีขึ้นในทุกมิติ เกษตรกรมีคุณภาพชีวิตรายได้และสังคมที่ดีขึ้น ตลอดจนช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมตอกย้ำการดำเนินงานด้านคอนแทร็คฟาร์มมิ่งของบริษัทช่วยสนับสนุนความยั่งยืนได้อย่างมีนัยสำคัญ 

นายวุฒิชัย สิทธิปรีดานันท์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซีพีเอฟ เปิดเผยว่า เมื่อปีก่อนบริษัทได้ทำการประเมินผลกระทบทางสังคมและสิ่งแวดล้อมของโครงการคอนแทร็คฟาร์มมิ่งเพื่อให้เห็นผลลัพธ์อย่างชัดเจนตามหลักการสากลโดยใช้วิธี Impact Valuation ที่จะตีมูลค่าผลกระทบทั้งเชิงบวกและเชิงลบของโครงการออกมาเป็นมูลค่าเงินต่อมาในปี 2562 เกษตรกรในโครงการคอนแทร็คฟาร์มมิ่งของบริษัทมีจำนวนเพิ่มขึ้น 230 ราย จึงปรับปรุงวิธีการคำนวณให้ดีขึ้นจากครั้งก่อนโดยได้ผลประเมินมูลค่าที่แท้จริง (True Value) ถึงกว่า 390 ล้านบาท 

ทั้งนี้ การประเมินผลกระทบด้านเศรษฐกิจของโครงการคอนแทร็คฟาร์มมิ่งนั้นพบว่าเกษตรกรมีรายได้ในปีที่ผ่านมาถึงกว่า 108 ล้านบาท สามารถลดสัดส่วนเกษตรกรที่มีค่าครองชีพต่ำกว่าเส้นความยากจนลงจาก 40% เหลือ 0% ส่วนในด้านสังคมพบว่า เกษตรกร85% มีความสามารถส่งบุตรหลานให้ได้รับการศึกษาที่สูงขึ้นกว่าการศึกษาขั้นพื้นฐานตลอดจนมีเวลาว่างอยู่กับลูกและครอบครัวมากขึ้น 2.4 ชั่วโมงต่อวันซึ่งส่งผลต่อเนื่องไปถึงการลดปัญหาสังคมอันเนื่องมาจากปัญหายาเสพติดในเยาวชน 

นอกจากนี้ การที่ฟาร์มสุกรของเกษตรกรซีพีเอฟทุกแห่งเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและผ่านการทำประชาคมจากชุมชนโดยที่ตั้งฟาร์มต้องอยู่ในบริเวณที่มีแหล่งน้ำธรรมชาติเพียงพอเพื่อไม่สร้างผลกระทบต่อชุมชนโดยรอบตลอดจนมีการติดตั้งระบบก๊าซชีวภาพ(Biogas) เพื่อบำบัดมูลสุกรและน้ำใช้ภายในฟาร์มจึงช่วยลดปัญหากลิ่นและลดก๊าซมีเทนที่ออกสู่ชั้นบรรยากาศรวมถึงมีการนำน้ำที่ผ่านการบำบัดแล้วไปมอบให้ชาวสวนชาวไร่ใช้รดพืชผลเป็นปุ๋ยชั้นดีให้กับพืชไร่ต่างๆทำให้ฟาร์มอยู่ร่วมกับชุมชนได้อย่างมีความสุขสิ่งเหล่านี้ทำให้ผลการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมพบว่าแม้การใช้ไฟฟ้าและเชื้อเพลิงในการเลี้ยงสุกรจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในด้านก๊าซเรือนกระจกบ้างแต่ฟาร์มเกือบทั้งหมดของเกษตรกรซีพีเอฟมีการทำระบบไบโอแก๊สซึ่งเมื่อนำมาคำนวณร่วมกันแล้วพบว่าช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึงกว่า 168,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี

กล่าวโดยสรุป เมื่อนำผลกระทบต่อเศรษฐกิจสังคมและสิ่งแวดล้อมมาคำนวณเป็นมูลค่าเงินตามหลักการสากลพบว่า Contract Farming’s True Value มีมูลค่าเป็นบวกและมีค่าสูงถึง 392,206,715 บาท/ปี 

“การส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงสุกรขุนแก่เกษตรกรรายย่อยด้วยระบบคอนแทร็คฟาร์มมิ่งนี้สามารถสร้างรายได้อย่างสม่ำเสมอและยั่งยืนแก่เกษตรกรในโครงการลดอุปสรรคด้านการเข้าถึงแหล่งทุนของเกษตรกรซึ่งเป็นด่านแรกในการประกอบอาชีพ นอกจากนี้บริษัทยังมีแผนดำเนินโครงการ “ปลดหนี้ สร้างสุขและส่งเสริมการออม” เพื่อให้ความรู้ในการทำบัญชีครัวเรือนและการบริหารเงินอย่างมีประสิทธิภาพในกลุ่มเกษตรกรด้วยหลังประสบความสำเร็จมาแล้วในกลุ่มพนักงานซึ่งจะเป็นการส่งเสริมคุณภาพชีวิตและสังคมได้อีกทางหนึ่ง” 

อนึ่ง การประเมินดังกล่าวใช้หลักการประเมินตามแนวทาง Natural Capital Protocol และ Social Capital Protocol ของสภาธุรกิจโลกเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (World Business Council for Sustainable Development- WBCSD) ทำการประเมินเกษตรกรคอนแทร็คฟาร์มมิ่งกลุ่มผู้เลี้ยงสุกรขุนประเภทประกันรายได้ของซีพีเอฟในประเทศไทย ครอบคลุมภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันตก ภาคตะวันออกและภาคใต้




บริษัท สยามธุรกิจ แอดเซอร์ไทซิ่ง จำกัด เลขที่​ 423 ถนนบอนด์สตรีท​ ต.บางพูด​ อ.ปากเกร็ด​ จ. นนทบุรี​ 11120
โทรศัพท์ 02-0377423 , 02-0477243 ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ