สมพร ปัจฉิมเพ็ชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร ‘ครึ่งไร่คลายจน’ ด้วย ‘เกษตรอินทรีย์’

วันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2563

สมพร ปัจฉิมเพ็ชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร ‘ครึ่งไร่คลายจน’ ด้วย ‘เกษตรอินทรีย์’


ในงานฉลองครบรอบ 4 ปีก้าวเข้าสู่ปี่ที่ 5 โครงการหนังสือพิมพ์สยามธุรกิจ ช่วยเหลือสังคม ทดแทนคุณแผ่นดิน โซนภาคใต้ ณ โรงแรมโนโวเทล รีสอร์ทแอนด์กอลฟ์ จังหวัดชุมพร คุณสมพร ปัจฉิมเพ็ชร รองรองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงาน พร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษถึงโอกาสและแนวโน้มเกษตรอินทรีย์ว่า การแข่งขันทางธุรกิจในปัจจุบันผู้ชนะคือผู้ที่ประเมินสถานการณ์ได้ถูกต้อง ใครปรับเปลี่ยนให้ทันต่อสถานการณ์ได้เร็วที่สุดคนนั้นชนะ ใครมีเทคโนโลยีดีที่สุดคนนั้นชนะ หน่วยงานใดรับผิดชอบต่อสังคม ดูแลสุขภาพ ดูแลสิ่งแวดล้อม ดูแลระบบนิเวศวิทยา หน่วยงานนั้นชนะ หน่วยงานใดสามารถลดต้นทุนเพิ่มผลผลิตได้หน่วยงานนั้นชนะ ประเทศใดคาดการณ์ตลาดได้ถูกต้อง ใช้การตลาดนำการผลิตได้ ประเทศนั้นชนะ

“ถามว่าในเรื่องการทำเกษตรประเทศไทยด้อยกว่าใครไหม ถ้าดูจากสภาพภูมิศาสตร์เราไม่ด้อยกว่าใครเลย เราตั้งอยู่บริเวณเส้นศูนย์สูตรที่ทำการเพาะปลูกการเกษตรได้ดีมาก แต่ไม่ใช่เราประเทศเดียวที่ตั้งอยู่บนเส้นศูนย์สูตร มีหลายประเทศตั้งอยู่ในขอบเขตเดียวกับเรา มีความอุดมสมบูรณ์เช่นเดียวกับเรา และเราต้องยอมรับว่าบางครั้งเราอ่อนด้อยในเรื่องเทคโนโลยี เราจึงต้องมาปรับว่าจะยืนอยู่บนเวทีโลกได้อย่างไร อินทรีย์คือทางออก วันนี้กระแสโลกดูแลเรื่องสุขภาพ จะกินอะไรต้องนึกถึงสุขภาพ จะทำให้อะไรต้องนึกถึงโลกสีเขียว นึกถึงสิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศวิทยา โลกเปลี่ยนแปลงสู่ระบบอินทรีย์ อินทรีย์คือเครื่องมือลดต้นทุนการผลิตและสร้างผลผลิตให้มีมูลค่ามากขึ้น” รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร กล่าว

คุณสมพรกล่าวอีกว่า ปัจจุบันเราผลิตทุเรียนขายได้กิโลกรัมละ 80 บาท ทำมาก ลงทุนมาก ฉีดสารเคมีจนน่ากลัว  ทำทั้งปีขายทุเรียนได้ 1 แสนบาท แต่ถ้าเปลี่ยนมาทำทุเรียนอินทรีย์ราคากิโลกรัมละ 250 บาท ผมเคยเป็นนายอำเภอและปลัดจังหวัดที่ประจวบคีรีขันธ์ มีทุเรียนแห่งหนึ่งชื่อว่าทุเรียนคลองลอย ขายกิโลละ 80 บาท ผมไปทำเกษตรอินทรีย์ที่นั่น (ใครอยากรู้เข้าไปในกูเกิลพิมพ์คำว่า “ครึ่งไร่คลายจน” จะเห็นตัวตนผมซึ่งเป็นลูกเกษตรกร) ลองทำดูแค่หนึ่งสวน ราคาแตกต่างกันลิบลับ และเหนื่อยไม่มาก ไม่ต้องทำมาก แต่ทำให้มีคุณภาพ เป็นอินทรีย์จริงๆ ตั้งราคาเองได้

“ทุกวันนี้เราปลูกทุเรียนกันมาก ถ้าปรับเปลี่ยนมาสู่ระบบอินทรีย์ โดยอาจจะเริ่มบางส่วน ไม่ต้องง้อส่งออกก็ได้ ขายในประเทศขั้นต่ำกิโลกรัมละ 200 บาท แต่ต้องเป็นอินทรีย์จริงๆนะ และถ้าคิดต่อยอดเอาเกษตรอินทรีย์มาเชื่อมกับการท่องเที่ยว ซึ่งตอนผมทำทุเรียนคลองลอยเป็นทุเรียนอินทรีย์ 100% ไม่ขายเป็นลูก ผมติดต่อเพื่อนที่อยู่ต่างจังหวัดโดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ให้มาที่สวนทุเรียน มาดูการผลิตและให้จองเมื่อออกลูก ตีราคาเลยว่าตนละเท่าไหร่ เช่นตกลงราคาต้นละ 3 หมื่นบาท ทำสัญญาดูแลให้ตลอด เขาจะมาตัดเมื่อวันที่เราแจ้งไปว่าทุเรียนแก่แล้ว จากเดิมที่ต้นนี้อาจจะขายได้ 1 หมื่นบาทปรากฏว่าขายได้เพิ่มขึ้นอย่างน้อย 2 เท่า แล้วได้อะไรเพิ่ม คนที่แวะมาดูต้นทุเรียนของเขา ต้องมาเที่ยว มาใช้จ่ายในพื้นที่ มาพักโรงแรม รายได้อื่นเกิดขึ้น มีความสุข ได้กินทุเรียนอินทรีย์แท้ๆ ชวนลูกเมียมาช่วยกันตัด เป็นประสบการณ์นำไปคุยได้ว่าเขามีต้นทุเรียนของตัวเอง ราคาทุเรียนอาจจะสูงเมื่อเทียบกับปริมาณทุเรียนบนต้น แต่เมื่อเทียบกับความสุขใจคุ้มค่ามาก คนที่มีความพร้อมทุกอย่างเสียเงิน 3 หมื่นได้ความสุขมาตัดทุเรียนเอง หิ้วขึ้นรถเอง ได้ปีนป่ายต้นทุนเรียนมันมีความสุข เราอาจจะอยู่กับสวนทุเรียนจนคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดาไม่น่าสนใจ แต่คนกรุงเทพฯที่นานๆได้มาเจอทุเรียน ได้สัมผัสการเก็บการตัดเขามีความสุขมาก นั่นคือเราเปลี่ยนเกษตรธรรมดาเป็นเกษตรอินทรีย์และเชื่อมเข้าสู่การท่องเที่ยว อย่างนี้คือทางรอด ท่ามกลางการแข่งขันวันนี้เกษตรกรต้องเปลี่ยน และแนวที่จะได้ผลมากที่สุดคือการเปลี่ยนเข้าสู่เกษตรอินทรีย์”

รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพรยังแนะนำอีกว่า วันนี้ผักที่ซื้อเข้าไปบริการในโรงพยาบาลตามข้อกำหนดต้องเป็นผักอินทรีย์ ผักปลอดสารพิษ หลายโรงพยาบาลขาดแคลนเพราะไม่มีผักป้อนสู่โรงครัว มีความต้องการมหาศาล แต่ไม่มีผักอินทรีย์ที่แท้จริงป้อนให้ เพราะฉะนั้นวันนี้ถ้ามีผลผลิตที่เป็นอินทรีย์แท้ๆเท่าไหร่ก็มีคนซื้อ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น

“จังหวัดชุมพรเป็นแหล่งทำเกษตรกรรมที่เหมาะที่สุด โดยเฉพาะไม้ผล วันนี้เรากำลังเป็นศูนย์กระจายสินค้าผลไม้ของภาคใต้ ทุเรียนหลังสวนถ้าส่งไปประเทศจีนราคาจะแพงกว่าที่อื่น เพราะเขาเชื่อมั่นคุณภาพ ล่าสุดเราจัดตั้งศูนย์บริการส่งออกผลไม้แบบเบ็ดเสร็จที่ตลาดมรกต กระบวนการศุลกากร การส่งออก การตรวจสอบสินค้าจบเบ็ดเสร็จที่เดียว” รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพรกล่าวปิดท้ายถึงโอกาสของเกษตรกรรมเมืองชุมพร

                 




บริษัท สยามธุรกิจ แอดเวอร์ไทซิ่ง จำกัด เลขที่​ 423 ถนนบอนด์สตรีท​ ต.บางพูด​ อ.ปากเกร็ด​ จ. นนทบุรี​ 11120
โทรศัพท์ 02-0377423 , 02-0477243 ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ