ปฏิบัติการ “โรยเกลือย้ำแผล” ฝ่ายค้านตอกลิ่มทำรัฐบาลกระเพื่อม..!

วันศุกร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

ปฏิบัติการ “โรยเกลือย้ำแผล”  ฝ่ายค้านตอกลิ่มทำรัฐบาลกระเพื่อม..!


 

ผ่านพ้นไปแล้วกับการอภิปรายไม่วางใจรัฐบาลที่นำโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กระทรวงกลาโหม กับอีก 9 รัฐมนตรี...“ศึกซักฟอกรัฐบาล” ครั้งนี้ใช้เวลา 4 วันกับ 4 คืน ก่อนที่จะลงมติในวันที่ 20 กุมภาพันธ 2564 ที่ผ่านมา ซึ่งผลก็เป็นไปตามคาด สอบผ่านกันทุกคน และรัฐบาลได้ไปต่อ ด้วยเหตุผลที่ทราบกันว่าฝ่ายรัฐบาลที่มีเสียงมากกว่า ประมาณว่า “พวกมากลากไป”

สำหรับผลการโหวตนั้นไล่เรียงตั้งแต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กระทรวงกลาโหม ที่ได้รับโหวตไว้วางใจด้วยคะแนน 272 ต่อ 206 เสียง งดออกเสียง 3, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีได้รับคะแนนไว้วางใจ 274 ต่อ 204 เสียง งดออกเสียง 4,นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กระทรวงสาธารณสุข ได้คะแนนไว้วางใจ 275 ต่อ 201 งดออกเสียง 6 เป็นรัฐมนตรีที่ ได้คะแนนเสียงไว้วางใจสูงสุด, นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯและ รมว.กระทรวงพาณิชย์ ได้คะแนนไว้วางใจ 268 ต่อ 207 เสียง งดออกเสียง 7

 พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.กระทรวงมหาดไทย ได้คะแนนไว้วางใจ 272 ต่อ 205 เสียง งดออกเสียง 3, นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.กระทรวงศึกษาธิการ ได้คะแนนไว้วางใจ 258 ต่อ 215เสียง งดออกเสียง 8 ถือเป็น รัฐมนตรีที่ได้เสียงไว้วางใจน้อยที่สุด, นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.กระทรวงแรงงาน ได้คะแนนไว้วางใจ 263 ต่อ 212 เสียง งดออกเสียง 5 ไม่ลงคะแนน 1, นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.กระทรวงคมนาคม ได้คะแนนไว้วางใจ 268 ต่อ 201 เสียง งดออกเสียง 12 ไม่ลงคะแนน 1

นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.กระทรวงมหาดไทย ได้คะแนนไว้วางใจ 272 ต่อ 206 เสียง งดออกเสียง 4, ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์  ได้คะแนนไว้วางใจ 274 ต่อ 199 เสียง งดออกเสียง5 ไม่ลงคะแนน 1 ถือเป็นรัฐมนตรีที่มีเสียงไม่ไว้วางใจน้อยที่สุด

ในรายของนาย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กระทรวงสาธารณสุข ที่ได้คะแนนไว้วางใจ 275, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีได้รับคะแนนไว้วางใจ 274 และ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้คะแนนไว้วางใจ 274 ซึ่งสูงกว่าคะแนนของพล.อ.ประยุทธ์ที่ได้คะแนนเพียง 271 ทำให้มีการค่อนขอดว่าถ้าร.อ.ธรรมนัสได้คะแนนมากขนาดนี้น่าจะมาเป็นนายกฯ เองดีกว่า

คะแนนลงมติที่ออกมาครั้งนี้ ไม่ใช่ตัวชี้วัดความสำเร็จของ “ผู้ชนะ” แม้เสียงจะท่วมท้น แต่ในทรรศนะของผู้เชี่ยวชาญการเมืองมองว่า งานนี้ “ศพเกลื่อน” เนื่องจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ “ฝ่ายค้าน” เตรียมข้อมูลมาอย่างดีโดยเฉพาะ “พรรคเพื่อไทย” กลับมาทำหน้าที่ได้อย่างไฉไลกว่าศึกซักฟอกครั้งที่ผ่านมา นอกจากนี้ ศึกซักฟอกรัฐบาล ณ คาบนี้ ยังมี “ดาวรุ่ง” หน้าใหม่แจ้งเกิดบนถนนทางการเมืองมากหน้าหลายตา ทำหน้าที่ “ผู้ตรวจสอบ” ได้อย่างยอดเยี่ยม ไม่มีที่ติ

แม้ว่าแม้การซักฟอกครั้งนี้จะไม่สามารถทำให้รัฐบาลมีการเปลี่ยนแปลงได้ แต่ก็มีแรงสั่นสะเทือน อย่างน้อยๆ ก็สามารถแสดงภูมิปัญญา ความรู้ความสามารถให้ประชาชนได้เห็นได้เป็นที่ประจักษ์ นอกจากนี้ ผลทางการเมืองที่เห็นเป็นรูปธรรมเป็นที่ “ประจักษ์” คือ กระแสนิยม ของ “รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา “ตกวูบ” โดยจากผลสำรวจของ "สวนดุสิตโพล" พบว่าความเชื่อมั่นลดลงเหลือแค่ร้อยละ 32 ขณะที่ความไม่เชื่อมั่นสูงถึงร้อยละ 66

ยิ่งไปกว่านั้น ผลของการอภิปรายครั้งนี้ ทำให้เกิด “รอยร้าว” ภายในรัฐบาลกินบริเวณกว้าง หลายจุด ทั้งระหว่าง "พรรคร่วม" ที่คะแนนเสียงไว้วางใจไม่เป็นเอกภาพ ออกมาไม่เท่าเทียมกัน และ "ศึกใน" ที่เปิดฉากพันตูกันในพรรคแกนนำอย่าง "พลังประชารัฐ-พปชร." ที่นาทีนี้ไม่รู้ว่าใครเป็น “มิตรแท้ มิตรเทียม”

โดยเฉพาะ “เสี่ยตั้น” ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.กระทรวงศึกษาธิการ ที่มีเครดิตในพรรคสูงระดับได้รับการจัดชั้นให้เป็นบัญชีรายชื่อเบอร์ 1 แต่คะแนนไว้วางใจกลับออกมาเป็น “อันดับบ๊วย” เมื่อเช็กผลโหวตดูแล้ว พบว่าเกิดปรากฏการณ์ "เสียงแตก" กันภายในตาม "ใบสั่ง" ของคนในกันเอง เมื่อเกิดการ “แทงข้างหลัง”  เปิดปฏิบัติการ “แย่งชามข้าว” ยังดีที่การปรับ ครม.น่าจะไม่เกิดขึ้นเร็วๆ นี้ แบบที่ “บิ๊กตู่” ชิงกลบเสียงเคาะกะลา ยืนยันยังไม่โละรัฐมนตรี และไม่ได้นำแต้มโหวตไว้วางใจมาเป็นเงื่อนไขประกอบการกำจัดจุดอ่อน  

ขณะเดียวกันเกิดรอยร้าวระหว่าง “พลังประชารัฐ-พปชร.” กับ “ภูมิใจไทย” ที่ ส.ส. “กลุ่มดาวฤกษ์” เอาคืนทางการเมือง พากันโหวตสวนมติพรรค ลงมติ “งดออกเสียง” กับ ศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.กระทรวงคมนาคมจนเจ้าตัวควันออกหู ยื่นคำขาดให้ "พปชร." ตอบโจทย์ออกมาให้ชัดแจ้ง

แต่เรื่องสำคัญ คนในแวดวงผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายและประมูลโครงการรัฐ ได้ฟังการอภิปรายข้อมูลของฝ่ายค้าน ทั้งทีมเชือดเพื่อไทย และทีมชำแหละค่ายก้าวไกล ที่ออกมาฟันธงต้องมีคนติดคุก “ปมรถไฟฟ้าสายสีส้ม” ส่งผลต่อภูมิต้านทานทุจริตของรัฐบาลเต็มๆ

ตัดกลับมาที่การทำงานของรัฐบาลที่ผ่านมา มาตรฐานการบริหารจัดการของรัฐบาลภายใต้การนำของ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กระทรวงกลาโหม ในการประคองภาวะปากท้องประชาชนท่ามกลางไวรัสล้อมเมือง คนไม่มีกิน ใกล้อดตาย และแทบไม่เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ แบบที่นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่ง ประเทศไทย (ธปท.) ฟันธงเศรษฐกิจไทยฟื้นช้า ไม่สมดุล ต้องมีมาตรการ “ซื้อเวลา” โดยที่มาตรการ “คนละครึ่ง–เราชนะ” นั้นเพียงแค่เป็นมาตรการ “เลี้ยงไข้”  ตราบใดที่การท่องเที่ยวรายได้หลักยังไม่ฟื้น

ความหวังเดียวที่จะกระตุ้นชีพจรเศรษฐกิจก็คือ “วัคซีนโควิด” ที่วันนี้ยังต้องแหงนคอรอคอย ภายหลังเลื่อนดีเดย์ฉีด “เข็มแรก” วันที่ 14 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมามีแต่โฆษณาชวนเชื่อจากรัฐบาลว่าวัคซีนจะมาถึงและสามารถฉีดให้กับคนไทยเป็นประเทศแรกๆ ของอาเซียน แต่วันนี้ยังล่าช้า สวนทางกับสถานการณ์การติดเชื้อโควิด–19 ภายในประเทศที่ยังพุ่ง ล่าสุดจุดคลัสเตอร์ใหม่ที่จังหวัดปทุมธานี ลามกระจายไปในหลายจังหวัด

ผลพวงจากรัฐบาลปล่อยปละละเลยให้ขบวนการทุจริต เป็นต้นตอการระบาดโควิดระลอก 2 ทำให้กรรมต้องตกอยู่กับประชาชน โดยเงื่อนไขสถานการณ์ตอกย้ำ ความผิดพลาดในการบริหารของ พล.อ.ประยุทธ์และทีมงาน ภายใต้สภาวะอารมณ์ของประชาชนที่เดือดร้อนปากท้อง สัมผัสความยากลำบากได้ด้วยตัวเองนั่นจึงเกิดเป็น “อารมณ์ร่วม” โดยธรรมชาติ

ขณะที่สถานการณ์การเมืองทั้งภายในและภายนอกจะเริ่มมีความรุนแรงขึ้นโดยลำดับจากปัญหาเศรษฐกิจ-สังคมและการเมืองที่รุมเร้ามาโดยตลอด โดยหลังจากนี้การ “แก้ไขรัฐธรรมนูญ” ในวาระที่สอง ยังเป็นเรื่องที่น่าจับตา โดยเฉพาะการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ออกมาว่าจะให้แก้รัฐธรรมนูญได้หรือไม่ได้ จากคำวินิจฉัยจะมีผลทางการเมืองทั้งสิ้น ถ้าไม่ให้แก้ก็จะมีผลไปด้านหนึ่ง ถ้าเสียงออกมาว่าให้แก้ไขรัฐธรรมนูญได้ การเมืองก็พอเดินต่อไปได้ แต่ถ้าเสียงออกมาว่าแก้ไม่ได้ การเมืองทั้งภายในสภาและนอกสภาคงมีความรุนแรงไม่ต่างอะไรก่อนหน้านี้

การชุมนุมนอกสภาที่เพิ่งจะเริ่มขึ้นแม้ว่าจะดูไม่เบิ้ม แต่ก็จะคอย “ตอกลิ่ม” จะขยายสถานการณ์ให้บานปลายมากยิ่งขึ้น พร้อมเขย่า “เสถียรภาพรัฐบาล” ให้อยู่ไม่เป็นสุข ซักฟอกต่อนอกสภา ไม่ให้ราคาพลังเสียงในสภา

เพราะเสียงในสภาไม่มีค่าเท่า “ศรัทธา” ของประชาชน..!!




บริษัท สยามธุรกิจ แอดเวอร์ไทซิ่ง จำกัด เลขที่​ 423 ถนนบอนด์สตรีท​ ต.บางพูด​ อ.ปากเกร็ด​ จ. นนทบุรี​ 11120
โทรศัพท์ 02-0377423 , 02-0477243 ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ