7 บริษัทส่งออก MOU ทุเรียนจันท์ 1 แสนตัน “ควีน โฟรเซ่น” โชว์นวัตกรรม -60 องศา ประกาศศักดาเบอร์ 1 ตลาดจีน

วันพฤหัสบดีที่ 04 มีนาคม พ.ศ. 2564

7 บริษัทส่งออก MOU ทุเรียนจันท์ 1 แสนตัน “ควีน โฟรเซ่น” โชว์นวัตกรรม -60 องศา ประกาศศักดาเบอร์ 1 ตลาดจีน


พิธีลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือด้านการส่งเสริม สนับสนุน และการค้าทุเรียน ภาคตะวันออก วันที่ 3 มีนาคม 2564 ณ หอประชุม วัดโพธิ์ทอง ตำบลแสลง อ.เมือง จ.จันทบุรีได้รับเกียรติจากท่าน ฤหัส ไชยศักดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี เป็นประธานเปิดงาน

โดยวัตถุประสงค์ความร่วมมือครั้งนี้ ประกอบด้วย บริษัท ควีน โฟรเซ่น ฟรุต จำกัด และผู้ประกอบการรับซื้อทุเรียนเพื่อการส่งออกและแปรรูป ร่วมกับสมาคมสัจจะสะสมทรัพย์ วัดโพธิ์ทอง โดยพระครูสุวรรณโพธิวรธรรม ดร.มนัส ขนฺติธมฺโม เจ้าอาวาสวัดโพธิ์ทอง และกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียน จังหวัดจันทบุรี ได้จัดทำบันทึกข้อตกลง (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือในการส่งเสริม สนับสนุน และการค้าทุเรียนที่เป็นธรรม รวมทั้งการสนับสนุนให้เกิดการผลิตที่ปลอดภัย และเข้าสู่ระบบการปลูกทุเรียนอินทรีย์ แบบยั่งยืน รวมถึงทำให้เกษตรกรและกลุ่มเกษตรกรมีรายได้ที่สูงขึ้น

ซึ่งในเบื้องต้นได้มีการจัดการเจราจาทำความเข้าใจในข้อตกลงและเงื่อนไขต่างๆแล้วนั้น คาดว่าจะมีความร่วมมือและเข้าร่วมลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) ประมาณ 100,000 ตัน โดยมีตัวแทนผู้ประกอบการ ได้แก่

1.บริษัท ควีน โฟรเซน ฟรุต จำกัด

2.บริษัท โยโก แอนด์ ตงหมิง จำกัด

3.บริษัท โยโก หัวธง จำกัด

4.บริษัท เออีซี เวิลด์ เน็ตเวร์ค จำกัด

5.บริษัท ลี่มี้ ผลไม้ อิมพอร์ต เอ็กซ์พอร์ต จำกัด

6.บริษัท ซุปเปอร์ฟรุ๊ตไทยแลนด์ จำกัด

7.บริษัท โกลบอล ออร์แกนิค กรุ๊ป จำกัด สาขาจันทบุรี

โดย ท่าน ฤหัส ไชยศักดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ประธานเปิดงานกล่าวว่า บริษัทควีน โฟนเซ่นฟรุ๊ต ได้มาร่วมบันทึกข้อตกลงกับกลุ่มสัจจะสะสมทรัพย์เกษตรกรชาวสวน จ.จันทบุรี เป็นสิ่งที่ดี เพราะจะได้ช่วยในการซื้อทุเรียนที่บางช่วงจะออกมากระจุกตัว oversupply ล้นตลาด โดยเฉพาะในช่วงเดือน เม.ย.-พ.ค.ที่กำลังจะถึงนี้ เป็นช่วงที่ผลผลิตออกมามาก จะพีคในช่วงนั้น เพราะฉะนั้นช่วงนั้นเนี่ย การส่งออกประมาณ 70% ในส่วนที่เกิน บริษัทก็จะสามารถช่วยกระจายส่วนที่เกินแล้วนำเข้าโรงงานไปแปรรูป ซึ่งการจัดโครงการในครั้งนี้ถือเป็นสิ่งที่ดีกับจังหวัดมาก ก็ต้องขอขอบคุณ บริษัทควีน โฟนเซ่น ฟรุ๊ต เป็นอย่างมาก ที่มาช่วยเกษตรกรของชาวจังหวัดจันทบุรีให้ได้ขายผลผลิตได้ดีและมีรายได้เพิ่มขึ้น

ด้าน วรัญญภัคก์ ศรีมหัทธนเวคิน ประธานบริษัท ควีน โฟรเซ่น ฟรุต จำกัด ได้นำทัพในการเป็นผู้บันทึกประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของการค้าทุเรียนที่เป็นธรรม ทำอย่างไรให้ทุเรียนราคาไม่ตก ไม่ต้องวิ่งตามตลาด โดยร่วมมือ ร่วมใจ กับเกษตรกรในการกำหนดราคาขายให้กับตัวเอง พร้อมช่วยให้เกษตรกรจากการเป็นผู้ขาย ให้เป็นผู้ส่งออกได้ด้วยตัวเอง ถือเป็นมิติใหม่ ที่แรกของการส่งเสริมการเกษตรของประเทศไทยโดยเฉพาะทุเรียน

โดย วรัญญภัคก์ ศรีมหัทธนเวคิน”  เปิดเผยว่า สำหรับการลงนามในครั้งนี้เราต้องการช่วยเหลือเกษตรกรและผลักดันให้เกษตรกรสามารถส่งออกได้เอง และในช่วงที่ทุเรียนล้นตลาด ไม่มีตลาดวางขาย เราจะนำทุเรียนมาแปรรูปแช่แข็ง เพื่อเพิ่มมูลค่าของทุเรียน เพราะในช่วงล้นตลาด ทุเรียนจะราคาเหลือไม่ถึง 50 บาท และเราจะทำอย่างให้ราคาไม่ถึง 50 นี้เพิ่มเป็น 70 บาทให้ได้ เราก็เลยมาทำความเข้าใจกับเกษตรกรว่าเรามาช่วยเป็นตลาดให้ และให้เกษตรกรมาจับมือกับเรา ร่วมมือกัน เพื่อกำหนดราคาของตลาดเองได้

ประธานบริษัท ควีน โฟรเซ่น ฟรุต จำกัด  กล่าวต่อว่า สำหรับเกษตรกรท่านไดที่อยากเข้าร่วมโครงการกับเรานั้น ในเบื่องต้นเพียงแค่เป็นสมาชิกของบริษัทเรา และควรเป็นกลุ่มใหญ่ เพราะยิ่งกลุ่มใหญ่เท่าไหร่ เราจะมีสต๊อกอยู่ในมือมาก เราก็จะยิ่งเคาะมูลค่า เคาะเวลา และเป็นผู้กำหนดราคาส่งออกเองได้  และสำหรับประเด็นที่เกษตรกรหลายคนอาจจะมีความกังวลเรื่องว่าปัจจุบันมีประเทศเพื่อนบ้านรอบ ๆ เราปลูกทุเรียนส่งออกเองได้ หรือที่ว่าทางจีนจะทำการปลูกทุเรียนเองได้นั้น ทางเรายังคงขอยืนยันว่าตอนนี้ทุเรียนของประเทศไทยเรายังคงเป็นอันดับ 1 ในการส่งออกมากที่สุดไปยังประเทศจีนอยู่ ขอให้เกษตรกรยังคงมั่นใจในเรื่องดังกล่าว

ทั้งนี้ สำหรับประเด็นต่อไปที่ปัจจุบันผู้ประกอบการชาวจีนเป็นผู้กำหนดราคาทุเรียนเองทั้งหมด ตรงนี้เรามีแนวคิดว่าต่อไปเราจะร่วมมือกับคนจีนโดยจะมีการตั้งกลุ่มการค้าของจีน จะพยายามส่งเสริมเกษตรกรให้ร่วมตัวกันเป็นผู้ส่งออกเอง และนำไปขายที่ตลาดจีน โดยความร่วมมือจากตลาดจีนด้วยกันเองนั้นเราถือว่าเราแบ่งตลาด แบ่งแชร์กัน เพราะว่าผู้ประกอบการของจีนก็นำผลไม้เข้ามาขายที่ไทยจำนวนมากในปัจจุบันนี้  เราถือว่าเป็นการแลกสินค้ากัน คือ เขาขายผลไม้ไทยให้เรา เราก็ขายผลไม้จีนให้เขา สังเกตได้เลย ในตลาดบ้านเราจะมีผลไม้จีนเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นส้ม แอปเปิ้ล สาลี่ องุ่น ของจีนทั้งนั้น เราจึงเอาทุเรียนไปให้คนจีนขายแลกเปลี่ยนกัน เปลี่ยนวิธีมุมมอง เปลี่ยนวิธีการค้าใหม่ ว่าเราช่วยเขา เขาช่วยเรา เราจึงจับมือกัน เราไม่ได้เป็นศัตรูกัน เราเป็นคู่ค้าที่ดีต่อกัน เราช่วยเหลือเขา เขาช่วยเหลือเรา ตลาดจีนมีอะไรล้นตลาดบอกเรามา เราทางไทยก็จะช่วยขายให้ ตัวอย่างเช่น  ที่ผ่านมาทางบริษัทเราก็ได้ติดต่อไปที่คู่ค้าคนจีน ขอให้ช่วยเรื่องมะม่วงน้ำดอกไม้ ซึ่งได้คำตอบมาแล้วว่าทางจีนจะช่วยเหลือซื้อมะม่วงน้ำดอกไม้เรา มะม่วงน้ำดอกไม้ตลาดไทยขายได้กิโลละ 20-30 บาท แต่เราขายได้กิโลละ 70 บาท ซึ่งพ่อค้าคนจีนช่วยเรา ดังนั้น การทำตลาดเรามองว่าเราไม่ได้มาตั้งป้อมว่าจีนจะมาเป็นศัตรูหรือคู่แข่งกับเรา แต่สิ่งที่เรามองไกลไปกว่านั้น ก็คือ เราต้องเป็นคู่ค้ากัน เป็นบ้านพี่เมืองน้อง และทำให้เศรษฐกิจทั้งสองประเทศดีไปพร้อมกัน  

สำหรับในเรื่องจากสถานการณ์ โควิด-19 ที่เกิดขึ้นลากยาวตั้งแต่ปีที่แล้ว จนมาถึงปีนี้ที่ส่งผลให้หลายธุรกิจอาจจะได้รับผลกระทบ แต่เราต้องบอกว่าสำหรับในส่วนของทุเรียนกลับไม่ได้รับผลกระทบอะไรมากนัก เนื่องจากขณะนี้เราได้มีการคิดค้น

นวัตกรรมใหม่ -60 องศา หนึ่งเดียวในประเทศไทย ผลไม้สดทุกตัวจะมีน้ำในตัว เมื่อไหร่ที่เอาไปแช่แข็งน้ำกับเนื้อจะแยกออกจากกัน น้ำจะกลายเป็นน้ำแข็ง เวลารับประทานเหมือนทานน้ำแข็งใส แต่เมื่อใช้นวัตกรรม -60 องศา เซลล์ของผลไม้จะไม่แตก น้ำกับเนื้อยังอยู่รวมกันได้เป็นปกติ เวลารับประทานจะละลายในปากเหมือนทานไอศครีมเลย ดังนั้นใครเคยทานไอศครีมทุเรียนก็จะทราบว่าอร่อย ทุเรียนเราที่นำมาใช้นวัตกรรมใหม่ -60 ก็อร่อยเหมือนไอศครีมเช่นกัน สำหรับท่านที่สนใจติดตามข้อมูลได้ทาง เพจ Face book : queenfrozen

นอกจากที่เราได้นำร่อง นวัตกรรมใหม่ -60 ดังกล่าวเริ่มต้นที่จันทบุรี แล้วยังได้มีการวางแผนจะขยายไปยังจังหวัดอื่น ๆ ต่อไปในอนาคตด้วย เนื่องจากทางกระทรวงเกษตร ท่านประภัตร โพธสุธน ส่งเสริมในนวัตกรรมดังกล่าวอย่างมาก เพราะท่านเล็งเห็นว่าเราเป็นตัวแทนเกษตรกรไทยที่จะพาพี่น้องชาวเกษตรกรไทยเป็นผู้ส่งออกไปได้ด้วยตัวเอง เพราะปัญหาหนึ่งที่เราเจอตอนนี้คือ มะม่วงน้ำดอกไม้ล้นตลาด ไม่มีตลาดขาย ท่านโทรมาให้ช่วยหาตลาด ตอนนี้เราก็หาตลาดให้ได้แล้ว และเรากำลังรวบรวมว่าวันหนึ่งเราจะส่งมะม่วงน้ำดอกไม้ไปต่างประเทศได้วันละเท่าไหร่  ซึ่งขณะนี้เรากำลังรอคำตอบจากเกษตรกรอยู่ อีกทั้งบริษัทของเราไม่ได้เอากำไรจากตรงนี้ ทางเราคืนให้เกษตรกรทั้งหมด และเราจะมาช่วยส่งเสริมเรื่องทุเรียนแทน แต่นี้เป็นเรื่องเร่งด่วนที่เกิดปัญหากับเกษตรกรไทย และเรามาช่วยแก้ปัญหาให้ และต้องขอบคุณท่านประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ท่านมองเห็นปัญหาแล้วและนำมาคุยกัน และเราก็ได้มาร่วมกันแก้ปัญหาตรงนี้เพื่อพี่น้องชาวเกษตรกรของเรา

ด้าน พระครูสุวรรณโพธิวรธรรม ดร.มนัส ขนฺติธมฺโม เจ้าอาวาสวัดโพธิ์ทองกล่าวเพิ่มเติมว่า ในการลงนาม MOU ในเรื่องของการช่วยเหลือเกษตรกรร่วมกัน ก็เกิดจากปัญหาที่เกษตรกรเองและผลผลิตที่ออกมาเยอะ ซึ่งปีนี้คาดการณ์ว่าทุเรียนจะออกมาถึง 430,000 ตัน มากกว่าปีที่แล้วถึงประมาณ 40,000 กว่าตัน ซึ่งจะเป็นภาวะและปัญหาของตลาด และส่วนหนึ่งจะได้ส่งเสริมออแกนิกไทยแลนด์ หรือว่าอินทรีย์ ก็ได้มองเห็นว่าการตลาดไม่ดีเท่าที่ควร ราคาไม่ดีนัก ในเรื่องของเกษตรกรอินทรีย์ ก็เลยได้คิดช่วยเหลือชาวบ้าน โดยการชวนชาวบ้านมาพูดคุยและวางแผน และนำบริษัทมาเจอะเจอและตกลงราคาร่วมกัน แต่เป็นบริษัทเล็กๆอยู่ก่อนในเบื้องต้น แต่ก็ยังทำข้อตกลงรับซื้อทุเรียนออแกนิกไทยแลนด์ ประมาณ 3 กิโลครึ่งขึ้นไปในเครือข่ายปัถวีโมเดล ในกิโลละ 1,000 บาท 5 กิโล ก็ 5,000 บาท ในเบื้องต้น แล้วก็รับซื้อมังคุดออกแกนิกไทยแลนด์ กิโลละ 120 บาท ตลอดทั้งฤดูกาลในปีนี้

สำหรับในการทำ MOU ข้อตกลงกับเกษตรอินทรีย์อันนี้คือ ซื้อกันตั้งแต่มังคุดยังไม่ออกดอก ตั้งแต่เมื่อ 2 เดือนที่แล้ว ทุเรียนยังได้แค่เท่าเม็ดมะเขือ ดอกยังเล็กอยู่ ก็ตกลงทำข้อตกลงรับซื้อล่วงหน้าเอาไว้ก่อน แล้วก็ได้คิดว่าจะทำอย่างไร คนรับซื้อใหญ่ๆ ไม่ใช่แค่เฉพาะเกษตรอินทรีย์อย่างเดียว ทุเรียนปกติที่ใช้เคมีก็ยังลำบากอยู่ ก็เลยได้ไปพบกับคุณน้อง ซึ้งเป็นเจ้าของบริษัทควีน โฟรเซ่น ฟรุ๊ต ซึ่งเป็นผู้ค้ารายใหญ่ทุเรียนของประเทศไทยเรา ก็ไปเจรจาตกลงคุยกันว่าจะทำอย่างไรจึงจะร่วมมือกันได้ในครั้งนี้

เจ้าอาวาสวัดโพธิ์ทอง กล่าวทิ้งท้ายว่า  เราก็ได้ไปพูดคุยแนวทางแล้วก็เชิญเกษตรกร หน่วยงานราชการต่างๆ มาร่วมกันทำ MOU ข้อตกลงในเรื่องของการรับซื้อทุเรียนทั้งเบอร์บนและเบอร์ล่าง เบอร์บน หมายถึง ทุเรียนเกรด A B C เบอร์ล่าง ภาษาสวนหมายถึง ตกไซส์ มีตำหนินู่นนี่นั่น ซึ่งทางคุณน้องได้รับซื้อในราคาที่เป็นธรรมและเป็นประโยชน์กับชาวบ้าน ซึ่งในการรับซื้อเบอร์ล่าง ราคา 60-70 บาทเนี่ย ก็จะทำให้ราคาทุเรียนไม่ตกต่ำ เพราะขนาดตกไซส์ยัง 60-70 บาทแล้ว ทุเรียนเบอร์บนเนี่ยราคาต้องดีแน่ๆ แล้วก็ปริมาณจะเยอะขึ้น ก็เลยมาวางแผนร่วมมือกัน ในระหว่างที่ขายเกษตรกรของกลุ่มสัจจะสะสมทรัพย์ จ.จันทบุรีก็ดี เครือข่ายเกษตรต่างๆก็ดี เครือข่ายออแกนิกไทยแลนด์ก็ดี มาวางแผนร่วมมือกัน เพื่อเป็นข้อตกลงการซื้อขาย ชาวสวนจะได้ไม่เดือนร้อนในเรื่องของการหาตลาด และราคาตกต่ำ จึงทำให้เกิดการลงนาม MOU ในเรื่องของการช่วยเหลือเกษตรกรในครั้งนี้เกิดขึ้น อาตมาจึงขอเจริญพร




บริษัท สยามธุรกิจ แอดเวอร์ไทซิ่ง จำกัด เลขที่​ 423 ถนนบอนด์สตรีท​ ต.บางพูด​ อ.ปากเกร็ด​ จ. นนทบุรี​ 11120
โทรศัพท์ 02-0377423 , 02-0477243 ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ