เปิดโครงการ “Lean IoT Plant management and Execution (LIPE)” พัฒนาบุคลากรนำระบบ IoT มาประยุกต์ใช้เพื่อสร้างรากฐานในการก้าวสู่ Thailand 4.0

วันพฤหัสบดีที่ 04 มีนาคม พ.ศ. 2564

เปิดโครงการ “Lean IoT Plant management and Execution (LIPE)” พัฒนาบุคลากรนำระบบ IoT มาประยุกต์ใช้เพื่อสร้างรากฐานในการก้าวสู่ Thailand 4.0


The Association for Overseas Technical Cooperation and Sustainable Partnerships (AOTS) ได้จัดพิธีเปิดศูนย์ฝึกอบรม Lean IoT Plant management and Execution (LIPE) ภายใต้ความร่วมมือระหว่างประเทศญี่ปุ่นและประเทศไทยเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนงานภาคอุตสาหกรรมหุ่นยนต์อย่างเต็มรูปแบบ

นายยูเฮ วาดะ ผู้อำนวยการ สำนักงาน AOTS กรุงเทพฯ กล่าวว่า โครงการ LIPE เป็นโครงการที่จัดขึ้นและได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมแห่งประเทศญี่ปุ่น โดยมุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพบุคลากรในภาคอุตสาหกรรมการผลิตขนาดกลางและขนาดย่อมในประเทศไทย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในภาคการผลิตและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรม  AOTS ได้รับมอบหมายจากกระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมแห่งประเทศญี่ปุ่น ภายใต้ความร่วมมือกับกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ประเทศไทยและสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประเทศไทย ให้ดำเนินโครงการ LIPE เฟสที่ 1 ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2563 ซึ่งในปีเดียวกันนั้นได้จัดฝึกอบรมตามหลักสูตรโครงการ LIPE เป็นจำนวน 13 ครั้งให้กับวิศวกรชาวไทยกว่า 300 คน ปัจจุบันศูนย์ฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ LIPE ได้ดำเนินการแล้วเสร็จเป็นที่เรียบร้อย AOTS จึงถือโอกาสนี้ในการเริ่มดำเนินโครงการ LIPE เฟสที่ 2 ขึ้น

โดยเมื่อในปีพ.ศ. 2561 AOTS มีความร่วมมือกับกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมและสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ในการจัดฝึกอบรมหัวข้อ “LASI (Lean Automation System Integrators)” สำหรับ Robot System Integrator โดยมีเป้าหมายในการพัฒนาอุตสาหกรรมหุ่นยนต์เต็มรูปแบบ ซึ่งมีผู้ผ่านการฝึกอบรมมาแล้วกว่า 800 คน แต่ทว่ายังมีอุปสรรคในการนำหุ่นยนต์มาใช้ในภาคอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อมจริง จึงทำให้เกิดการฝึกอบรม LIPE ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างรากฐานการพัฒนาอุตสาหกรรมหุ่นยนต์สำหรับอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อมที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างแท้จริง ซึ่งกลุ่มอุตสาหกรรมดังกล่าวเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมายของนโยบาย Thailand 4.0 อีกทั้งยังเป็นการพัฒนาศักยภาพและความสามารถทางการแข่งขันของภาคการผลิตในประเทศไทย โดยการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้อีกด้วย 

โครงการ LIPE ที่ดำเนินการในครั้งนี้ เป็นการพัฒนาบุคลากรสาขาวิศวกรรมโดยนำระบบ IoT ที่เรียบง่ายมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาประสิทธิภาพและความสามารถทางการแข่งขันของภาคการผลิต เพื่อนำไปสู่การสร้างสภาพแวดล้อมที่ง่ายต่อการนำหุ่นยนต์มาประยุกต์ใช้ และยังช่วยเพิ่มความต้องการใช้หุ่นยนต์ในภาคอุตสาหกรรม อันจะนำไปสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ภายในประเทศ อีกทั้งยังเป็นการวางรากฐานให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมหุุ่นยนต์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วย

สำหรับเนื้อหาของโครงการ LIPE คือ การฝึกอบรมเพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพการผลิตด้วยการลงทุนในระบบ IoT ขนาดย่อมที่ภาคอุตสาหกรรมการผลิตขนาดกลางและขนาดย่อมสามารถนำไปใช้ได้จริง โดยอาศัยประสบการณ์กว่าครึ่งศตวรรษที่ภาคอุตสาหกรรมการผลิตของญี่ปุ่นได้สั่งสมมา โดยได้รับความร่วมมือจากผู้เชี่ยวชาญด้านอุตสาหกรรมการผลิตและเทคโนโลยีดิจิทัลของไทยและญี่ปุ่นมาร่วมพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมนี้ ได้แก่ มหาวิทยาลัยวาเซดะ Toyo Business Engineering (Thailand) Co., Ltd., DENSO INTERNATIONAL ASIA Co., Ltd. จากประเทศญี่ปุ่น และสถาบันไทย-เยอรมัน, สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, บริษัท สุมิพล คอร์ปอเรชั่น จำกัด, บริษัท เทคนิมอล จำกัด จากประเทศไทย ในการนี้ผู้จัดได้ดำเนินโครงการพัฒนาบุคลากร LIPE อย่างเต็มรูปแบบด้วยการจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรม LIPE (ศูนย์พัฒนาบุคลากรเพื่อรองรับเทคโนโลยีขั้นสูง) ขึ้นที่สถาบันไทย-เยอรมัน (ศูนย์กรุงเทพ) ภายในศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรมสู่อนาคต (ITC) กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม

ทั้งนี้ โครงการ LIPE ตั้งเป้าฝึกอบรมและพัฒนาวิศวกรไทยให้ได้มากกว่า 10,000 คน โดยเริ่มจากการฝึกอบรมที่ศูนย์ฝึกอบรม LIPE หลังจากนั้นได้วางแผนในการขยายศูนย์ฝึกอบรมออกไป ซึ่งได้รับร่วมมือจากสถาบันการศึกษาต่างๆ ภายในประเทศ ช่วงเฟส 1 ของโครงการในปีพ.ศ. 2563 นั้น มีสถาบันการศึกษา 16 สถาบัน รวมถึงเจ้าหน้าที่ 36 ท่าน เข้าร่วมการอบรมนี้ อาทิเช่น สถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง จากความร่วมมือของสถาบันการศึกษาดังกล่าว ทำให้โครงการสามารถดำเนินไปได้อย่างรวดเร็ว และมุ่งสู่แผนพัฒนาทักษะของวิศวกรไทยซึ่งเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมการผลิตขนาดกลางและขนาดย่อมที่มีจำนวนหลายหมื่นคน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของภาคการผลิตของไทยตามนโยบาย Thailand 4.0

จากวัตถุประสงค์ดังกล่าว AOTS มุ่งเน้นในการพัฒนาความสามารถทางการแข่งขันของภาคการผลิตในประเทศไปพร้อมกับการส่งเสริมการขยายช่องทางการดำเนินงานไปยังภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยร่วมมือกับคณะกรรมการความร่วมมือทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมอาเซียนและญี่ปุ่น (AMEICC) ผ่านโครงการ LIPE นี้

​นอกจากนี้ เพื่อให้โครงการ LIPE เกิดประสิทธิผลสูงสุด จำเป็นต้องสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับความจำเป็นและประสิทธิผลของการลงทุนในระบบ IoT ให้กับผู้บริหารในภาคธุรกิจ AOTS จึงจัดงานสัมมนาเพื่อชี้ให้เห็นความสำคัญของการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและความสามารถในการแข่งขันผ่านการลงทุนในระบบ IoT ในวันศุกร์ที่ 5 มีนาคมนี้ ภายในงานสัมมนา จะมีการบรรยายรายละเอียดโครงการ LIPE และการแนะนำ SMKL (Smart Manufacturing Kaizen Level) ที่พัฒนาล่าสุดโดยองค์การระหว่างประเทศว่าด้วยการรับรองระบบงาน (IAF) โดย SMKL เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้สามารถวางแผนการพัฒนากระบวนการผลิตทีละขั้นตอนเพื่อผลลัพธ์ที่ยั่งยืน ผ่านตัวชี้วัดเพื่อประเมินการใช้ระบบ IoT และ Visualization ของหน้างานในส่วนการผลิต โดยไม่จำเป็นต้องมีความรู้เฉพาะทางด้าน IoT แม้แต่น้อย ซึ่งแนวคิดการใช้ระบบ IoT ในการทำงานอย่างชาญฉลาดในภาคการผลิตญี่ปุ่นนั้น มีความคล้ายคลึงกับแนวคิดของโครงการ LIPE ทางโครงการจึงได้รวบรวมความรู้ด้านอุตสาหกรรมต่างๆ ในญี่ปุ่น รวมถึง SMKL มาเพื่อส่งเสริมและต่อยอดการใช้ระบบ IoT ในภาคอุตสาหกรรมผลิตของประเทศไทย




บริษัท สยามธุรกิจ แอดเวอร์ไทซิ่ง จำกัด เลขที่​ 423 ถนนบอนด์สตรีท​ ต.บางพูด​ อ.ปากเกร็ด​ จ. นนทบุรี​ 11120
โทรศัพท์ 02-0377423 , 02-0477243 ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ