ดันงานวิจัยยกระดับเกษตรกร ภาคีเครือข่ายวิชาการร่วมแจม

วันพฤหัสบดีที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2556

ดันงานวิจัยยกระดับเกษตรกร ภาคีเครือข่ายวิชาการร่วมแจม


การรวมตัวเป็น AEC ส่งผลให้เกิดการไหลเวียนอย่างเสรีของสินค้า บริการ การลงทุน เงินทุน ทำให้อาเซียนเป็นตลาดและฐานการผลิตเดียว มุ่งเป้าเพื่อลดปัญหาความยากจนและความเหลื่อมล้ำทางสังคม ซึ่งกลุ่มสินค้าและบริการนำร่องที่สำคัญ ที่จะทำให้เกิดการรวมกลุ่มของอาเซียน คือ สินค้าเกษตร ประมง ผลิตภัณฑ์ไม้ ผลิตภัณฑ์ยาง สิ่งทอ ยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ เทคโนโลยีสารสนเทศ และการบริการด้านสุขภาพ การท่องเที่ยวและขนส่งทางอากาศ ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2554 ว่า การเตรียมความพร้อมในการก้าวสู่การเป็นประชาคมเศรษฐ-กิจอาเซียน ให้ถือเป็นวาระแห่งชาติ โดยมีคณะกรรมการอาเซียนแห่งชาติเป็นผู้รับผิดชอบในการติดตามงานด้านต่างๆ
กรมส่งเสริมสหกรณ์ ในฐานะหน่วย งานส่งเสริม ดูแลสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร เห็นถึงความสำคัญในการเตรียมความ พร้อมบุคลากรกรมส่งเสริมสหกรณ์และบุคลากร สหกรณ์ ก่อนที่จะเข้าสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในอีก 2 ปีข้างหน้า ด้วยการเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับประชาคมอาเซียนแก่บุคลากรกรมส่ง เสริมสหกรณ์และบุคลากรสหกรณ์ เช่น การอบรมภาษาอังกฤษและภาษาจีน เพื่อเพิ่มทักษะในด้านภาษาสำหรับการสื่อสารด้านการค้าและการดำเนินงาน ระหว่างขบวนการสหกรณ์ไทยและสหกรณ์ในประเทศอาเซียนในอนาคต
การเตรียมความพร้อมของขบวน การสหกรณ์ในประเทศไทย เพื่อรองรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนนั้น ดูจากสถิติสหกรณ์ในประเทศไทย ปัจจุบันมี สหกรณ์รวมกันทั้งสิ้น 7,964 แห่ง แยกเป็น สหกรณ์การเกษตร 4,401 แห่ง สหกรณ์ประมง 102 แห่ง สหกรณ์นิคม 96 แห่ง สหกรณ์ออมทรัพย์ 1,471 แห่ง สหกรณ์ร้านค้า 271 แห่ง สหกรณ์บริการ 1,153 แห่ง และสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน 470 แห่ง มีสมาชิกสหกรณ์ประมาณ 10.82 ล้านคน ปริมาณธุรกิจที่ดำเนินการประกอบด้วย การรับฝากเงิน การให้เงินกู้ จัดหาสินค้า มาจำหน่าย การรวบรวมผลผลิต การแปรรูปผลผลิต และธุรกิจบริการ รวมมูลค่าทั้งสิ้น 2.049 ล้านล้านบาท
ขณะที่บทบาทของหน่วยงานที่สนับสนุนการวิจัย อย่างสำนักงานกองทุน สนับสนุนการวิจัย โดย ศ. ดร.สวัสดิ์ ตันตระรัตน์ ผู้อำนวยการ รศ.วุฒิชัย กปิลกาญจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ รศ. ดร.พีระเดช ทองอำไพ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนการวิจัยการเกษตร (องค์ การมหาชน) และ ดร.วีระชัย นาควิบูลย์วงศ์ เลขาธิการสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ร่วมกันลงนามความร่วมมือทางวิชาการว่าด้วย "โครงการถ่ายโอนความรู้ในการยกระดับความสามารถของเกษตรกรและเจ้าหน้าที่ ส.ป.ก. (Smart Farmers ; Smart Officers)สู่การพัฒนาอย่างเป็นองค์รวมเพื่อการกินดีอยู่ดี" เพื่อถ่ายโอนความรู้และนวัตกรรมจากการวิจัยของสถาบันวิชาการ ด้านสหกรณ์ เพื่อนำไปพัฒนาบุคลากรของ ส.ป.ก. และบุคลากรที่อยู่ภายใต้ภารกิจของ ส.ป.ก. ให้มีทักษะในการบริหารจัดการแบบองค์รวม เพื่อนำไปสู่การสร้างคุณค่าและมูลค่าเพิ่มในการใช้ประโยชน์ที่ดิน และเป็นไปในแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยความร่วมมือดังกล่าวมีระยะเวลา 3 ปี นับตั้งแต่ พ.ศ. 2556-2558
โดยความร่วมมือนี้มีกรอบภารกิจหลัก 4 ประการ ประกอบด้วย 1 พัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมด้านการบริหารจัดการแบบองค์รวม เพื่อยกระดับขีดความสามารถของเจ้าหน้าที่ส่งเสริม ส.ป.ก. ในการปฏิบัติภารกิจสู่การบรรลุเป้าหมาย 2 ส่งเสริมการดำเนินโครงการพัฒนาตัวแบบธุรกิจชุมชน เพื่อเป็นกลไกของคนในชุมชนในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจและสังคมบนการพึ่งพาตนเอง เพื่อการมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี 3 สนับสนุนการพัฒนาศูนย์เรียนรู้มีชีวิต พื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ในแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน และ 4 สนับสนุนการพัฒนาตัวแบบธุรกิจที่มีการบริหารจัดการโซ่อุปทาน เพื่อนำประโยชน์ สู่สมาชิกและชุมชน
สำหรับบทบาทหน้าที่ของ สกว.นั้นจะสนับสนุนให้เกิดกระบวนการถ่ายโอนความรู้จากการวิจัยภายใต้ชุดโครงการ "การขับเคลื่อนการพัฒนาการสหกรณ์และการค้าที่เป็นธรรม" ตลอดจนการสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาภายใต้โครงการความร่วมมือร่วมติดตามการดำเนินงาน สรุปผล และเชื่อมโยงเชิงนโยบาย
"สิ่งสำคัญที่เราอยากเห็น คือการผลักดันผลงานวิจัยของสกว. สู่การใช้ประโยชน์เมื่อจบโครงการวิจัยแล้ว ผลของความร่วมมือครั้งนี้จึงเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่มีการผลักดันงานที่ สกว. ให้การสนับสนุน และยังเป็นส่วนหนึ่งของการเชื่อมโยงห่วงโซ่คุณค่างานวิจัยทั้งการสร้างเกษตรกรรุ่นใหม่และงานด้านสหกรณ์ อันเป็นผลงานที่ สกว. มีความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง" ผู้อำนวยการ สกว. กล่าว
ขณะที่อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า การที่ สกว. ให้การสนับสนุนด้านการวิจัยแก่สถาบันวิชาการด้านสหกรณ์ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มาอย่างต่อเนื่อง นับเป็นปัจจัยสำคัญประการหนึ่งที่ทำให้สถาบันฯ สร้างสรรค์ผลงานวิจัย ตลอดจนนวัตกรรมและองค์ความรู้ต่างๆ และนำผลงานเหล่านั้นไปประยุกต์ใช้เพื่อการพัฒนาเกษตรกรและชุมชน ซึ่งเป็นราก ฐานของการพัฒนาประเทศให้มีความเจริญก้าวหน้าอย่างมั่นคงขณะที่เลขาธิการ ส.ป.ก. ระบุว่า พื้นที่ของ ส.ป.ก. ค่อนข้างมีปัญหาในการพัฒนาโดยเฉพาะเรื่องระบบชลประทาน จึงมีความต้องการใช้องค์ความรู้ เทคนิคและเทคโนโลยีต่างๆ ค่อนข้างสูงเพื่อช่วยให้เกษตรกรสามารถประกอบอาชีพได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน ความร่วมมือครั้งนี้จะทำให้บุคลากรของ ส.ป.ก. มีความรู้ ความเข้าใจ และมีความสามารถมากขึ้น เพื่อจะนำความรู้จากงาน วิจัยต่างๆ ไปปรับใช้ในการพัฒนาพื้นที่และเกษตรกรต่อไป


บริษัท สมาร์ท โกลด์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด SMART GOLD MEDIA GROUP CO.,LTD. ติดต่อสอบถาม โทร : 0893284192 , ID Line : @siamturakij และ ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ