เร่งบูรณาการทุกภาคส่วน ดันวิถีชีวิตไทยเคียงคู่สหกรณ์

วันพฤหัสบดีที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2556

เร่งบูรณาการทุกภาคส่วน ดันวิถีชีวิตไทยเคียงคู่สหกรณ์


หลังจากสหประชาชาติตระหนักถึงความสำคัญของสหกรณ์ที่มีส่วนช่วยแก้ไขปัญหาความยากจนให้กับประชาชน จึงประกาศให้ปี 2012 เป็นปีสหกรณ์สากล รวมถึงเรียกร้องให้รัฐบาลของประเทศต่างๆ ทั่วโลกตระหนักในคุณค่า ของสหกรณ์ และขอให้รัฐบาลทุกประเทศ ได้เผยแพร่ขยายหลักสหกรณ์ไปสู่ประชาชน เพื่อให้ประชาชนได้ใช้หลักสหกรณ์เป็นส่วนหนึ่งในวิถีชีวิตของตนเอง
คณะกรรมาธิการการเกษตรและ สหกรณ์ วุฒิสภา ได้เห็นควรให้มีการส่งเสริมและสนับสนุนให้สหกรณ์เป็นวาระแห่งชาติ ในโอกาสทศวรรษ ครบ 100 ปี ของการสหกรณ์ไทยในอีก 3 ปีข้างหน้า ที่สำคัญสหกรณ์เป็นองค์กรที่เป็นสากลและได้รับการยอมรับในระดับ นานาชาติด้วย
ต่อมาคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2555 เห็นชอบใน หลักการเกี่ยวกับยุทธศาสตร์และแนวทางในการดำเนินงานตามข้อเสนอวาระแห่งชาติด้านการสหกรณ์และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามยุทธศาสตร์ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอ เพื่อให้ทุกภาคส่วนนำเอา ระบบสหกรณ์มาเป็นเครื่องมือในการพัฒนา เศรษฐกิจและสังคมของประเทศ
ในเรื่องนี้ นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ในแต่ละยุทธ-ศาสตร์จะมีหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบ นอกเหนือจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แล้ว ยังมีกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข กระทรวง การคลัง กระทรวงคมนาคม กระทรวงพาณิชย์ สถาบันการศึกษา สันนิบาตสหกรณ์ แห่งประเทศไทยและชุมนุมสหกรณ์ระดับประเทศ ตลอดจนถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกระดับ ซึ่งจะทำหน้าที่ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์วาระแห่งชาติด้านสหกรณ์ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับภารกิจของแต่ละหน่วยงาน
ทั้งนี้ การจะส่งเสริมให้สหกรณ์ต่างๆ มีความเข้มแข็งได้นั้น ต้องมีการประสานงาน กัน มีการขับเคลื่อนร่วมกัน มีการช่วยเหลือ ซึ่งกันและกัน ดังนั้น ในการจะขับเคลื่อนสหกรณ์เป็นวาระแห่งชาติ จะต้องมีการประชุมกับหน่วยงานที่รับผิดชอบ เพื่อให้เกิดความเข้าใจและมีเป้าหมายไปในทิศทาง เดียวกัน
"ระบบสหกรณ์นั้นนับว่ามีจุดแข็งกว่า บริษัทเอกชนหรือสถาบันการเงิน เนื่อง จากสหกรณ์ออมทรัพย์ขนาดใหญ่บางแห่งมีเงินฝากถึง 10,000 ล้านบาท และ สามารถอยู่ได้อย่างไม่เดือดร้อนในภาวะ เศรษฐกิจในปัจจุบัน เพราะฉะนั้นสหกรณ์ ที่เข้มแข็งมารวมตัวกันจะยิ่งส่งเสริมให้ ระบบสหกรณ์มีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น ส่วนสหกรณ์ไหนที่ยังมีปัญหาหรือยังมีผลกำไรไม่มากนัก ก็ให้สหกรณ์ที่เข้มแข็ง แล้วเข้ามาเป็นพี่เลี้ยงและคอยให้คำแนะนำช่วยเหลือ หาทางแก้ไขในข้อบกพร่อง โดยการประชุมร่วมกันเพื่อหาทางออก
ส่วนสหกรณ์ภาคการเกษตร ซึ่งเป็นผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคแต่ละ สหกรณ์นั้นมีสมาชิกมากมาย เราต้องเอาข้อนี้มาเป็นข้อได้เปรียบ แล้วพัฒนา สินค้าในแบรนด์ของสหกรณ์ขายให้กับสมาชิกสหกรณ์ เช่น ข้าวสาร นม น้ำมัน พืช ผลไม้ ถ้าพวกเราช่วยกันซื้อช่วยกันใช้ สินค้าของสหกรณ์ก็จะขายได้ มีตลาดรองรับ ขอเพียงสมาชิกสหกรณ์มีความรักความภาคภูมิใจในองค์กรของตัวเอง ช่วยกันมีส่วนร่วมในการดำเนินธุรกิจกับ สหกรณ์ในเรื่องต่างๆ ก็จะทำให้สหกรณ์ มีความเข้มแข็ง องค์กรของเราก็จะประสบ ความสำเร็จได้ในที่สุด" นายยุทธพงศ์ กล่าว


บริษัท สมาร์ท โกลด์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด SMART GOLD MEDIA GROUP CO.,LTD. ติดต่อสอบถาม โทร : 0893284192 , ID Line : @siamturakij และ ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ