Toggle navigation
วันจันทร์ ที่ 22 มิถุนายน 2569
หน้าแรก
ข่าวสาร
วิเคราะห์-บทความ-ต่างประเทศ
ประกัน
ยานยนต์
การเงิน-ธนาคาร
หุ้น-กองทุนรวม
อสังหาริมทรัพย์
พลังงาน-คมนาคม-โลจิสติกส์
อุตสาหกรรม-เออีซี-เอสเอมอี
ไอที
การศึกษา-กทม
การตลาด-ซีเอสอาร์
เกษตรยุคใหม่-ภูมิภาค
บันเทิง
ขายตรง
ประชาสัมพันธ์
PR NEWS -ข่าวประชาสัมพันธ์
ไลฟ์สไตล์
ท่องเที่ยว
แฟชั่นโซไซตี้-ดูดวง
ช๊อป-ชิม-ชิล
สุขภาพ-ความงาม
วิดีโอ-คลิปข่าว
E-Book
นสพ. สยามธุรกิจ
ติดต่อเรา
สามารถส่งข้อมูล ข่าวสาร ทางอีเมลล์ : siamturakijonlinenews@gmail.com และ สำหรับฝ่ายโฆษณา ทางอีเมลล์ : siamturakijadvertising@gmail.com
หน้าแรก
เกษตรยุคใหม่-ภูมิภาค
หนุนส่งออกยางผสมสารเคมี ผุดฐานผลิตตปท.-ตีตลาดโลก
หนุนส่งออกยางผสมสารเคมี ผุดฐานผลิตตปท.-ตีตลาดโลก
วันพฤหัสบดีที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2556
Tweet
นายสุจินต์ แม้นเหมือน ผู้อำนวย การสถาบันวิจัยยาง กรมวิชาการ เกษตร เปิดเผยว่า ยางผสมสารเคมีหรือยางคอมปาวน์ (Compound Rubber หรือ Rubber Masterbatch) เป็นสินค้ายางประเภทหนึ่งที่ไทยมีศักย- ภาพการผลิตและส่งออกสูง โดยปีที่ผ่านมา ประเทศไทยมีปริมาณการส่งออกยางผสมสารเคมี จำนวน 565,218 ตัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 57,571 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2554 คิดเป็น 66.27% ทำ ให้มีรายได้เข้าประเทศเพิ่มขึ้นกว่า 10,453 ล้านบาท ซึ่งอนาคตความต้อง การใช้ยางผสมสารเคมีเป็นวัตถุดิบในการผลิตผลิตภัณฑ์ยาง อาทิ ยางล้อยานยนต์ ยางยืด ถุงมือยาง ยางวัลคัลไนท์ มีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการให้มีการ เพิ่มมูลค่ายางทั้งการใช้ในประเทศ และผลักดันส่งออกยางผสมสารเคมีสู่ตลาดโลกมากขึ้น สถาบันวิจัยยางจึงได้กำหนด แผนงานวิจัยสนับสนุนการผลิตยางผสมสารเคมี ขณะเดียวกันสถาบันวิจัยยางยังเร่งประกาศกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเพื่อศึกษาแนวทางการขออนุญาต เป็นผู้วิเคราะห์ปริมาณยางธรรมชาติในยางผสมสารเคมีในวันที่ 15 มีนาคม 2556 นี้ เพื่อเป็นช่องทางให้ภาค เอกชนใช้ศักยภาพการสร้างมูลค่าเพิ่มอย่างเต็มที่ พร้อมเพิ่มโอกาสให้ไทยเป็นศูนย์กลางยางพาราในตลาดโลก
"สถาบันวิจัยยางจะดึงบริษัทหรือนิติบุคคลที่ได้รับอนุญาตค้ายาง หรือตั้งโรงงานยางและอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับยางพารา เข้าร่วมปฏิบัติงานวิจัยว่าด้วยการขออนุญาตเป็นผู้วิเคราะห์ปริมาณยางธรรมชาติในยางผสมสารเคมี โดยเน้นยาง ธรรมชาติที่ผสมเข้าเป็นเนื้อเดียวกันอย่างสม่ำเสมอกับยางสังเคราะห์ หรือโพลิเมอร์ชนิดอื่นๆ หรือสารเคมี ได้แก่ เขม่าดำ สเตียริก และน้ำมันช่วยผสม เป็นต้น คาดว่า งานวิจัยจะแล้วเสร็จภายใน 3-6 เดือนข้างหน้า และนำมาปรับใช้ได้" นายสุจินต์ กล่าว
ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยยาง กล่าวอีกว่า งานวิจัยนี้จะเกื้อหนุนการส่งออกยางผสมสารเคมีได้ค่อนข้างมาก โดยผู้ประกอบการที่ได้รับใบอนุญาตทำการวิเคราะห์ปริมาณยาง ธรรมชาติในยางผสมสารเคมี สามารถส่งผลทดสอบให้กับสถาบันวิจัยยางทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ เมื่อสถาบันวิจัยยางทำการตรวจสอบข้อมูลแล้ว จะออกหนังสือรับรองยางผสมสารเคมีในนามอธิบดีกรมวิชาการเกษตร ให้ภายใน 1 วันทำการ แล้วนำไปยื่นขอรับใบผ่านด่านศุลกากรเพื่อส่งออกยางได้ ซึ่งจะช่วยร่นระยะเวลาและเพิ่มความคล่องตัวในการส่งออกด้วย
"คาดว่าจะเกิดประโยชน์ต่อผู้ประกอบการของไทยในการขยายและสร้างฐานการผลิตผลิตภัณฑ์ยางนอกประเทศได้ หรือเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตยางผสมสารเคมีสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มเชื่อมโยงกับฐานการผลิตในต่างประเทศ และช่วยเร่งรัดให้มีการใช้ยางธรรมชาติจากไทยเพิ่มสูงขึ้นในตลาดโลก" นายสุจินต์ กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
The Associated Press
กรมชลประทาน เดินหน้าขุดลอกตะกอนแม่น้ำท่า...
...
กองทุน FTA เดินหน้าปั้น 13 โครงการเกษตร ...
...
สศก. เผยประมาณการลำไย–ลิ้นจี่ ปี 2569 ลิ...
...
สศก. ชี้ใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินในข้าวน...
...
SACIT หนุนภูมิปัญญา “ปูนปั้นเพชรบุรี” มอ...
...
บริษัท สมาร์ท โกลด์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด SMART GOLD MEDIA GROUP CO.,LTD. ติดต่อสอบถาม โทร : 0893284192 , ID Line : @siamturakij และ ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ
×
เว็บไซต์ “สยามธุรกิจ” ใช้คุกกี้เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น อ่านนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Policy) และ นโยบายคุกกี้ (Cookie Policy)
กดยอมรับ