หนุนส่งออกยางผสมสารเคมี ผุดฐานผลิตตปท.-ตีตลาดโลก

วันพฤหัสบดีที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2556

หนุนส่งออกยางผสมสารเคมี ผุดฐานผลิตตปท.-ตีตลาดโลก


นายสุจินต์ แม้นเหมือน ผู้อำนวย การสถาบันวิจัยยาง กรมวิชาการ เกษตร เปิดเผยว่า ยางผสมสารเคมีหรือยางคอมปาวน์ (Compound Rubber หรือ Rubber Masterbatch) เป็นสินค้ายางประเภทหนึ่งที่ไทยมีศักย- ภาพการผลิตและส่งออกสูง โดยปีที่ผ่านมา ประเทศไทยมีปริมาณการส่งออกยางผสมสารเคมี จำนวน 565,218 ตัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 57,571 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2554 คิดเป็น 66.27% ทำ ให้มีรายได้เข้าประเทศเพิ่มขึ้นกว่า 10,453 ล้านบาท ซึ่งอนาคตความต้อง การใช้ยางผสมสารเคมีเป็นวัตถุดิบในการผลิตผลิตภัณฑ์ยาง อาทิ ยางล้อยานยนต์ ยางยืด ถุงมือยาง ยางวัลคัลไนท์ มีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการให้มีการ เพิ่มมูลค่ายางทั้งการใช้ในประเทศ และผลักดันส่งออกยางผสมสารเคมีสู่ตลาดโลกมากขึ้น สถาบันวิจัยยางจึงได้กำหนด แผนงานวิจัยสนับสนุนการผลิตยางผสมสารเคมี ขณะเดียวกันสถาบันวิจัยยางยังเร่งประกาศกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเพื่อศึกษาแนวทางการขออนุญาต เป็นผู้วิเคราะห์ปริมาณยางธรรมชาติในยางผสมสารเคมีในวันที่ 15 มีนาคม 2556 นี้ เพื่อเป็นช่องทางให้ภาค เอกชนใช้ศักยภาพการสร้างมูลค่าเพิ่มอย่างเต็มที่ พร้อมเพิ่มโอกาสให้ไทยเป็นศูนย์กลางยางพาราในตลาดโลก
"สถาบันวิจัยยางจะดึงบริษัทหรือนิติบุคคลที่ได้รับอนุญาตค้ายาง หรือตั้งโรงงานยางและอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับยางพารา เข้าร่วมปฏิบัติงานวิจัยว่าด้วยการขออนุญาตเป็นผู้วิเคราะห์ปริมาณยางธรรมชาติในยางผสมสารเคมี โดยเน้นยาง ธรรมชาติที่ผสมเข้าเป็นเนื้อเดียวกันอย่างสม่ำเสมอกับยางสังเคราะห์ หรือโพลิเมอร์ชนิดอื่นๆ หรือสารเคมี ได้แก่ เขม่าดำ สเตียริก และน้ำมันช่วยผสม เป็นต้น คาดว่า งานวิจัยจะแล้วเสร็จภายใน 3-6 เดือนข้างหน้า และนำมาปรับใช้ได้" นายสุจินต์ กล่าว
ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยยาง กล่าวอีกว่า งานวิจัยนี้จะเกื้อหนุนการส่งออกยางผสมสารเคมีได้ค่อนข้างมาก โดยผู้ประกอบการที่ได้รับใบอนุญาตทำการวิเคราะห์ปริมาณยาง ธรรมชาติในยางผสมสารเคมี สามารถส่งผลทดสอบให้กับสถาบันวิจัยยางทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ เมื่อสถาบันวิจัยยางทำการตรวจสอบข้อมูลแล้ว จะออกหนังสือรับรองยางผสมสารเคมีในนามอธิบดีกรมวิชาการเกษตร ให้ภายใน 1 วันทำการ แล้วนำไปยื่นขอรับใบผ่านด่านศุลกากรเพื่อส่งออกยางได้ ซึ่งจะช่วยร่นระยะเวลาและเพิ่มความคล่องตัวในการส่งออกด้วย
"คาดว่าจะเกิดประโยชน์ต่อผู้ประกอบการของไทยในการขยายและสร้างฐานการผลิตผลิตภัณฑ์ยางนอกประเทศได้ หรือเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตยางผสมสารเคมีสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มเชื่อมโยงกับฐานการผลิตในต่างประเทศ และช่วยเร่งรัดให้มีการใช้ยางธรรมชาติจากไทยเพิ่มสูงขึ้นในตลาดโลก" นายสุจินต์ กล่าว


บริษัท สมาร์ท โกลด์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด SMART GOLD MEDIA GROUP CO.,LTD. ติดต่อสอบถาม โทร : 0893284192 , ID Line : @siamturakij และ ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ