Toggle navigation
วันจันทร์ ที่ 22 มิถุนายน 2569
หน้าแรก
ข่าวสาร
วิเคราะห์-บทความ-ต่างประเทศ
ประกัน
ยานยนต์
การเงิน-ธนาคาร
หุ้น-กองทุนรวม
อสังหาริมทรัพย์
พลังงาน-คมนาคม-โลจิสติกส์
อุตสาหกรรม-เออีซี-เอสเอมอี
ไอที
การศึกษา-กทม
การตลาด-ซีเอสอาร์
เกษตรยุคใหม่-ภูมิภาค
บันเทิง
ขายตรง
ประชาสัมพันธ์
PR NEWS -ข่าวประชาสัมพันธ์
ไลฟ์สไตล์
ท่องเที่ยว
แฟชั่นโซไซตี้-ดูดวง
ช๊อป-ชิม-ชิล
สุขภาพ-ความงาม
วิดีโอ-คลิปข่าว
E-Book
นสพ. สยามธุรกิจ
ติดต่อเรา
สามารถส่งข้อมูล ข่าวสาร ทางอีเมลล์ : siamturakijonlinenews@gmail.com และ สำหรับฝ่ายโฆษณา ทางอีเมลล์ : siamturakijadvertising@gmail.com
หน้าแรก
เกษตรยุคใหม่-ภูมิภาค
"มร.เดวิด" ย้ำ หอมมะลิไทย ดีที่สุดในโลก (1)
"มร.เดวิด" ย้ำ หอมมะลิไทย ดีที่สุดในโลก (1)
วันอังคารที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2556
Tweet
ทีมข่าวเกษตรสยามธุรกิจได้มีโอกาสไปร่วมการเปิดงาน วิฟเอเชีย 2013 และอควาติก เอเชีย 2013 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ภายในงานมีการจัดกิจกรรมมากมายทั้งออกบูธจำหน่ายสินค้าเกษตร นิทรรศการ งานวิชาการ เสวนาวิชาการ ฯลฯ เรียกว่าใครที่มีโอกาสได้ไปร่วมงานเป็นตื่นตาตื่นใจ
ที่ถือว่าเป็นไฮไลต์ของงานคือการปาฐกถาพิเศษของมร.เดวิด ฮีธ รัฐมนตรีช่วยกิจการเกษตรและอาหารกระทรวงสิ่งแวดล้อม อาหารและกิจการท้องถิ่นของสหราชอาณาจักร และนายยุคล ลิ้มแหลมทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ งานนี้จึงไม่น่าแปลกใจที่จะได้พบกับ บรรยากาศที่คึกคักมากเป็นพิเศษเพราะมีคนแห่มาฟังปาฐกถาของ รมต.ทั้งสอง อย่าง มืดฟ้ามัวดินเลยทีเดียว
การปาฐกถาเริ่มขึ้นโดย มร. เดวิด ฮีธ รัฐมนตรีช่วยกิจการเกษตรและอาหารกระทรวงสิ่งแวดล้อม อาหารและกิจการ ท้องถิ่นของสหราชอาณาจักร เป็นผู้พูดคนแรก ซึ่งเขาได้กล่าวว่า "ผมมีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้มาร่วมพิธีเปิดงาน วิฟเอเชีย 2013 และอควาติก เอเชีย 2013 ครั้งที่ 11 ในวันนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปีนี้มีบริษัทจาก ประเทศอังกฤษมาร่วมงานจำนวน 32 บริษัท นับเป็นงานวิฟเอเชีย ที่มีบริษัทจากสหราช อาณาจักรร่วมงานมากที่สุดเท่าที่เคยมีมาซึ่งหัวข้อในการพูดคุยและความรู้ตลอดจนเทคโนโลยีที่แสดงในงานรวมถึงการผลิตอาหาร เช่น เนื้อหมู ไก่ วัว ไข่ ปลา และนม กระแสธุรกิจอาหารยังเปลี่ยนไปตามพฤติกรรม และมุมมองของผู้บริโภค นั่นรวมถึงอาหาร ที่ดีต่อสุขภาพมากขึ้น เรื่องบรรจุภัณฑ์ ระยะเวลาที่สินค้าวางอยู่บนชั้น หัวข้อเหล่านี้จะถูกพูดคุยในงานวิฟเอเชีย ปีนี้"
"การที่มีบริษัทจากสหราชอาณาจักร เข้าร่วมมากเช่นนี้แสดงให้เห็นว่า ภาคธุรกิจ การเกษตรของสหราชอาณาจักรมีความสนใจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยเฉพาะ ประเทศไทย เนื่องจากเป็นตลาดที่มีการเติบโตสูง ทุกประเทศกำลังเดินหน้าเพิ่มคุณค่าให้กับธุรกิจด้วยการใช้เทคโนโลยีในการผลิตที่ก้าวหน้ายิ่งขึ้น ซึ่งส่วนนี้เป็นส่วน ที่สหราชอาณาจักรมีความเชี่ยวชาญและเป็นโอกาสในการทำธุรกิจร่วมกันกับประเทศ ต่างๆ ในภูมิภาค"
"ประเทศไทยมีชื่อเสียงทั่วโลก ว่าเป็นประเทศที่ผลิตผลิตภัณฑ์อาหารคุณภาพ สูง ไม่ได้เพียงแค่ผลิตข้าว แต่ผลิตข้าวที่ดีที่สุดในโลก คือ ข้าวหอมมะลิ ผมยินดีที่จะ เรียนให้ทราบว่า สหภาพยุโรปได้ยอมรับอย่างเป็นทางการแล้วว่า ข้าวหอมมะลิ เป็น สินค้า GI หรือ Geographical Indication หมายความว่าเมี่อใดที่ผู้บริโภคซื้อข้าวชนิดนี้จากซูเปอร์มาร์เก็ตในยุโรป หรือในสหรัฐ อเมริกา ผู้ซื้อจะทราบทันทีว่า เป็นข้าวที่ปลูก ในประเทศไทยซึ่งเป็นแหล่งปลูกสายพันธุ์ข้าวหอมมะลิ"
"นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายก รัฐมนตรีของไทย ได้ร่วมการเจรจาความตกลงการค้าเสรีระหว่างประเทศไทยกับสหภาพยุโรป ณ กรุงบรัสเซลส์ ซึ่งทั้งสหภาพ ยุโรปและประเทศไทยจะได้รับประโยชน์จาก การตกลงดังกล่าว สำหรับประเทศไทย ผม หวังว่าผลิตภัณฑ์อาหารของไทยจะสามารถ เปิดตลาดสหภาพยุโรปได้มากขึ้น สำหรับสหราชอาณาจักร ผมหวังว่า บริษัทที่มาร่วม งานในวันนี้จะมีโอกาสได้มาแนะนำเทคโน-โลยีล่าสุด นวัตกรรม และองค์ความรู้ ให้กับบริษัทในประเทศไทย และประเทศในกลุ่ม อาเซียนทั้งสหราชอาณาจักรและประเทศไทยเป็นประเทศผู้ผลิตอาหาร และรักการ รับประทานอาหาร ผมหวังว่าการแลกเปลี่ยน แนวความคิดในงานวิฟเอเชีย จะนำไปสู่ความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจการเกษตรของทั้งสองประเทศ ตลอดจนกับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้"
ด้านนายยุคล ลิ้มแหลมทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้กล่าวถึงการก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2008 และภาคการ เกษตรจะต้องมีการปรับตัวทั้งวิธีคิดและวิธีการผลิตว่า "การเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2008 นั้นเป็นส่วนหนึ่งของการ ขับเคลื่อนระบบการค้าเสรี Free Trade Area ในระดับภูมิภาคและระดับโลก ซึ่งเป็น กลไกในการขับเคลื่อนการพัฒนาระบบเศรษฐกิจ และสังคมของทุกประเทศให้เติบโตไปพร้อมๆ กัน จากปริมาณการค้าการลงทุนที่เพิ่มพูนขึ้น (Gain of Trade) ประกอบกับความตระหนักของผู้คนในปัจจุบัน ที่มีความห่วงใยในเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ที่ส่งผลต่อระดับความมั่นคงด้านอาหาร (Food Security) ความปลอดภัยด้านอาหาร ความ สมดุลของระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อม"
"ดังนั้น การปรับตัวและการบรรเทาผลกระทบต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น (Adaptation and Mitigation) เพื่อการรักษาหรือปรับเพิ่มระดับความมั่นคงด้านอาหาร ความปลอดภัย ด้านอาหาร และความสมดุลของระบบนิเวศ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในปัจจุบันและอนาคตอันใกล้ที่ภาคการเกษตรจะต้องปรับ วิธีคิดเปลี่ยนวิธีทำในการดำเนินกิจกรรมการผลิตและบริโภคที่ไม่ทำให้คนรุ่นหลังมีทรัพยากรธรรมชาติและพลังงานน้อยลง โดยการเพิ่มระดับของวิทยาศาสตร์และเทคโน-โลยี (Sciences and Technology Inten-sive) ในการผลิตและการบริโภค เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรและอาหาร โดยใช้ทรัพยากรในการผลิตเท่าเดิม หรือน้อยกว่าเดิม ตลอดจนไม่สร้างมลภาวะ ที่เป็นภาระแก่สิ่งแวดล้อมและทรัพยากร ธรรมชาติ"
การปาฐกถาของ นายยุคล ลิ้มแหลมทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยังไม่จบ อย่างไรติดตามอ่านต่อฉบับหน้า รับรองว่ายังคงความเข้มข้นเหมือนเดิมแน่นอน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
The Associated Press
กรมชลประทาน เดินหน้าขุดลอกตะกอนแม่น้ำท่า...
...
กองทุน FTA เดินหน้าปั้น 13 โครงการเกษตร ...
...
สศก. เผยประมาณการลำไย–ลิ้นจี่ ปี 2569 ลิ...
...
สศก. ชี้ใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินในข้าวน...
...
SACIT หนุนภูมิปัญญา “ปูนปั้นเพชรบุรี” มอ...
...
บริษัท สมาร์ท โกลด์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด SMART GOLD MEDIA GROUP CO.,LTD. ติดต่อสอบถาม โทร : 0893284192 , ID Line : @siamturakij และ ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ
×
เว็บไซต์ “สยามธุรกิจ” ใช้คุกกี้เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น อ่านนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Policy) และ นโยบายคุกกี้ (Cookie Policy)
กดยอมรับ