"ภูฏาน" ชูไทยศูนย์กลางเกษตรอินทรีย์วางรากฐานสู่อาหารปลอดภัย

วันศุกร์ที่ 03 พฤษภาคม พ.ศ. 2556



นายยุคล ลิ้มแหลมทอง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากการประชุมหารือและติดตามการพัฒนาความร่วมมือด้านการเกษตรไทย-ภูฏาน ภายใต้กรอบความร่วมมือด้านการเกษตร ที่ประเทศภูฏาน คณะทำงานของทั้ง 2 ประเทศ ได้รับพระราชทานวโรกาสให้เข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก โดยได้พระราชทาน แนวคิดในการพัฒนาการเกษตรระหว่าง 2 ประเทศ โดยเฉพาะด้านเกษตรอินทรีย์ ที่ทรงเห็นว่า ภูฏานน่าจะสามารถขยาย ตลาดในด้านสินค้านี้ได้ และประเทศไทยจะเป็นศูนย์กลางในการกระจายสินค้าเกษตรดังกล่าวได้
รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาไทยและภูฏานได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านการเกษตร โดยฝ่ายไทยจะให้การสนับสนุนองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้แก่บุคลากรของภูฏานทั้งในเรื่องการผลิต การปรับปรุงพันธุ์สัตว์ และการบริหารจัดการ สุขภาพสัตว์ ห้องปฏิบัติการตรวจสอบและรับรองคุณภาพสินค้าเกษตร การบริหาร จัดการระบบความปลอดภัยด้านอาหาร การตลาดสินค้าเกษตร การสหกรณ์ และการบริหารจัดการสหกรณ์ การผลิตและเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำตลอดจนการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำ รวมทั้งการบริหารจัดการและการออกแบบภูมิทัศน์สวนไม้ดอกไม้ประดับ
"สาระสำคัญในบันทึกความเข้าใจด้านความร่วมมือทางด้านการเกษตร ที่มีการลงนามร่วมกันนั้น ถือเป็นกลไกและกรอบความร่วมมือที่สำคัญกับประเทศภูฏาน เนื่องจากทั้ง 2 ประเทศ มีความคล้ายคลึงกันทั้งในด้านศาสนา แนวคิด จิตใจ รวมถึงการเป็นประเทศเกษตรกรรม และเห็นว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความก้าวหน้าทางด้านการเกษตร ซึ่งจะช่วยในการพัฒนาด้านการเกษตรภูฏานได้ต่อไป รวมทั้งเป็นช่องทางการสร้างโอกาสการค้าและการลงทุนของประเทศไทยที่จะขยายการลงทุนสู่ประเทศภูฏานในอนาคต โดยเฉพาะการลงทุนด้านการผลิตอาหารที่ได้มาตรฐานรองรับการขยายตัวของธุรกิจการท่องเที่ยว อันเป็นความร่วมมือสำคัญในการยกระดับความมั่นคงด้านอาหารของทั้งสองประเทศด้วย" รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าว


บริษัท สมาร์ท โกลด์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด SMART GOLD MEDIA GROUP CO.,LTD. ติดต่อสอบถาม โทร : 0893284192 , ID Line : @siamturakij และ ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ