จับเข่าคุยสหกรณ์ผู้ปลูกกาแฟหนุนสร้างเครือข่าย-เพิ่มผลผลิต

วันจันทร์ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

จับเข่าคุยสหกรณ์ผู้ปลูกกาแฟหนุนสร้างเครือข่าย-เพิ่มผลผลิต


ปัจจุบันตลาดผลิตภัณฑ์จากสหกรณ์การเกษตรในกลุ่มอาเซียน นับเป็นอีกหนึ่งเป้าหมายหนึ่งที่นานาประเทศรวมทั้งไทยต่างจับจ้องที่จะรุกเปิดตลาดขนถ่ายผลิตผล สินค้าชนิดต่างๆ โดยเฉพาะด้านการเกษตร ทั้งที่เป็นวัตถุดิบรวมทั้งแปรรูปไปขาย เพื่อโกยเม็ดเงินกลับเข้าสู่กระเป๋าเกษตรกรไทย และเพื่อให้เกษตรกรไทยสามารถก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือเออีซี (AEC) ในปี 2558 หลายหน่วยงานของภาครัฐจึงได้เร่งเตรียมความพร้อมให้กับกลุ่มเกษตรกรผู้ผลิต สินค้าหลักๆ ที่โกยรายได้เข้าสู่ประเทศ และกรมส่งเสริมสหกรณ์เป็นหนึ่งในนี้
กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้เร่งเตรียมความพร้อมให้กับขบวนการสหกรณ์ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ผลิตสินค้าเกษตรหลัก 6 รายการ ได้แก่ สินค้าข้าว ยางพารา ปาล์มน้ำมัน กาแฟ ผลไม้ และน้ำนมดิบ พร้อมทั้งจัดตั้งคณะทำงานเพื่อศึกษาข้อมูลของสมาชิกในกลุ่มอาเซียน พร้อมทั้งศึกษาเรียนรู้สภาพเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม ระบบสหกรณ์
ล่าสุดกรมส่งเสริมสหกรณ์เดินหน้าส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจกาแฟของสถาบันเกษตรกร ภายใต้โครงการปรับโครง สร้างสินค้ากาแฟแบบครบวงจร หลังดำเนินการต่อเนื่อง 3 ปี บรรลุตามเป้าหมายสามารถรักษาเสถียรภาพให้กับราคา ผลผลิตกาแฟได้เป็นที่น่าพอใจ พร้อมหนุนสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟจับมือรวมกันเป็นเครือข่าย เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ด้านวิชาการและเทคโนโลยีสมัยใหม่ และสร้างอำนาจต่อรองให้แก่เกษตรกร
สมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ได้กล่าวในระหว่างการเป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจกาแฟ ของสถาบันเกษตรกร ภายใต้โครงการปรับโครงสร้างสินค้ากาแฟแบบครบวงจร ซึ่งกรมส่งเสริมสหกรณ์ โดยสำนักพัฒนาธุรกิจสหกรณ์ ได้จัดขึ้นที่โรงแรมนานาบุรี จังหวัดชุมพร โดยมีตัวแทนสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรชาวสวนกาแฟจากจังหวัดชุมพร ระนองและเชียงใหม่ 14 แห่ง เข้าร่วมแลกเปลี่ยนความรู้และหารือถึงแนวทางในการพัฒนาธุรกิจรวบรวมและแปรรูปผลผลิตกาแฟ เพื่อให้มีความเข้มแข็ง และรักษาเสถียรภาพทางด้านราคา พร้อมทั้งสามารถแข่งขันในตลาดได้
ทั้งนี้ กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่จะเข้ามาร่วมกันสนับสนุนสถาบันเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟในเรื่องการเพิ่มผลผลิต การรักษาคุณภาพผลผลิต การลดต้นทุนการผลิต และสนับสนุนเงินทุนหมุนเวียนปลอดดอกเบี้ยสำหรับนำไปซื้อกาแฟและวัสดุอุปกรณ์ในการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้ากาแฟ ทำให้ในฤดูกาลผลิตกาแฟ 2555/2556 สหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรในจังหวัดชุมพร และระนองที่ดำเนินธุรกิจกาแฟ สามารถรวบรวมและจำหน่ายกาแฟสาร รวมถึงการแปรรูปผลิตภัณฑ์กาแฟเพื่อจำหน่ายได้มากกว่า 3,500 ตัน คิดเป็นมูลค่าประมาณ 340 ล้านบาท ซึ่งในอนาคตสหกรณ์มีแนวโน้มที่จะสามารถเพิ่มช่องทางขยายตลาดสินค้ากาแฟได้มากยิ่งขึ้นด้วย
สำหรับกาแฟไทยสำนักงานเศรษฐ- กิจการเกษตรรายงานว่าพื้นที่เพาะปลูกลดลงร้อยละ 8.84 ผลผลิตลดลงร้อยละ 3.55 เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ส่งออกได้เป็นอันดับ 3 ในอาเซียนรองจากเวียดนาม และอินโดนีเซีย (ส่งออกอันดับ 2 และ 4 ของโลก) โดยมีต้นทุนการผลิตที่ 46 บาทต่อกิโลกรัม ในขณะที่เวียดนามต้นทุน 35 บาท ไทยจึงควรเน้นการสร้างเอกลักษณ์และเจาะตลาดพรีเมี่ยม มุ่งส่งเสริมกาแฟ คั่วบด เพิ่มมูลค่า เป็นผู้พัฒนาสูตรกาแฟ หรือขายแฟรนไชส์
"สหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรชาวสวน กาแฟได้มีการสร้างความร่วมมือกันในรูปของเครือข่ายธุรกิจ ซึ่งได้ดำเนินการมาต่อเนื่องเป็นเวลา 3 ปี เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้ด้านวิชาการและเทคโนโลยีสมัยใหม่ ข้อมูลความเคลื่อนไหวทางด้านตลาดสินค้ากาแฟ และสร้างอำนาจต่อรอง ด้านราคา ซึ่งสถาบันเกษตรกรสามารถป็นผู้กำหนดราคาขายผลผลิตกาแฟร่วมกัน โดยทุกแห่งจะมีการตรวจสอบราคากันภายในเครือข่ายเพื่อกำหนดราคาก่อนจำหน่ายผลผลิตให้กับบริษัทเอกชน ให้มีระดับราคาที่ใกล้เคียงกัน ทำให้ราคาจำหน่าย กาแฟมีเสถียรภาพและเกิดความมั่นคงมากยิ่งขึ้น"
และนี่คือการแก้ปัญหาในเรื่องราคาผลผลิตทางการเกษตรตั้งแต่ต้นทาง ซึ่งการรวมมือกันเป็นเครือข่ายจะช่วยสร้างความเข้มแข็ง ขณะเดียวกันก็ต้องมีการควบคุมคุณภาพของผลผลิตให้ได้มาตรฐานด้วย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค และเมื่อมีการเปิด AEC จะส่งผลทำให้กาแฟจากประเทศลาว และเวียดนาม ทะลักเข้ามาตีตลาดในประเทศไทย แม้ว่ากาแฟจากประเทศเหล่านี้มีต้นทุนการผลิตที่ต่ำกว่า แต่อีกด้านหนึ่งยังเชื่อมั่นว่ากาแฟของไทยยังมีคุณภาพที่ดีกว่า และยังมีโอกาสที่จะขยายตลาดได้เพิ่มขึ้น ภายใต้เงื่อนไขที่สหกรณ์ชาวสวนกาแฟจะต้องจับมือกันเป็นเครือข่ายให้เข้มแข็ง ก็จะช่วยเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในตลาดได้อย่างแน่นอน


บริษัท สมาร์ท โกลด์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด SMART GOLD MEDIA GROUP CO.,LTD. ติดต่อสอบถาม โทร : 0893284192 , ID Line : @siamturakij และ ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ