“วิกฤติสื่อสาร”... เซาะทำลายศรัทธาผู้นำ..!

วันเสาร์ที่ 03 กรกฎาคม พ.ศ. 2564

“วิกฤติสื่อสาร”...  เซาะทำลายศรัทธาผู้นำ..!


 

กลายเป็นประเด็นร้อนไปซะแล้ว สำหรับกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กระทรวงกลาโหม พ่วงด้วย ผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. แถลงภายหลังประชุมร่วมกับคณะแพทย์เมื่อเย็นวันศุกร์ที่ 25 มิถุนายนที่ผ่านมาว่า ยัง “ไม่มีการล็อกดาวน์” ใดๆ ทั้งสิ้น แต่จะมีนโยบายบางส่วนออกมา เพื่อบริหารสถานการณ์ต่างๆ

โดยในช่วงท้ายของการแถลงข่าว พล.อ.ประยุทธ์ ตอบคำถามต่างๆ สลับกับการพูดหยอกล้อ และชู 2 นิ้วขึ้นมา พร้อมระบุว่า “เชื่อใจไหมว่าฉันจะทำให้สำเร็จ จงเชื่อต่อไป” พร้อมๆ กับคณะแพทย์ที่ยืนร่วมแถลงพากันหัวเราะ จนถูกสังคมตำหนิในเรื่องของท่าทางผู้นำในสภาวะวิกฤติ

นอกจากนี้ ในการแถลงข่าวตอนหนึ่ง พลเอกประยุทธ์ พูดคำว่า “นะจ๊ะ” ในช่วงท้ายๆ ของการแถลง หากแต่กลางดึกคืนวันเสาร์ที่ 26 มิถุนายน (เข้าวันอาทิตย์ที่ 27มิภุนายน) กลับมีประกาศราชกิจจานุเบกษาได้ออกประกาศล็อกดาวน์กรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และพื้นที่ชายแดนภาคใต้ โดยมีการปิดไม่ให้นั่งทานอาหารในร้าน ล็อกแคมป์คนงาน มีผลตั้งแต่วันที่ 28 มิถุนายนเป็นต้นไป เป็นเวลา 1 เดือน

ทำให้โลกออนไลน์ ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การออกประกาศดังกล่าว เนื่องจากก่อนหน้านี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กระทรวงกลาโหม ออกมากล่าวว่าจะไม่มีการล็อกดาวน์ โดยหลายฝ่ายมองว่า การออกมาประกาศกลางดึก และให้เวลาเตรียมตัวไม่นานนี้ ทำให้เกิดความเสียหายต่อสินค้าที่สั่งไว้จำนวนมาก เนื่องจากเพิ่งได้ขยายเวลาเปิดร้านอาหารถึง 23.00 น. เพียง 1 สัปดาห์เท่านั้น

ทั้งมาตรการปิดแคมป์คนงาน รวมถึงสั่งห้ามรับประทานอาหารในร้าน จนนำมาซึ่งเสียงวิจารณ์ล้นหลามจนพุ่งขึ้นอันดับ 1 บนเแพลตฟอร์มชื่อดังอย่าง “ทวิตเตอร์” ต่อเนื่อง ตั้งแต่มีคำสั่ง “ล็อกดาวน์” กะทันหันฉบับนี้ออกมา อาทิ

#นะจ๊ะ บนความเป็นความตายของประชาชน

#นะจ๊ะ บนคราบน้ำตาของประชาชน

#วันไหนพวก…ตายขึ้นมา ประชาชนคงไปยืนหัวเราะ #นะจ๊ะ ใส่โลงศพพวกมึงดูบ้าง พวก…

#ประยุทธ์ออกไป นะจ๊ะนะจ๊ะ ประยุทธ์ออกไป

นอกจากนี้ ยังมีคนในแวดวงการเมืองและนักวิชาการต่างออกมาให้ความเห็นถึงกรณีที่นายกฯ แสดงออกกรณีดังกล่าวเป็นจำนวนมาก อาทิ ล่าสุด นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมืองคนดัง โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก แสดงความเห็นถึงเรื่องนี้ว่า "นายกฯ ชู 2 นิ้ว หัวเราะร่วน แต่ชาวบ้านร้องไห้น้ำตาตก อย่าหาว่าผมไปจับผิดท่าน แต่นั่งดูท่านนายกฯ แถลงข่าวจนจบแล้วไม่สบายใจ เพราะมันใช่เวลาที่ท่านจะมาอารมณ์ดี ขำขัน ชูสองนิ้ว หัวเราะร่วนไหม? ในช่วงเวลาที่ยาก

ลำบาก ประชาชนเฝ้ารอทิศทางที่ชัดเจนจากนายกฯ"

แต่ท่านผู้บุญหนักศักดิ์ใหญ่กลับยังจ๊ะจ๋า หัวเราะเอิ๊กอ๊าก แซวกันดูสนุกสนาน ระหว่างแถลงข่าวกับสื่อมวลชน ประชาชนที่ดูอยู่ พูดไม่ออก บอกไม่ถูก เหมือนอารมณ์มันจุกอก เพราะตรงกันข้ามกับความรู้สึกของชาวบ้าน ประชาชน ที่สิ้นหวังกับอนาคตในภาวการณ์เช่นนี้

 

ในฐานะผู้นำประเทศต้องเข้าใจสังคม ที่ไม่ได้ต้องการเห็นใครเอาเรื่องโควิดมาพูดขำๆ เหมือนอย่างที่ท่านทำ ท่านต้องแสดงความรู้สึกร่วมทุกข์กับชาวบ้าน เช่นเดียวกับผู้นำทั่วโลกเมื่อแถลงข่าวเรื่องโควิดในภาวะวิกฤตินี้ ไม่ใช่สักแต่พูดให้ผ่านๆ พ้นๆ ไป ทั้งที่สถานการณ์ของไทยเข้าขั้นตรีทูต ไม่ว่า รอวัคซีน รอเตียง การค้าการขาย ปากท้อง สารพัดปัญหาที่เกินกว่านายกฯ คนเดียวจะแก้ได้หมดแบบวันแมนโชว์

ขณะที่ ศ.ดร.ประจักษ์ ก้องกีรติ รองคณบดีฝ่ายวิจัยและบริการ​วิชาการ ม.ธรรมศาสตร์ ได้โพสต์ข้อความทางทวิตเตอร์ โดยระบุว่า ผู้นำประเทศที่มีวุฒิภาวะจะไม่มีทางแสดงออกเช่นนี้เลย และไม่เคยเห็นผู้นำประเทศใดพูดเล่นเช่นนี้ในสภาวะวิกฤติที่มีคนในชาติติดเชื้อวันละ 3,000-4,000 คน ตายวันละ 20-40 คน กี่ครอบครัวที่ล้มละลาย ตกงาน ฆ่าตัวตาย มีนักเรียน นักศึกษาที่ต้องหลุดออกจากระบบการศึกษา และคนส่วนใหญ่ของประเทศยังไม่ได้ฉีดวัคซีน

ว่ากันตามจริง คนไทยดูจะคุ้นเคยกับคำว่า “นะจ๊ะ” จากปาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มาตลอด 7 ปีที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพียงแต่วันนั้น สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ถึงขั้นวิกฤติแล้ว การเลือกใช้หางเสียงเดิมๆ กับนักข่าวทำเนียบรัฐบาล หรือใช้กับนักข่าวสายทหาร เมื่อครั้งยังเป็นผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.)

สำหรับคนไทยทั้งประเทศ เพิ่งได้เห็นบุคลิกที่โผงผาง ตรงไปตรงมา พูดจาแนวหยิกแกมหยอก โกรธง่ายหายเร็ว หลังการรัฐประหาร 2557 เมื่อ “บิ๊กตู่” เป็นนายกรัฐมนตรี ควบตำแหน่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ หรือ คสช.

กล่าวสำหรับ “ปฏิกิริยาในทางลบ” ของประชาชนหลังการได้ยินคำว่า “นะจ๊ะ” ที่ออกมาจากปากของนายกฯครั้งล่าสุดนี้นั้น อาจเป็นเพราะที่ผ่านมาการแก้ปัญหาในสถาการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ของรัฐบาลดูเหมือนไม่ได้ผลและการออกมาตรการต่างๆ ของรัฐบาลทั้งในด้านเศรษฐกิจและสังคมที่ผ่านมาสร้างความสับสนให้กับประชาชนมาโดยตลอด แม้กระทั่งการออกมาระบุว่าจะเปิดประเทศใน 120 วันของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นั้นก็ถูกแก้ต่างโดยรองนายกฯ และโฆษกรัฐบาลในวันรุ่งขึ้น

แม้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กระทั่งพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) จะออกมาแสดงความ “ไม่เข้าใจ” ว่าทำไมประชาชนจึงมี ‘ปฏิกิริยา’ ต่อพล.อ.ประยุทธ์เป็นอย่างสูงในขณะนี้ รวมถึงการตั้งข้อสงสัยว่าเหตุใดจะต้องใช้คำไม่สุภาพกระทั่งถึงขั้นหยาบคายก็ตาม แต่อย่างน้อยก็แสดงให้เห็นว่า “เสียงของประชาชน” ดังไปถึงหูของนายกฯ และคณะ

ปัญหาของพล.อ.ประยุทธ์  หรือปัญหาของพล.อ.ประวิตร ก็คือปัญหาเช่นเดียวกับทุกรัฐบาลที่ ไม่ได้มาจากการเลือกของประชาชน นั่นคือใช้วิธีแก้ปัญหาแบบนั่งบัญชาการบน “หอคอยงาช้าง” ทำให้เกิดปัญหาของการสื่อสารและทำความเข้าใจกับสังคม 

นักวิชาการสายสื่อมองว่า ปัญหาของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา คือปัญหาของการสื่อสารและทำความเข้าใจกับสังคม รวมถึงเรื่องของ “กาละ” และ “เทศะ”

บทเรียนจากกรณี  ‘มินิฮาร์ต’ เมื่อครั้งเหตุการณ์ ‘จ่าคลั่ง’ และการส่งเสียง ‘นะจ๊ะ’ แบบคุ้นชิน ขณะที่ประชาชนเผชิญภัยจากโควิด มีทั้งนอนรอคอยเตียงนานนับสัปดาห์ และเสียชีวิตราวใบไม้ร่วง  

ไม่น่าแปลกใจที่การติด แฮชแท็ก #นะจ๊ะ และ #ประยุทธ์ออกไป จะกลายเป็นเรื่องเดียวกัน..!!

 

 

 




บริษัท สยามธุรกิจ แอดเวอร์ไทซิ่ง จำกัด เลขที่​ 423 ถนนบอนด์สตรีท​ ต.บางพูด​ อ.ปากเกร็ด​ จ. นนทบุรี​ 11120
โทรศัพท์ 02-0377423 , 02-0477243 ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ