สสส.หนุนสร้างแหล่งอาหารปลอดภัย-ตั้งเป้า3จชต.มีกินทั้งปี

วันพฤหัสบดีที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2564

สสส.หนุนสร้างแหล่งอาหารปลอดภัย-ตั้งเป้า3จชต.มีกินทั้งปี


สสส.หนุนทางรอดสร้างแหล่งอาหารปลอดภัย เน้นช่วยคนตกงาน-กลุ่มเปราะบาง หลังพบ จ.สงขลา มีผู้ติดเชื้อสูงกว่า 1.5 พันราย พร้อมส่งทีมพี่เลี้ยง สอนทักษะทำเกษตร-ฟาร์มไก่-ฟาร์มวัว ตั้งเป้าคนในพื้นที่มีทักษะทำเกษตร-สร้างอาชีพ-มีรายได้รับความเสี่ยงในทุกวิกฤต

นางเข็มเพชร เลนะพันธ์ รักษาการผู้ช่วยผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และผู้อำนวยการสำนักสร้างสรรค์โอกาส สสส. กล่าวว่า สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 สร้างผลกระทบโดยตรงกับประชาชนทั่วประเทศ โดยข้อมูลสำนักงานสถิติแห่งชาติพบว่า วัยทำงานมีแนวโน้มที่จะว่างงาน ร้อยละ 17.9 หรือกว่า 6 ล้านคน ที่สำคัญยังพบว่า คนว่างงานไม่มีทักษะที่ใช้ประกอบอาชีพอื่นได้ในทันที ที่น่าห่วงคือ 10 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุด พบจังหวัดทางภาคใต้ติดอันดับถึง 3 จังหวัด ได้แก่ สงขลา ปัตตานี และยะลา รวมผู้ป่วยสะสมกว่า 1 หมื่นคน ทำให้เศรษฐกิจภายในพื้นที่ต้องหยุดชะงัก มีคนว่างงานจำนวนมาก ทั้งกลุ่มรับจ้างรายวันที่ถูกเลิกจ้างจากประเทศมาเลเซีย พนักงานโรงแรม โรงงาน ร้านค้า ที่ไม่มีเงินสำรองเลี้ยงชีพ ทำให้กระทบต่อรายได้และความเป็นอยู่ของครัวเรือน

นางเข็มเพชร กล่าวว่า  จากกรณีดังกล่าวสสส.ร่วมกับภาคีคนสร้างสุขภาคใต้ และแกนนำจิตอาสาในพื้นที่ ริเริ่มโครงการฟื้นฟูคุณภาพชีวิต และพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากแก่ผู้ได้รับผลกระทบ โดยจัดทำโครงการนำร่องใน 5 จังหวัด 15 พื้นที่ ได้แก่ สงขลา 3 พื้นที่ ปัตตานี 3 พื้นที่ ยะลา 3 พื้นที่ นราธิวาส 3 พื้นที่ และสตูล 3 พื้นที่ ภายใต้แนวคิด พื้นที่สีเขียวกินได้ โดยปรับพื้นที่ว่างเปล่าให้เปลี่ยนเป็นแปลงเกษตรแหล่งผลิตอาหารของชุมชน ขณะนี้มีคนในชุมชนเข้าร่วมโครงการฯแล้วกว่า 300 คน โดยภายในปีนี้ตั้งเป้าะขยายพื้นที่ไปสู่ผู้ได้รับผลกระทบทั้ง 14 จังหวัดในภาคใต้

นายภาสกร เกื้อสุข ประธานสภาเทศบาลเมืองปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา กล่าวว่า จังหวัดสงขลามีผู้ป่วยโควิดสะสมกว่า 1.5 พันคน โดยเฉพาะพื้นที่ ต.ปาดังเบซาร์ พบผู้ติดเชื้อในพื้นที่กว่า 100 คน ประกอบกับรัฐบาลมีมาตรการปิดประเทศส่งผลกระทบรุนแรงต่อผู้ประกอบการไม่สามารถดำเนินธุรกิจต่อได้ แรงงานไทยในมาเลเซียถูกเลิกจ้าง ขาดรายได้ ทำให้กระทบต่อคุณภาพชีวิตคนในพื้นที่ 16,189 คน เทศบาลเมืองปาดังเบซาร์ได้มองเห็นประโยชน์จากทรัพยากรในพื้นที่ ร่วมกันปรับพื้นที่ว่างเปล่าในสถาบันปอเนาะอัรฉาดียะฮ์ ศูนย์การเรียนรู้ด้านศาสนากว่า  10 ไร่ ให้เป็นแหล่งผลิตอาหาร ทำให้มีอาหารไว้บริโภคตลอดทั้งปี

นายภาสกร กล่าวว่า การระบาดของโควิด-19 ทำให้สถาบันปอเนาะอัรฉาดียะฮ์ต้องหยุดการเรียนการสอน ทำให้นักเรียน ได้กลับมาใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ มีส่วนร่วมกับคนในชุมชนเปลี่ยนสถาบันปอเนาะฯ เป็นแปลงปลูกผักสวนครัวปลอดสารพิษ โดยจะแบ่งปันกลุ่มเปราะบางเป็นอันดับแรก ทั้งเด็ก ผู้สูงอายุ คนพิการในชุมชน กว่า 40 คน ผักอีกส่วนนำไปจำหน่ายเป็นเงินหมุนเวียน 200-300 บาททุกสัปดาห์

ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจสร้างพื้นที่ความมั่นคงทางอาหาร เพื่อฟื้นฟูคุณภาพชีวิต และพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากให้กับชุมชน สามารถสอบถามและติดตามได้ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ “เครือข่ายคนสร้างสุข / คนใต้สร้างสุข”




บริษัท สยามธุรกิจ แอดเวอร์ไทซิ่ง จำกัด เลขที่​ 423 ถนนบอนด์สตรีท​ ต.บางพูด​ อ.ปากเกร็ด​ จ. นนทบุรี​ 11120
โทรศัพท์ 02-0377423 , 02-0477243 ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ