อินทผลัม..บ้านแสงเดือน ผลไม้ออร์แกนิค เมืองน้ำดำ รสชาติถูกปาก ราคาถูกใจ จัดส่งถึงบ้าน

วันศุกร์ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2564

อินทผลัม..บ้านแสงเดือน ผลไม้ออร์แกนิค เมืองน้ำดำ รสชาติถูกปาก ราคาถูกใจ จัดส่งถึงบ้าน


เปิดฤดูกาล “อินทผลัม” พืชเศรษฐกิจยุคใหม่ที่กำลังมาแรง ได้รับความนิยมจากผู้บริโภค ชนิดที่เรียกว่าปลูกไม่พอขาย ด้วยประโยชน์และสรรพคุณเปี่ยมล้น จนได้รับการยกย่องให้เป็น “ผลไม้ทองคำ” ตามไปดู สวนอินทผลัม บ้านแสงเดือน จ.กาฬสินธุ์ ของ วิรัช รัตนวงศ์สวัสดิ์ และ จิราภรณ์ แสงจันทร์ ปลื้มใจกับผลผลิตที่ใช้สูตรสยามธุรกิจเต็มระบบ ลูกใหญ่เกรดพรีเมียม เจ้าของสวนการันตี หวาน กรอบ รับประกันความอร่อย ทานแล้วดีต่อสุขภาพ ทานแล้วร่างกายแข็งแรง เพราะใช้การบำรุงด้วยปุ๋ยอินทรีย์ออแกนิค ไม่มีการใช้ปุ๋ยเคมีและยาเคมี ผลผลิตจึงออกมาดี ลูกใหญ่ รสชาติหวานกรอบ มีใยอาหารหรือไฟเบอร์สูง สร้างประโยชน์ต่อสุขภาพ

               จิราภรณ์ แสงจันทร์ เล่าความเป็นมาของสวน “บ้านแสงเดือน” เริ่มต้นเมื่อปี 2558 หรือประมาณ 6 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากปีนั้นราคาอ้อยตกต่ำ เลยคิดว่าจะปลูกพืชอะไรเสริมรายได้ ไปศึกษากับคุณอำนาจ ผการัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ขณะนั้น ท่านก็แนะนำว่าถ้าไม่อยากเป็นเกษตรกรจนๆก็ต้องปลูกพืชที่แนวโน้มดี ให้ผลผลิตมาก นั่นก็คืออินทผลัม ซึ่งขณะนั้นยังไม่ค่อยมีคนทำ หลังได้รับคำแนะนำก็ยังมืดแปดด้าน เพราะไม่เคยปลูกอินทผลัม จึงเดินทางไปดูงานจากผู้ผลิตรายใหญ่ในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งปลูกอินทผลัมด้วยการเพาะเมล็ดพันธุ์

               “ตอนแรกที่ปลูกก็ลองผิดลองถูก เพาะเมล็ด 500 ต้น แต่ทำไปทำมาพบว่าไม่เอื้อต่อธุรกิจเท่าไหร่ เนื่องจากการเพาะเมล็ดเป็นทั้งตัวผู้ตัวเมีย ไม่สามารถคอนโทรลว่าปีนี้เราจะได้ผลผลิตเท่านั้นเท่านี้ เราก็เลยศึกษาแนวทางเพิ่มเติม จนพบว่าถ้าเอาเนื้อเยื่อมาปลูกทั้งหมด จะให้ผลผลิตดีกว่า จึงปลูกด้วยวิธีดังกล่าวทั้งพันธุ์สีเหลืองสีแดง” คุณจิราภรณ์ เล่าจุดเริ่มต้น

               ในยุคแรกเริ่มเธอและสามีใช้พื้นที่ปลูกอินทผลัมประมาณ 27 ไร่ (ปัจจุบัน 100 กว่าไร่) ลงทุนครั้งแรกซื้อพันธุ์ ปรับปรุงพื้นที่ จัดทำระบบหมดไปประมาณ 1 ล้านบาท

               “ตอนปลูกปีแรกก็ไม่รู้ว่าจะไปในทิศทางไหน แต่ว่าเราก็ไม่ได้คิดมาก เพราะถือเป็นการทดลองทำ ขณะเดียวกันก็มีอ้อยเป็นพืชหลักที่ทำอยู่แล้ว พอทำไปสักระยะรู้สึกว่าน่าจะทำเงินได้ก็เลยเพิ่มจำนวนเรื่อยๆ จนทุกวันนี้มีประมาณ 2 พันกว่าต้น”

               สำหรับผลผลิตล็อตแรกออกมาหลังปลูกเกือบๆ 3 ปี ต้นหนึ่งให้ผลผลิตประมาณ 40 กิโลกรัม แต่ถ้าโตขึ้นจะได้ประมาณ 70-200 กิโลกรัม ถ้าเราไม่แต่งหรือตัดทิ้ง เพราะถ้าต้องการได้ลูกโตๆต้องบิดทิ้งบ้างเพื่อไม่ให้ดกเกิน โดยนำผลผลิตไปขายกับผู้รับซื้อรายใหญ่ในจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งสวนเป็นสมาชิกอยู่ ได้รับสิทธิพิเศษขายผลผลิตตามจำนวนที่ตกลงกัน แต่ระยะทางค่อนข้างไกล พอปีที่สองก็เลยไม่ส่ง ประกอบกับผลผลิตไม่พอขาย เนื่องจากคนมาซื้อหน้าสวนจนหมด

               “อินทผลัมเลี้ยงไม่ยาก แต่ก็ไม่ง่าย เพราะว่ามีศัตรูพืชคือด้วง ถ้าสวนเราไม่สะอาดหรือดูแลไม่ละเอียดก็เสียหายได้  สำหรับเรามีความรู้สึกว่าอินทผลัมทำยากกว่าอ้อยเพราะอ้อยมีโรงงานรองรับ แต่อินทผลัมยังไม่มีโรงงานรองรับ ราคายังไม่แน่นอน สำหรับคนที่มาซื้อเขาซื้อไปขายได้ทั้งแบบสดหรือแปรรูปเป็นน้ำอินทผลัม มีทั้งพ่อค้ารับส่ง ประชาชนซื้อไปทานบ้าง ขายบ้าง ขณะเดียวกันเราทำตลาดออนไลน์ผ่านเฟสบุ๊คบ้านแสงเดือน แต่ยอดขายยังไม่มากเท่าไหร่ เพราะเรายังขายไม่ค่อยเก่ง ยิ่งช่วงโควิดคนมารับหน้าสวนน้อยมาก เขากลัวว่ารับไปแล้วจะขายไม่ได้ เราจึงลงทุนสร้างห้องเย็นขึ้นมาเพื่อยืดอายุอินทผลัมไว้ขายในช่วงที่คนต้องการ สาเหตุที่เราต้องทำห้องเย็นเพราะว่าเซลล์ผลไม้ไม่เหมือนเซลล์เนื้อสัตว์ที่ว่าใส่ช่องฟิชก็อยู่ได้นาน เอาออกมาแช่น้ำทำกินได้ แต่ว่าผลไม้อยู่ได้ไม่นาน ต้องมีอุณหภูมิที่เหมาะสม ห้องเย็นของเราจุได้ 10 กว่าตัน ลงทุน 4 แสนบาท ทำสำรองไว้ตั้งแต่ปีที่แล้ว เพราะคิดว่าจำเป็นต้องมีรองรับเผื่อความไม่แน่นอน “

               อินทผลัมถือเป็นผลไม้ที่มีราคาค่อนข้างดี เกรดพรีเมียมราคาหน้าสวนกิโลกรัมละ 350 บาท รวมค่าจัดส่ง 400 บาท แต่ถ้าถูกคัดเข้าไปขายในห้างสรรพสินค้า บางช่วงราคาอาจขึ้นไปถึง 600 บาทต่อกิโลกรัม ส่วนหนึ่งเพราะอินทผลัมเป็นผลไม้ที่มีประโยชน์มากมาย เช่น บำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง ช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุน ให้พลังงานสูง แก้ปัญหาอ่อนล้า เป็นน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยวร่างกายสามารถนำไปใช้ได้เลย แก้โรคกระเพาะเนื่องจากมีไฟเบอร์สูงช่วยเคลือบกระเพาะอาหาร เป็นต้น จะทานแบบผลสดๆหรือทำเป็นน้ำอินทผลัมก็ได้

               “ประเทศไทยโชคดีอย่างหนึ่งคือรสชาติอินทผลัมอร่อยกว่าต่างประเทศ อร่อยกว่าต้นตำรับ อาจจะเป็นเพราะดินดี   หวาน กรอบ ออกหอมๆ ได้อรรถรสโดยไม่ต้องปรุงแต่ง แต่ว่าเราก็ต้องเน้นออร์แกนิกส์ เน้นชีวภาพ และการดูแลอย่างดี ที่นี่ทำเป็นออร์แกนิกส์ตั้งแต่แรก และมาได้ปุ๋ยสยามธุรกิจ ผสมกับขึ้ไก่ไบโอ ช่วยรักษาสภาพดินให้ดี ทำให้ต้นไม้แข็งแรง สามารถหาอาหารไปเลี้ยงลำต้น ใบ ลูก ดอก ให้สมบูรณ์”

               อินทผลัมต้นหนึ่งให้ผลผลิตปีละครั้ง มีอายุตามตำนานบอกว่าอยู่ได้ถึง 70 ปี ถ้าไม่มีโรคมาทำลาย แต่คุณจิราภรณ์บอกว่าหวังแค่ 40-50 ก็ถือว่าเยอะแล้ว ปัจจุบันสวนบ้านแสงเดือนมีคนงานประมาณ 10 คน ในช่วงโควิดระบาดระลอก 3 ก็เจอวิกฤติคือคนไม่มาซื้อผลไม้เหมือนเดิม ถือเป็นปีแรกที่เจอวิกฤติ ปีที่แล้วก็ปกติ ปีนี้ทุกอย่างเงียบมาก ต้องเก็บผลผลิตไว้ในห้องเย็น ยังดีที่มีพืชหลักอย่างอ้อยช่วยเสริมรายได้ แต่ราคาระยะหลังก็ไม่ค่อยดีนัก เพราะผลผลิตอ้อยล้นตลาดโลก เพิ่งมาปีนี้ที่พอจะเห็นโอกาสอยู่บ้าง จากปัญหาความแห้งแล้งในบราซิลทำให้อ้อยขาดตลาด มีมะม่วงอีกประมาณ 10-12 ไร่ เพิ่งปลูกเมื่อปีที่แล้ว

               “ที่เรายังไม่ค่อยสบายใจคือแม้อินทผลัมจะเป็นผลไม้อนาคตดี แต่ก็ยังไม่มีโรงงานอุตสาหกรรมรองรับ ถ้าเราปลูกเยอะ ก็จะแปรเป็นน้ำอินทผลัมซึ่งอยู่ได้ไม่นาน ไม่เหมือนผลแห้งจากต่างประเทศ ซึ่งอยู่ได้เป็นปี ประเทศไทยปลูกได้เฉพาะผลสด ผลแห้งเขาบอกว่าปลูกไม่ได้ เพราะแดดบ้านเราไม่แรงทำให้เป็นเชื้อรา”

               ด้วยประสบการณ์การทำงานด้านเกษตรมากว่า 30 ปี ผ่านร้อน ผ่านหนาว เจอทั้งความสำเร็จ และ ล้มเหลว เธอจึงมีคำแนะนำสำหรับเกษตรกรรุ่นใหม่ว่า การปลูกพืชต้องศึกษาให้ถ่องแท้ว่าแนวโน้มในอนาคตจะเป็นอย่างไร อย่าเห็นว่าคนอื่นทำรวยแล้วทำตามเขา เพราะถ้าทำตามกันมากๆผลผลิตล้นตลาด คนที่ลำบากก็คือคนที่เริ่มลงทุนใหม่ สายป่านไม่ยาว และช่วงเริ่มต้นอย่าเพิ่งลงทุนมาก ค่อยเป็นค่อยไป ให้คิดว่าถึงไม่รวยก็อยู่ได้ ปลูกข้าวก็ได้กินข้าว ปลูกผลไม้ก็ได้กินผลไม้ ขายไม่ได้เราก็ยังดำรงชีวิตอยู่ได้ นี่คือข้อดีของการทำเกษตร

               ใครสนใจ..อยากทานอินทผลัม สดๆๆจากสวน กรอบหวาน รสชาติอร่อยถึงใจ สั่งได้เลย ขายราคาหน้าสวน บริการส่งถึงหน้าบ้าน รอทานอินทผลัมสดๆๆจากสวนหนึ่งเดียวในกาฬสินธุ์ ถ้าได้ชิมแล้วรับรองติดใจ 084 956 9372

 




บริษัท สยามธุรกิจ แอดเวอร์ไทซิ่ง จำกัด เลขที่​ 423 ถนนบอนด์สตรีท​ ต.บางพูด​ อ.ปากเกร็ด​ จ. นนทบุรี​ 11120
โทรศัพท์ 02-0377423 , 02-0477243 ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ