“ซัมซุง” ชี้ กลุ่มสินค้า Rugged Device ยังแรงสวนวิกฤติโควิด ลุยขยายผลิตภัณฑ์ รุกธุรกิจค้าปลีก-สุขภาพ-ขนส่ง-การศึกษา

วันเสาร์ที่ 07 สิงหาคม พ.ศ. 2564

“ซัมซุง”  ชี้ กลุ่มสินค้า Rugged Device ยังแรงสวนวิกฤติโควิด ลุยขยายผลิตภัณฑ์ รุกธุรกิจค้าปลีก-สุขภาพ-ขนส่ง-การศึกษา


ดร.มารุต มณีสถิตย์ ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจลูกค้าองค์กร ธุรกิจโทรคมนาคมและไอที บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด กล่าวว่า จากเทรนด์ด้านการทำงานที่เปลี่ยนไป ทำให้บริษัทหลายแห่งได้ปรับรูปแบบองค์กรเพื่อรองรับการทำงานแบบไฮบริดมากขึ้น โดยกว่า 50% ขององค์กรในปัจจุบันได้เปลี่ยนแปลงการจัดสรรงบประมาณใหม่เพื่อลงทุนในโมบายดีไวซ์เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ตลาดกลุ่มธุรกิจลูกค้าองค์กรเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดดตั้งแต่ช่วงปีที่ผ่านมา พร้อมทั้งยังมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในอนาคต โดยจากผลการสำรวจของ IDC ในเอเชียแปซิฟิกคาดการณ์ว่าจำนวนพนักงานที่ทำงานแบบไฮบริดจะพุ่งสูงถึง 25% หลังจากที่การฉีดวัคซีนดำเนินการเสร็จสิ้น ซึ่งเทียบจากเดิมที่มีเพียง 19% เท่านั้น

สำหรับในครึ่งปีแรกของปี 2564 กลุ่มธุรกิจลูกค้าองค์กรของซัมซุง ประเทศไทยยังคงครองความเป็นหนึ่งในผู้นำตลาดด้วยยอดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้นถึง 15% เมื่อเทียบกับปี 2563 โดยเมื่อแบ่งตามประเภทผลิตภัณฑ์จะพบว่ายอดจำหน่ายส่วนใหญ่มาจากกลุ่ม Rugged Device หรือ อุปกรณ์ที่มีความทนทานสูง ที่เพิ่มขึ้นถึง 65% โดยซัมซุงถือเป็นแบรนด์เดียวในประเทศไทยที่มีกลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับลูกค้าองค์กรที่หลากหลาย ครอบคลุมทั้งกลุ่มสมาร์ทโฟนระดับเริ่มต้น สมาร์ทโฟนระดับแฟลกชิป Rugged Device รวมถึงแท็บเล็ต ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่ซัมซุงได้นำเสนอให้กับลูกค้านั้นได้รับการพิจารณาถึงความเหมาะสมเพื่อให้เข้ากับแต่ละรูปแบบธุรกิจ โดยสมาร์ทโฟนจะเหมาะกับลูกค้ากลุ่มธุรกิจองค์กร ในขณะที่ Rugged Device ที่มีความโดดเด่นด้านความทนทาน จะพร้อมรองรับการทำงานของธุรกิจค้าปลีก โดยเฉพาะในส่วนงานบริหารจัดการคลังสินค้า, ธุรกิจธนาคาร , ธุรกิจบริการด้านสุขภาพ เช่น Wellness Center และ Telehealth, ธุรกิจขนส่งและธุรกิจการศึกษา ดังนั้นด้วยจุดเด่นดังกล่าว ทำให้บริษัทคาดว่าจะสามารถพิชิตเป้าหมายการเติบโตที่ 20% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาได้สำเร็จ

ล่าสุด ในปีนี้ ซัมซุงยังได้มีขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ ด้วยการนำเสนอ Rugged Device รุ่นล่าสุดอย่าง Samsung Galaxy XCover 5 ที่พร้อมสำหรับการทำงานในทุกสภาพแวดล้อมตอบโจทย์การทำงานแบบไฮบริดได้เป็นอย่างดี จากมาตรฐาน IP68[1] และ MIL-STD 810H[2] ที่มาพร้อมกับจอแสดงผล HD+ ขนาดใหญ่ 5.3 นิ้ว เพื่อการรับชมที่คมชัดในทุกรายละเอียด รวมถึงยังไวต่อการสัมผัส ทำให้ถึงแม้เปียกเหงื่อก็สามารถใช้งานได้อย่างสะดวก นอกจากนี้ Samsung Galaxy XCover 5 ยังมาพร้อมกับแบตเตอรี่ความจุ 3,000 mAh ที่ถอดเปลี่ยนได้ ทำให้ทำงานได้อย่างต่อเนื่อง รวมถึงความปลอดภัยในระดับฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์จาก Samsung Knox เพื่อการปกป้องข้อมูลสำคัญจากมัลแวร์และการคุกคามที่เป็นอันตราย

ดร.มารุต กล่าวเพิ่มเติมว่า “อย่างไรก็ตาม จากการสำรวจของบริษัทฯ ทำให้ค้นพบว่าการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ลูกค้ากลุ่มธุรกิจองค์กรหลายรายเริ่มค้นพบว่าการเตรียมความพร้อมแค่ในเรื่องสมาร์ทดีไวซ์ที่ดีอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอ เพราะพวกเขายังต้องการดีไวซ์ที่มาพร้อมกับโซลูชันเพื่อให้สามารถใช้งานได้ในทันที ด้วยเหตุนี้ ซัมซุงจึงได้ส่ง Galaxy Enterprise Edition กลุ่มผลิตภัณฑ์สมาร์ทดีไวซ์ล่าสุดที่มาพร้อมบริการด้านโซลูชันแบบครบวงจรสำหรับลูกค้าภาคธุรกิจ ชูจุดเด่น ‘Total Solutions’ ด้วยนวัตกรรมระดับแนวหน้าที่ครอบคลุมตั้งแต่อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ การจัดการซอฟต์แวร์ ไปจนถึงแพลตฟอร์มรักษาความปลอดภัยระดับสูงสุด”



บริษัท สยามธุรกิจ แอดเวอร์ไทซิ่ง จำกัด ติดต่อสอบถาม ID Line : @siamturakij และ ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ