จับตา “ไอ้เสือเตรียมถอย” จ้องงบฯเงินกู้ช่วยชาวบ้าน..!?!

วันจันทร์ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2564

จับตา “ไอ้เสือเตรียมถอย”  จ้องงบฯเงินกู้ช่วยชาวบ้าน..!?!


 

ท่ามกลางสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในเมืองไทย มีผู้ติดเชื้อรายใหม่วันละ 2 หมื่นกว่าราย และเสียชีวิตทะลุวันละ 300 ราย ล่าสุด เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2564 เป็นวันที่ประเทศไทยรายงานผู้ติดเชื้อโควิดสะสมเกิน 1 ล้านราย คิดเป็นประมาณ 1,500 รายต่อประชากร 1 แสนคน โดยผู้ติดเชื้อเกือบทั้งหมด (97%) ตรวจพบในการระบาดระลอกเมษายน 2564 หรือระลอกที่ 3-4

ตัวเลขคนติดเชื้อ ตัวเลขคนตาย หรือตัวเลขคนหายป่วยที่ทางการรัฐบาลแจ้งให้ประชาชนทราบนั้น (ไม่รวมตัวเลขที่มีการใช้ชุดตรวจหาเชื้อด้วยตัวเอง หรือ Antigen Test Kit : ATK) นั้นแสดงให้เห็นว่า “รัฐบาล” ภายใต้การนำของพลเอกประยุทธ์ จันทร์ โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โดยเฉพาะ ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. ที่มี พล.อ.ประยุทธ์เป็นหัวหน้ายังไม่ประสบความสำเร็จในการควบคุมโรค

โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดหาวัคซีนที่ล่าช้า ปัญหาโรคโควิด-19 ยังต้องพึ่งพาวัคซีน ตราบใดที่วัคซีนไม่เพียงพอ ปัญหาต่างๆ จะไม่มีวันหมด ทั้งจำนวนคนเจ็บจำนวนคนตาย ปัญหาความแตกแยกทั้งความขัดแย้งทางการเมือง ความขัดแย้งในสังคมแม้จะทุ่มงบประมาณเป็นจำนวนมหาศาลเพื่อเข้าไปแก้ไขสถานการณ์ทั้งในส่วนของโรคและการแก้ปัญหาผลกระทบด้านเศรษฐกิจ แต่ดูเหมือนว่าจะไร้ผลไร้ประสิทธิภาพ

ขณะที่ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565 วงเงิน 3.1 ล้านล้านบาท ก็ได้ผ่านความเห็นชอบสภาผู้แทนราษฎรไปแบบฉลุย โดยที่ฝ่ายค้านได้อภิปรายติติง ซึ่งถือเป็นการให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์ สมควรที่รัฐบาลจะต้องนำไปปรับปรุงเพื่อให้การใช้จ่ายงบฯที่มาจากภาษีของประชาชน เกิด “ความประหยัด-คุ้มค่า-มีประสิทธิภาพ” ในการแก้ปัญหาของประเทศชาติ และประชาชน และที่สำคัญต้องป้องกันอย่าให้มีการ ทุจริต อย่างเด็ดขาดแต่ก็ยังมีข่าวความไม่ชอบมาพากลในการใช้จ่ายงบฯ ของรัฐบาลนี้อยู่เนืองๆ

ทำให้พรรคร่วมฝ่ายค้านเห็นตรงกันว่าจะร่วมกันยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล โดยเสนอญัตติต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2564 ที่ผ่านมา รายชื่อที่ฝ่ายค้าน “ตกผลึก” ยื่นซักฟอกนั้นเบื้อง

ต้นฝ่ายค้านบอกว่าจะมีการอภิปรายรัฐมนตรีรวมทั้งสิ้นประมาณ 4-5 คน โดยมีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กระทรวงกลาโหม และนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กระทรวงสาธารณสุข เป็นหลัก พ่วงด้วยรัฐมนตรีอีก 4 ราย ประกอบด้วย นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.กระทรวงคมนาคม, นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.กระทรวงดีอีเอส และนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.กระทรวงแรงงาน โดยยังไม่ระบุวันอภิปรายที่ชัดเจน แต่คาดไว้ว่าไม่เกินต้นเดือนกันยายน

แต่ที่ฮือฮาก็เห็นจะเป็น “ญัตติขอเปิดอภิปราย” ที่ดุดันเป็นอย่างมาก ยกตัวอย่างญัตติยื่นอภิปรายพล.อ.ประยุทธ์ในฐานะนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกลาโหม ซึ่งเป็นหมายเลข 1 นั้น นอกจากถ้อยคำที่หนังสือพิมพ์หลายฉบับพาดหัวว่า “โง่–โอหัง–คลั่งอำนาจ” แล้วยังมีคำว่า “ไร้ภูมิปัญญา” “ไร้องค์ความรู้” “ไร้จิตสำนึกรับผิดชอบ” “ผิดพลาด” “ล้มเหลว” “ฉ้อฉล” “จงใจใช้อำนาจ” “ค้าความตาย” “กอบโกยผลประโยชน์บนซากศพ” ฯลฯ ถึงกับทำให้พล.อ.ประยุทธ์ออกมาเปรยว่าใช้คำแรงไปหรือไม่ มีใครเคยโดนญัตติแบบนี้บ้างไหม

อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่า พล.อ.ประยุทธ์ และคณะรัฐมนตรีจะมีความมั่นใจว่าจะสามารถฝ่าด่านกระแสการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ไปได้อย่างไม่อยากด้วยว่ารัฐบาลมีเสียงเหนือกว่าฝ่ายค้านอยู่มาก ยกมือกันกี่ครั้งก็ชนะ แม้ว่า

รัฐบาลจะออกมา “หักดิบ” กันเอง กรณี “ข้อสั่งการ” ในที่ประชุม ครม.ของ พล.อ.ประยุทธ์ ให้เร่งดำเนินการจัดหาชุดตรวจเชื้อโควิด–19 ATK ที่ผ่านการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) มีคุณภาพตามมาตรฐานสากล ได้รับการรับรองจากองค์การอนามัยโลก (WHO) พูดกันภาษาชาวบ้านก็คือนายกฯ สั่งเบรก ATK ชุดปัญหาที่ อย.ประมูลยี่ห้อจากประเทศจีนมูลค่าพันกว่าล้าน แต่ WHO ไม่ได้รับรองมาตรฐาน และโดนสื่อไล่บี้ไล่ต้อนปม “เงินทอน”

นอกจากนี้  นายกฯ ยังเสียงเข้มกับ “เสี่ยหนู” นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.กระทรวงสาธารณสุข ถามดังๆ กลางวงประชุม ครม.แบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ยืนยันได้หรือไม่ว่าภายในปี 64 จะดำเนินการฉีดวัคซีนให้ได้ 70 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนประชากร โดยอีกฝ่ายรับปากว่า “ทำได้”

หากจับอาการที่นายกฯ ถามเสียงเข้มกับรมว.กระทรวงสาธารณสุขกรณีการฉีดวัคซีนกระตุ้นภูมิคุ้มกันหมู่ต้องทันสิ้นปีนี้นั้น หากพลาดเป้า “คนที่ต้องรับผิดชอบ” หลักคงไม่พ้นรมว.กระทรวงสาธารณสุข เท่ากับผลัก “เผือกร้อน” ใส่มือหัวหน้าพรรคภูมิใจ เป็นการเล่นบทแข็งใส่พรรคร่วมรัฐบาล ในสถานการณ์กำลังเข้าโหมดอภิปรายไม่ไว้วางใจ

อย่างไรก็ตาม พรรคฝ่ายค้านเองเกิดอาการ “ขบเหลี่ยม” กันในหลายๆ เรื่องระหว่างพรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกล ทั้งในเรื่องของรายชื่อผู้ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ไม่มีชื่อของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กับ “ผู้กองนัส” ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.กระทรวงเกษตรฯ ผู้มากบารมี ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ หลุดโผไปแบบสบายเนื้อสบายตัว หรือกรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะบัตรเลือกตั้ง 2ใบที่มองว่าพรรคใหญ่ได้เปรียบ

หากแต่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ก็ยืนยันว่า ยังทำงานร่วมกันได้ ต้องแยกแยะ อันไหนเห็นไม่ต้องกันแล้วจะเงียบ ถ้าเห็นต่างก็พูดคุยด้วยเหตุด้วยผล พร้อมขอให้สังเกต 2 พรรคนี้ไม่เคยโจมตีเรื่องส่วนบุคคล เป็นแนวทางที่ให้ไว้กับลูกพรรค ให้เหตุผลมาก็ให้เหตุผลกลับ แบบนี้ยังคุยกันและทำงานร่วมกันได้ที่สำคัญพรรคก้าวไกลมีเป้าหมายมีจุดยืนให้พล.อ.ประยุทธ์ “ยุบสภาฯ” คืนอำนาจให้ประชาชน

แม้ พล.อ.ประยุทธ์จะฝ่าด่านอภิปรายไปได้ โดยมีพรรคร่วมรัฐบาล-งูเห่าฝ่ายค้านคอยยกมือช่วย ทำให้เกมการเมืองในสภาฯ นั้นง่ายเหมือน “ลิงปอกกล้วย” แต่ด่านหินของ “บิ๊กตู่” ของจริงอยู่ที่ปัจจัยนอกสภาฯ ที่วันนี้ม็อบไล่ “บิ๊กตู่” ขยายวงลุกลาม หนักข้อขึ้นทุกขณะ ล้อประวัติศาสตร์พฤษภาทมิฬ ฉากสถานการณ์ส่อหนีไม่พ้นจลาจล กดดันด่านสุดท้ายฝ่ายความมั่นคงคือทหารต้องออกมาคุมเกม

แต่ที่สาหัสสุดเลยก็คือเรื่อง “เศรษฐกิจ” ปากท้อง ล็อกดาวน์เจ็บแต่ไม่จบ เชื้อโรคยังอยู่แต่คนไทยกำลังอดตาย ตามสัญญาณจาก นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ฟันธง สถานการณ์โควิด–19 ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยหดตัวรุนแรง รัฐบาลจำเป็นต้องกู้เงิน 1 ล้านล้านบาท โปะหลุมดำภาคครัวเรือนที่หายไปกว่า 1.8 ล้านบาท

เมื่อแบงก์ชาติออกโรง ก็คาดการณ์ได้ ยังไงต้องกู้แน่ “บิ๊กตู่” เจ้าของฉายา “นักกู้ลุ่มเจ้าพระยา” หนีไม่พ้นต้องกู้ยืมเงินมาบริหาร ประคองปากท้องประชาชนที่โดนสั่งล็อกดาวน์แต่รัฐไม่มีข้าวไปแจกให้ฟรีตามบ้าน

ปัญหาคือ กู้มาแล้วจะบริหารจัดการเกิดประโยชน์ตรงเป้าหรือไม่

อารมณ์แบบที่นายสมหมาย ภาษี อดีตขุนคลังรัฐบาลประยุทธ์ ออกมากระแทกแรงๆ ถ้าขืนเอามาตรการด้านการคลังด้วยการกู้เงินมาอีก 1 ล้านล้านบาท ให้รัฐบาลที่กำลังป้อแป้นี้ใช้ มันก็จะ “เสียของ” เอาไว้รอรัฐบาลใหม่น่าจะดีกว่า

อดีตคนกันเอง ออกมาหักเครดิตกันแรงๆ ก็ยิ่งกระตุ้นอารมณ์สังคม เพิ่มความไม่น่าไว้วางใจ “รัฐบาล 3 ป. 2 น.” ให้บริหารงบฯ เงินกู้ 1 ล้านล้าน ในสภาพเสือหิวยึดตู้เสบียงขบวนรถไฟเที่ยวสุดท้าย ในสภาพที่บริหารประเทศล้มเหลว นายกฯโดนด่า โดนไล่รายวัน

 โดยวิสัย “ไอ้เสือเตรียมถอย” จ้องงบฯ เงินกู้ช่วยชาวบ้านในวิกฤติโรคระบาดตาเป็นมัน..!!

 

 

               

 

 

 

 

 




บริษัท สยามธุรกิจ แอดเวอร์ไทซิ่ง จำกัด ติดต่อสอบถาม ID Line : @siamturakij และ ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ