ตอกลิ่มพี่ใหญ่-น้องเล็ก ขยายรอยปริร้าว “3ป.”...

วันจันทร์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2564

ตอกลิ่มพี่ใหญ่-น้องเล็ก  ขยายรอยปริร้าว “3ป.”...


 

ท่ามกลางสถานการณ์การเมืองเกี่ยวกับปัญหา ความไม่เป็นเอกภาพ ภายใน พรรคพลังประชารัฐ-พปชร. จากแผนโหวตคว่ำ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กระทรวงกลาโหม ในห้วงลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ผ่านมา จนนำมาสู่การปลด ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรค และ นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เหรัญญิกพรรค ออกจากตำแหน่งรัฐมนตรี

ทำให้คาดการณ์กันว่า พล.อ.ประยุทธ์ ต้องเข้ามากระชับอำนาจภายใน พรรคพลังประชารัฐ ที่เป็นฐานสนับสนุน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำรอยขึ้นมาอีก

แต่เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ ออกมายืนยันความสัมพันธ์กับ “พี่ใหญ่” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รอง นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ยังแนบแน่น ไม่มีแตกคอ แถมเดินประคอง พล.อ.ประวิตร ส่งขึ้นรถที่ทำเนียบฯ โชว์สื่อดับกระแสข่าวกินแหนงแคลงใจในระหว่าง “พี่น้อง 3 ป.” นัยว่าปัญหาทุกอย่าง เคลียร์จบไปแล้ว

ปรากฏการณ์ที่ตามมาในการประชุม ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ นัดส่งท้ายก่อนปิดสมัยประชุมสภา เมื่อช่วงกลางเดือนกันยายนที่ผ่านมา พล.อ.ประวิตร นั่งหัวโต๊ะเป็นประธานการประชุมพรรค เปิดตัว พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ประธานกรรมการยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐคนใหม่ พร้อมทั้งยืนยันให้ ร.อ.ธรรมนัส อยู่ในตำแหน่งเลขาธิการพรรค และ นฤมล ยังคงเป็นเหรัญญิกพรรคต่อไป ก่อนกำชับเสียงเข้มให้ทุกคนรักและสามัคคีกัน ช่วยทำให้พรรคมั่นคงก่อนออกประกาศิต ห้ามตั้งก๊วน สลายมุ้งต่างๆ เพราะจะมีแต่กลุ่มหัวหน้าพรรคเท่านั้น และพร้อมที่จะดูแลทุกคนเอง โดยตั้งเป้าเลือกตั้งครั้งต่อไปจะได้ไม่น้อยกว่า 150 เสียง

ถึงขั้นที่ ร.อ.ธรรมนัส ต้องกลับลำ ประกาศกลางที่ประชุม ส.ส.พรรค ว่าจะไม่ออกจากพรรคพลังประชารัฐ จะอยู่ช่วย พล.อ.ประวิตร และอยู่ทำงานการเมืองกับพรรคพลังประชารัฐต่อไป เป็นบ้านหลังสุดท้าย

นี่คือสิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าต่อสาธารณชน แต่เบื้องหลังต่างลิบลับกับฉากหน้าเวที ที่บรรดาแกนนำพลังประชารัฐโชว์ซีนสวีตออกสื่อ กลบร่องรอยแตกแยก ชิงอำนาจในค่าย ทะเลาะกันแทบแตกหัก แต่สุดท้ายปั้นหน้าชื่นทำงานร่วมกันต่อไป เหมือน ละครปาหี่การเมือง

ภายใต้เครื่องหมายคำถามตัวโตๆ ยังมองหน้าสนิทใจเหมือนเดิมหรือไม่ เมื่อต่างฝ่ายต่างมีแผลในใจ มองอีกฝ่ายเป็นหอกข้างแคร่ มีหัวเชื้อความขัดแย้งในตัว พร้อมลุกโชนจุดติดได้ตลอดเวลา

“พายุลูกใหม่” ในพรรคก่อตัวได้ทุกเมื่อ ระหว่างเส้นทางแล่นต่อของเรือเหล็ก อาการภายนอกอาจกลบเกลื่อนได้ แต่อาการทางใจซ่อนกันลำบาก

อย่าลืมว่า ธรรมชาติของ พรรคพลังประชารัฐ นั้นเป็นการดึงเอาบรรดากลุ่ม ก๊วนต่างๆ มารวมกันเอาไว้ เราจึงเห็นภาพการต่อรอง ผลประโยชน์ทางการเมืองเป็นระยะๆ ไม่เคยอยู่กันอย่างราบรื่นมาตั้งแต่การจัดตั้งรัฐบาล ยิ่งเที่ยวนี้ผู้กองธรรมนัสถึงขั้นคิด “ก่อกบฏ”  โค่นอำนาจผู้นำในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แม้ก่อการไม่สำเร็จ แต่ยังได้ตรึงนิ่งอยู่กับที่ คลื่นใต้น้ำมีโอกาสก่อตัวได้ทุกเมื่อ

แผนหนีไปสร้างบ้านใหม่ “ธรรมนัส” ถูก “บิ๊กป้อม” ชะลอ ขอให้อยู่บ้านหลังเดิมไปก่อน คนไม่แฮปปี้คือ “ลุงตู่” ที่ไม่รู้จะถูกวางยาอีกเมื่อไร

แม้ “บิ๊กตู่” จะผนึกกำลังกับ “บิ๊กป๊อก” พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.กระทรวงมหาดไทย พยายามปลอบ พยายามเอาใจ “พี่ป้อม” แต่ดูเหมือน “พี่ป้อม” จะไม่ยอมอ่อนข้อให้ เพราะนอกเหนือจาก “ร.อ.ธรรมนัส-นฤมล” ที่กุมหัวใจของ “พี่ป้อม” แล้วยังมี “น้องๆ” ที่คอยกำกับบท “พี่ป้อม” อยู่ฉากหลัง

เวลานี้อำนาจในการบริหารพรรค พปชร.ยังอยู่ในมือของ “พี่ป้อม” จนถูกมองว่ายากที่ “บิ๊กตู่-บิ๊กป๊อก” จะแทรกเข้าไปเพื่อแชร์อำนาจจาก “บิ๊กป้อม” ให้ได้ แต่ “บิ๊กตู่-บิ๊กป๊อก” ไม่หมดความพยายามที่จะโน้มน้าวให้ “พี่ป้อม” กลับมาช่วยกันขับเคลื่อนพรรค พปชร.เดินหน้ารักษาอำนาจพี่น้อง 3 ป.ไว้ด้วยกัน

 ว่ากันว่า กระแสข่าวจัดการเลือกตั้งใหม่ภายใน 1 ปี ที่หลุดออกมาจากปากของ “ธรรมนัส” ไม่ใช่แค่การพูดตามน้ำ แต่มีการวางไทม์ไลน์เอาไว้อย่างดี โดยคำนวณจากการเลือกตั้ง อบต. การเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. ซึ่งจะเสร็จสิ้นภายในช่วงกลางปี 2565 และหลังจากนั้นจะนับถอยหลังการเลือกตั้งใหญ่

แถมยังมีเสียงกระซิบไปยัง ส.ส.พปชร. ทั้งภายในก๊วนของ “ร.อ.ธรรมนัส” และนอกก๊วน ส่งสัญญาณให้เตรียมตัวเลือกตั้ง แต่ปรากฏว่า ส.ส.พปชร. นอกก๊วน “ร.อ.ธรรมนัส” ไม่อินกับกระแสข่าวที่ปล่อยออกมา โดยเฉพาะ ส.ส.ฟรีแลนซ์ ที่ไม่เห็นด้วยกับการลงสนามเลือกตั้งในเวลานี้ เนื่องจากกระแสของพรรค พปชร. และกระแสของ “บิ๊กตู่” ไม่ดีเท่าเก่า

นอกจากไม่เล่นตามเกมของ “ผู้กองธรรมนัส” แล้วยังออกมาทำทีเป็นเชิงท้าทายว่า หากแน่จริงให้รวบรวม ส.ส.พปชร.ในก๊วน ออกมาแสดงจุดยืนทางการเมือง เปิดตัวให้เห็นว่ามี ส.ส.พปชร.ในก๊วน ที่เป็นเลือดแท้จริงๆ อยู่กี่คน

ทว่า “ร.อ.ธรรมนัส” เช็กยอดแล้ว จึงเก็บฉากเคลื่อนไหวใต้ดินดีกว่า

ทำให้เชื่อว่า หลังจากนี้ จะมีความเคลื่อนไหวของ ส.ส.พปชร. ที่ไม่เอาด้วยกับ “ธรรมนัส” ออกโรงต่อต้านการเคลื่อนของ “กบฏ” ผู้คิดล้มลุงตู่

เป็นการวางเกมโดดเดี่ยว เพื่อแยก “หัวหน้าป้อม” ออกให้ไกลห่าง “ร.อ.ธรรมนัส” เพื่อสงบศึก สยบขัดแย้งภายในพรรค พปชร. ลดปัญหาเรื่องกลุ่มก๊วนขาใหญ่ ที่สร้างอิทธิพลครอบงำพรรคได้เพียงแก๊งเดียว

ขณะที่ “สมชัย ศรีสุทธิยากร” อดีต กกต. และอดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ออกมาวิเคราะห์ปรากฏการณ์ภายในพรรคพลังประชารัฐ ที่ พล.อ.ประวิตร ยังยืนยันให้ ร.อ.ธรรมนัส เป็นเลขาธิการพรรคต่อไป ถือเป็น “อาฟเตอร์ช็อก” ของฝั่งนายกฯประยุทธ์ เพราะดาบสังหารที่เคยใช้ปลด ร.อ.ธรรมนัส และ นฤมล ออกจากตำแหน่งรัฐมนตรี ไม่สามารถขับ ร.อ.ธรรมนัส พ้นตำแหน่ง เลขาธิการพรรค ได้

พร้อมยกภาษิตโบราณ ประเมินสถานการณ์ว่า “เสือสองตัวอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้ เดินหมากผิดตาเดียว พ่ายทั้งกระดาน”

เช่นเดียวกับ “อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด” รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ระบุถึงสถานการณ์ในพรรคพลังประชารัฐ ที่ พล.อ.ประวิตร ยังให้ ร.อ.ธรรมนัส นั่งในตำแหน่งเลขาธิการพรรค ว่าเป็นความพยายามของพล.อ.ประวิตร ที่แสดงออกถึงความเป็นเจ้าของพรรคที่แท้จริง เพื่อป้องกันไม่ให้ฝ่าย นายกฯประยุทธ์ เข้ามาก้าวก่ายแทรกแซง หรือยึดครองพรรค

ควันหลงจากศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจยังไม่จบ และจะเกิดอาฟเตอร์ช็อกตามมา ส่งผลต่อการเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองในอนาคตได้ง่ายขึ้น และมองว่ารัฐบาลนี้จะไม่มีทางอยู่จนครบเทอมได้แน่นอน

งานนี้ก็คงต้องพิสูจน์บารมีกันยาวๆ ว่า พล.อ.ประวิตร จะสามารถควบคุมพรรคพลังประชารัฐให้มีเอกภาพเป็นปึกแผ่นได้แค่ไหน ที่สำคัญ คือแนวทางยุทธศาสตร์พรรค ที่มี พล.อ.วิชญ์ เป็นประธานกรรมการยุทธศาสตร์พรรค และ ร.อ.ธรรมนัส เป็นเลขาธิการพรรค จะยังคงสนับสนุน นายกฯประยุทธ์ อย่างเต็มที่ต่อไปหรือไม่

ตรงนี้ก็คือจุดที่จะพิสูจน์ความสัมพันธ์บั้นปลาย ระหว่าง พี่ใหญ่ กับ น้องเล็ก

เวลาอันใกล้จะเป็นผู้ให้คำตอบ...!!

 

 




บริษัท สยามธุรกิจ แอดเวอร์ไทซิ่ง จำกัด ติดต่อสอบถาม ID Line : @siamturakij และ ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ