Toggle navigation
วันพุธ ที่ 1 เมษายน 2569
หน้าแรก
ข่าวสาร
วิเคราะห์-บทความ-ต่างประเทศ
ประกัน
ยานยนต์
การเงิน-ธนาคาร
หุ้น-กองทุนรวม
อสังหาริมทรัพย์
พลังงาน-คมนาคม-โลจิสติกส์
อุตสาหกรรม-เออีซี-เอสเอมอี
ไอที
การศึกษา-กทม
การตลาด-ซีเอสอาร์
เกษตรยุคใหม่-ภูมิภาค
บันเทิง
ขายตรง
ประชาสัมพันธ์
PR NEWS -ข่าวประชาสัมพันธ์
ไลฟ์สไตล์
ท่องเที่ยว
แฟชั่นโซไซตี้-ดูดวง
ช๊อป-ชิม-ชิล
สุขภาพ-ความงาม
วิดีโอ-คลิปข่าว
E-Book
นสพ. สยามธุรกิจ
ติดต่อเรา
สามารถส่งข้อมูล ข่าวสาร ทางอีเมลล์ : siamturakijonlinenews@gmail.com และ สำหรับฝ่ายโฆษณา ทางอีเมลล์ : siamturakijadvertising@gmail.com
หน้าแรก
ขายตรง
"คิงส์เฮิร์บ" เจอตอขยาย AEC "ลาว-เขมร-ญวน" ติดก.ม./ตั้งราคายาก
"คิงส์เฮิร์บ" เจอตอขยาย AEC "ลาว-เขมร-ญวน" ติดก.ม./ตั้งราคายาก
วันพุธที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2556
Tweet
"คิงส์เฮิร์บ" ยอมรับยังติดเรื่องกฎหมายกับการตั้งราคาสินค้าในการขยายสาขาประเทศลาว, กัมพูชา และเวียดนาม เชื่อไม่เกินกลางปีน่าจะมีความชัดเจน โชว์ออฟฟิศใหม่ ลงทุน 70 ล้านบาท พร้อมเดินหน้าทำตลาด 3 ทาง 1.ประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อ 2.เอาใจนักธุรกิจ 3.ดันสินค้าผูกใจผู้บริโภค ชี้ "คอลดาต้า" ยังเป็นพระเอก ครองส่วนแบ่งยอดขายบริษัทกว่า 70%
ดร.ปพน ลิ้มธำรงค์กุล ประธานกรรมการ บริษัท คิงส์เฮิร์บ เวิร์ด 1999 จำกัด เปิดเผยว่า การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนเป็นหนึ่งที่บริษัทให้ความสำคัญ ซึ่งบริษัทมีความมั่นใจในศักยภาพของคิงส์เฮิร์บว่า ด้วยการมีสินค้าที่ดี มีโรงงานเป็นของตนเอง และการมีรากฐานธุรกิจในประเทศที่แข็งแกร่ง โดย โรงงานสามารถผลิตสินค้าได้เต็มที่คือ 2 ล้านขวดต่อเดือน ซึ่งปัจจุบัน มียอดการจำหน่ายอยู่ที่ 3 แสนขวดต่อเดือน โดยบริษัทเชื่อว่า เมื่อ การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนขึ้นมา ในปี 58 บริษัทจะสามารถ สร้างโอกาสทางธุรกิจ และสามารถก้าวขึ้นไปสู่ 1 ใน 10 ของบริษัท ขายตรงชั้นนำในประเทศไทยได้อย่างแน่นอน
"การขยายธุรกิจในปัจจุบันบริษัทได้เดินหน้าชิมลางในรูปแบบการนำสินค้า เข้าไปขายแล้วในหลายๆ ประเทศที่อยู่รอบๆ ไทย โดยมีประเทศลาว, กัมพูชา และ เวียดนาม ที่เริ่มมีการมองและวางแผนที่จะ เข้าไปเปิด แต่ทุกสิ่งยังติดในเรื่องของค่าเงิน ซึ่งส่งผลต่อการตั้งราคาของสินค้า แต่อย่างไรก็ดี ในช่วงกลางปีนี้หลายสิ่งหลายอย่างก็จะมีความชัดเจนขึ้น ซึ่งบริษัทพยายาม ศึกษาเรื่องต่างๆ อยู่ในขณะนี้" ปพน กล่าว สรุป
อีกทั้งขณะนี้ ทางบริษัทได้ทำการเปิด อาคารสำนักงานใหญ่หลังใหม่ขึ้นอย่างไม่เป็นทางการ โดยตั้งอยู่ย่านถนนรามอินทรา ซึ่งเป็นอาคาร 6 ชั้น โดยได้ใช้งบทั้งหมดแล้ว กว่า 70 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นการวางรากฐาน ที่สำคัญของบริษัท ในการก้าวไปสู่ความฝัน ในอนาคตต่อไป
โดยอาคารหลังใหม่นี้ เป็นอาคารพาณิชย์ 6 ชั้น รองรับสมาชิกได้ 400-500 คน ทั้งยังมีห้องประชุมที่สามารถจุคนได้ถึง 200 คน ซึ่งในช่วงการเปิดแรกๆ นี้ บริษัทก็จะยังคงอาคารหลังเดิมย่านบางเขนไว้ เพื่อ เป็นจุดในการประชาสัมพันธ์ในเบื้องต้น ซึ่ง ต่อไปก็จะทำการปิด แล้วมาใช้อาคารหลังใหม่ นี้อย่างเต็มรูปแบบ
อนึ่ง บริษัทได้ดำเนินการภายใต้ สโลแกนว่า "เพื่อชีวิตที่ดีขึ้น กับคิงส์ เฮิร์บฯ" เนื่องจากบริษัทได้ก่อตั้งขึ้นอย่างมั่นคงและมุ่งมั่นที่จะดำเนินธุรกิจด้วยความ โปร่งใสและซื่อตรง พร้อมด้วยคุณธรรมในการดำเนินธุรกิจพร้อมที่จะผลิตและพัฒนา สินค้ารวมถึงบริการให้มีคุณภาพดีที่สุด อันจะนำสมาชิกและนักธุรกิจทุกคนไปสู่เป้าหมายแห่งความสำเร็จในชีวิตร่วมกัน
"เรามอบโอกาสการเป็นเจ้าของธุรกิจ แด่ทุกท่านที่ต้องการประสบความสำเร็จสูงสุดในชีวิต ด้วยผลิตภัณฑ์คุณภาพเยี่ยม และแผนการตลาดที่จ่ายผลตอบแทนคุ้มค่า และเป็นธรรม ตลอดจนเกียรติยศชื่อเสียง และฝึกอบรมอย่างมืออาชีพ" ดร.ปพน กล่าว
โดยในส่วนปัจจัยการเติบโตที่จะทำให้บริษัทก้าวขึ้นไปสู่ตัวเลขพันล้านได้นั้น "ดร.ปพน" กล่าวว่า ปัจจัยสำคัญที่จะทำให้บริษัทเติบโตได้นั้น มาจากเหตุผล 3 ประการ ด้วยกัน นั่นคือ 1.บริษัทเห็นความสำคัญของ การโฆษณาประชาสัมพันธ์และการเข้าถึงสื่อมวลชน 2.บริษัทเห็นความสำคัญของการดูแลสมาชิกเป็นอย่างดี ดุจคนในครอบครัว เดียวกันอยู่เสมอ และ 3.บริษัทให้ความสำคัญกับการดูแลผู้บริโภคผ่านการมุ่งเน้นการวิจัยพัฒนาคุณภาพของสินค้าให้ดีขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า อยู่เสมอ
อย่างไรก็ดี ในเรื่องของสินค้านอกจาก สินค้าพระเอกคือ "คอลดาต้า" ตัวเดิมที่เป็นสินค้าขายดีของบริษัทแล้ว ทางคิงส์เฮิร์บ ยังได้ออกตัวเสริมของสินค้ากลุ่มนี้คือ "คอลดาต้า ซูเปอร์ทู" ซึ่งเป็นสินค้าในกลุ่มเสริมอาหารที่อยู่ในหมวดวัตถุดิบของพลู คาว เช่นเดียวกันกับ "คอลดาต้า" ตัวเก่า ซึ่งจะมีการออกฤทธิ์ที่เร็วกว่า ซึ่งทั้ง 2 ผลิตภัณฑ์นี้คือพระเอกของบริษัท อีกทั้งยังมีสินค้าในกลุ่มเกษตรที่บริษัทได้ทำการเปิดตัวขึ้นใหม่ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร สำหรับต้นไม้ ภายใต้ชื่อ "คอลดาต้า ซูเปอร์ กรีน" และสบู่ "คอลดาต้า ซอฟ" ซึ่งทั้ง 2 สินค้าใหม่ที่กล่าวมานี้ นับเป็นสินค้าที่บริษัท เชื่อว่าจะตอบโจทย์ลูกค้าได้เป็นอย่างดี
สำหรับบริษัท คิงส์เฮิร์บ ปัจจุบันมีสินค้าทั้งหมด 6 กลุ่ม ได้แก่ สินค้าเสริมอาหาร, สินค้าการเกษตร, สินค้าดูแลรูปร่าง, สินค้าความงาม, สินค้ากลุ่มเครื่องดื่ม และสินค้าของใช้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งมีสินค้าเกี่ยวกับการบำรุงเครื่องยนต์ของรถยนต์ เป็นสินค้านำของกลุ่มสินค้าในกลุ่มนี้
โดยสัดส่วนการทำยอดขายของสินค้า ในแต่ละกลุ่มนั้น จะมีสินค้ากลุ่มเสริมอาหาร ที่มี "คอลดาต้า" เป็นสินค้าเรือธง ซึ่งครองส่วนแบ่งยอดขายอยู่ที่ 70% ส่วนอีก 30% ก็จะแบ่งกระจายออกไปในอีก 5 กลุ่มสินค้า ที่กล่าวมา
ในด้านการตลาดของคิงส์เฮิร์บนั้น จะมีภาคอีสานเป็นตลาดหลักของบริษัท ซึ่งครองส่วนแบ่งยอดขายอยู่ที่ 60% ทั้งๆ ที่ในอดีตที่ผ่านมา ภาคกลางจะเป็นภาคที่มี ยอดการเติบโตสูง แต่ที่ทราบกันดีว่า คนที่อยู่ภาคกลางส่วนใหญ่เป็นคนอีสาน ซึ่งนิยม ซื้อสินค้าส่งกลับไปให้พ่อแม่ที่อยู่ในภาคอีสานทาน แต่เมื่อการขยายศูนย์ของบริษัท ก้าวหน้าไปมาก ทำให้คนที่อยู่ในภาคอีสานสามารถซื้อทานได้เอง ซึ่งไม่จำเป็นต้องซื้อที่ภาคกลางเพียงอย่างเดียว
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของศูนย์สินค้า ของบริษัทนั้น บริษัทจะเปิดให้สมาชิกของบริษัทร่วมเข้ามาเป็นเจ้าของได้ แต่ต้องทำตามเงื่อนไขที่บริษัทได้วางคือ ต้องเป็นสมาชิก ที่มีเครือข่ายไม่ต่ำกว่า 50 รหัส อีกทั้งต้องมีการส่งเรื่องเพื่อสอบศูนย์ เพื่อให้เกิดมาตร-ฐานเดียวกันทั้งหมดของศูนย์สินค้าทั่วประเทศ อีกทั้งยังจะมีการอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องสินค้า และบริษัท เพื่อจะได้ให้คำตอบกับลูกค้าได้เป็นอย่างดี
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
The Associated Press
กิฟฟารีน แนะนำไอเท็มเด็ด “กิฟฟารีน แอดวา...
...
“หมอต้อย- นลินี” แม่ทัพใหญ่ “กิฟฟารีน” ฉ...
...
"กิฟฟารีน" ฉลองยิ่งใหญ่ครบรอบ 30 ปี เปิด...
...
กิฟฟารีนเปิดประชุมใหญ่แถลงกลยุทธ์รับปี ...
...
ซูเลียน ประกาศศักดา 29 ปีแห่งความสำเร็จจ...
...
บริษัท สมาร์ท โกลด์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด SMART GOLD MEDIA GROUP CO.,LTD. ติดต่อสอบถาม โทร : 0893284192 , ID Line : @siamturakij และ ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ
×
เว็บไซต์ “สยามธุรกิจ” ใช้คุกกี้เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น อ่านนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Policy) และ นโยบายคุกกี้ (Cookie Policy)
กดยอมรับ