“สตีเบล เอลทรอน” ปรับแผนธุรกิจมุ่งโฟกัสออนไลน์ พัฒนาสินค้าขยายเจาะกลุ่ม C-Segment เพิ่มยอดสู้โควิด-19

วันจันทร์ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564

“สตีเบล เอลทรอน” ปรับแผนธุรกิจมุ่งโฟกัสออนไลน์ พัฒนาสินค้าขยายเจาะกลุ่ม C-Segment เพิ่มยอดสู้โควิด-19


นาย โรลันด์ เฮิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท สตีเบล เอลทรอน เอเซีย จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำในประเทศไทย และผู้นำตลาดเครื่องทำน้ำอุ่น-น้ำร้อน เครื่องกรองน้ำ ปั๊มน้ำ ฮีทปั๊มและเครื่องเป่ามือจากประเทศเยอรมนี  กล่าวว่า จากการที่ร้านค้าปลีกหยุดดำเนินการในระหว่างการแพร่ระบาดของโควิดที่ผ่านมา รวมทั้งการชะลอตัวของโครงการอสังหาริมทรัพย์ต่าง ๆ สตีเบล เอลทรอน ได้มีการปรับตัวเพื่อเปลี่ยนพฤติกรรมในการช้อปปิ้งด้วยการร่วมกับคู่ค้าอีคอมเมิร์ซออกผลิตภัณฑ์ใหม่ รวมทั้งการเปิดตลาดเพื่อจับกลุ่มลูกค้าใหม่ ๆ ด้วย โดยในช่วงปี 2564 นี้ ยอดขายผ่านช่องทางออนไลน์เติบโตเพิ่มขึ้นมากกว่า 70% ซึ่งเป็นอานิสงส์จากช่องทางอีคอมเมิร์ซ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของร้านค้าปลีกที่มีการขยายช่องทางการขายสู่ออนไลน์มากขึ้น ในขณะเดียวกัน บริษัทฯ เชื่อว่ายอดขายที่เพิ่มขึ้นนั้นเป็นผลมาจากกลยุทธ์การปรับลดราคาสินค้าอีกด้วยเพื่อขยายฐานเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ให้รู้จักเครื่องทำน้ำอุ่น-น้ำร้อนสตีเบลมากขึ้น เนื่องจากการศึกษาเราพบว่าตลาดเครื่องทำน้ำอุ่น-น้ำร้อนในเมืองไทย เราได้พบว่าเกินครึ่งผู้บริโภคคนไทยนิยมซื้อใช้ในราคาต่ำกว่า 3 พันบาท ซึ่งที่ผ่านมาเราได้เคยโฟกัสในตลาดดังกล่าวมาก่อน 

ล่าสุด เมื่อในเดือนกรกฏาคมปีนี้ที่ผ่านมาเราจึงได้ทำการพัฒนาคิดค้นนำเสนอผลิตภัณฑ์กลุ่ม C-Segment ที่มีราคาขายเริ่มต้นที่ 2,000 – 3,000 บาท เพื่อเป็นการช่วยให้ลูกค้าสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายในช่วงการระบาดของโควิด-19 โดยได้นำเสนอผลิตภัณฑ์เครื่องทำน้ำอุ่นซีรีย์ใหม่ ชื่อว่า “Safe-Save Series” ที่ช่วยให้ลูกค้าประหยัดปริมาณงบประมาณในขณะที่ยังคงเพลิดเพลินกับการอาบน้ำอุ่นได้ทุกวัน ได้แก่ รุ่น DE, AQE และ WS E-2 โดยทั้งสามรุ่นนี้ออกมาเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าชาวไทยที่เป็นครอบครัวใหญ่ ผู้พักอาศัยอยู่คนเดียว และกลุ่มผู้ที่เริ่มทำงาน ที่ให้ความเชื่อมั่นกับมาตรฐานเยอรมัน การวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทั้งสามรุ่นนี้ของสตีเบล เอลทรอนถือเป็นการขยายตลาดและแนะนำแบรนด์ให้กับกลุ่มลูกค้าใหม่ ๆ โดยเน้นที่กลุ่มลูกค้าในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อนที่จะขยายไปยังภูมิภาคอื่นของประเทศไทย ซึ่งผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ช่วยเพิ่มศักยภาพในการขยายฐานลูกค้าเดิม รวมถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ที่ให้ความสำคัญกับเรื่องราคาได้อีกด้วย

ผู้บริหาร กล่าวต่อว่า แม้ว่าจากการล็อกดาวน์ประเทศส่งผลให้ดีลเลอร์ทั่วประเทศของสตีเบล เอลทรอนต้องปิดดำเนินการชั่วคราว แต่จากการปรับกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจอย่างที่กล่าวมาตั้งแต่เดือนมกราคมถึงตุลาคม 2564 สตีเบล เอลทรอน มียอดขายเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปี 2563 โดยยอดขายที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่มาจากช่องทางโมเดิร์นเทรด (58%) ตามมาด้วยดีลเลอร์ (22%) การค้าระหว่างธุรกิจด้วยกัน หรือ B2B (11%) และอีคอมเมิร์ซ (9%) โดยบริษัทฯ คาดการณ์ว่ายอดขายปีนี้จะโตได้ถึง 5% หรือมียอดขายในประเทศไทย รวมทั้งส่งออกราว 1,100 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันรายได้หลักของบริษัทเราอยู่ในประเทศไทยกว่า 70 % และจากสถานการณ์โควิดที่เราคาดว่าทุกอย่างน่าจะเริ่มกลับมาดีขึ้นแล้ว ปีหน้าเรามีแผลนจะขยายทำตลาดไปในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นี้ด้วยเช่นกัน



บริษัท สยามธุรกิจ แอดเวอร์ไทซิ่ง จำกัด ติดต่อสอบถาม ID Line : @siamturakij และ ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ