ชาวเน็ต! ติง สสจ.อุบลฯ วอนจัดหา ‘ไฟเซอร์’ เข็ม 1-บูสต์เตอร์ให้ประชาชนทุกกลุ่ม

วันอาทิตย์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564

ชาวเน็ต! ติง สสจ.อุบลฯ วอนจัดหา ‘ไฟเซอร์’ เข็ม 1-บูสต์เตอร์ให้ประชาชนทุกกลุ่ม


ชาวเน็ต! ติง สสจ.อุบลฯ วอนจัดหา ‘ไฟเซอร์’ เข็ม 1-บูสต์เตอร์ให้ประชาชนทุกกลุ่ม แนะดูโมเดลจังหวัดใกล้เคียง

“ชาวเน็ต” ไม่ทน! ลุยเมนต์ “เพจ สสจ.อุบลฯ” จัดหาวัคซีน “ไฟเซอร์” ให้ประชาชนทุกกลุ่ม พร้อมแนะดูโมเดลจังหวัดใกล้เคียง แห่จัดสรรไฟเซอร์จำนวนมาก หลังอุบลฯ พบผู้ติดเชื้อรายวันสูงเป็นลำดับต้นๆ ในภาคอีสาน แต่ยังใช้ชนิดวัคซีนเดิม ทั้งเข็ม 1-บูสต์เตอร์ ตั้งคำถามบริหารไร้ประสิทธิภาพ-ไม่เจรจาส่วนกลาง ด้าน สสจ.อุบลฯ โต้ เป็นแนวทางจัดการทั้งประเทศ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามที่วานนี้ (27 พ.ย. 2564) เฟซบุ๊กแฟนเพจ “สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี” ได้โพสต์สรุปการรายงานวัคซีนโควิด-19 จังหวัดอุบลราชธานี พร้อมทั้งเร่งรัดการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 เพื่อลดการป่วยและเสียชีวิตจากโรคดังกล่าว รวมถึงเชิญชวนประชาชน ไปฉีดวัคซีนโควิด-19 ตามเป้าหมายของรัฐบาล 100 ล้านโดส โดยเฉพาะในช่วงสัปดาห์แห่งการฉีดวัคซีน วันที่ 27 พ.ย.-5 ธ.ค. 2564 เพื่อความปลอดภัยใช้ชีวิตได้ปกติมาฉีดวัคซีนป้องกัน โควิด-19 โดยให้ประชาชนติดต่อสอบถามเพิ่มเติมไปยังศูนย์บริการสาธารณสุขทุกอำเภอทุกแห่งนั้น

ทั้งนี้ จากการโพสต์ของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี (สสจ.อุบลราชธานี) พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ได้ออกมาแสดงความคิดเห็น (คอมเมนต์) ถึงการบริหารจัดการวัคซีนของ สสจ.อุบลราชธานี โดยเรียกร้องให้นำวัคซีน mRNA หรือไฟเซอร์ มาจัดสรรฉีดวัคซีนเข็มที่ 1 ให้กับกลุ่มประชาชนทั่วไป (อายุ 12 ปีขึ้นไป) รวมถึงเข็มที่ 3 (บูสต์เตอร์) สำหรับผู้ที่ฉีดวัคซีนชนิดซิโนแวค หรือซิโนฟาร์มครบ 2 เข็ม ตามกรอบระยะเวลาที่กำหนด

ขณะเดียวกัน ประชาชนบางส่วน ได้สะท้อนมุมมองว่า สืบเนื่องจาก สสจ.อุบลราชธานี ยังคงใช้สูตรวัคซีนเข็มที่ 1 ชนิดแอสตร้าเซเนก้า + เข็มที่ 2 ชนิดไฟเซอร์ หรือเข็มที่ 1 ซิโนแวค + เข็มที่ 2 แอสตร้าเซเนก้า รวมถึงการฉีดวัคซีนกระตุ้นเข็มที่ 3 ชนิดแอสตร้าเซเนก้า สำหรับผู้ที่ฉีดวัคซีนซิโนแวคครบ 2 เข็มเท่านั้น ส่วนเข็มที่ 1-2 หรือไฟเซอร์ + ไฟเซอร์ ยังคงให้กับกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ และผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปเท่านั้น โดยได้เปรียบเทียบกับจังหวัดอื่นๆ รอบจังหวัดอุบลราชธานี เช่น นครราชสีมา, บุรีรัมย์, สุรินทร์, อำนาจเจริญ, ร้อยเอ็ด, ขอนแก่น เป็นต้น ที่ได้ดำเนินการจัดสรรวัคซีนชนิดไฟเซอร์ เป็นเข็มที่ 1-2-3 ให้กับประชาชนอายุ 12 ปีขึ้นไป

นอกจากนี้ ยังมีการตั้งข้อสังเกตจากแฟนเพจสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานีว่า เหตุใด สสจ.อุบลราชธานี จึงไม่จัดหาวัคซีนไฟเซอร์ให้กับกลุ่มอายุ 12 ปีขึ้นไป ทั้งเข็ม 1 และเข็ม 3 (กระตุ้น) ทั้งที่ จังหวัดอุบลราชธานี เป็นจังหวัดขนาดใหญ่ และมีสถานการณ์พบผู้ติดเชื้อรายใหม่สูงเป็นลำดับต้นๆ ของภาคอีสาน แต่ไม่มีการบริหารจัดการวัคซีนตามความเหมาะสมให้กับประชาชน หยิบยกตัวอย่างจากจังหวัดในภาคใต้ หรือจังหวัดเชียงใหม่ ที่ก่อนหน้านี้ พบผู้ติดเชื้อสูง จึงได้ประสานไปยังกระทรวงสาธารณสุขส่วนกลาง และได้มีการจัดสรรวัคซีนไฟเซอร์ไปฉีดให้กับประชาชนเป็นจำนวนมาก อย่างเช่นจังหวัดอื่นๆ ในปัจจุบันของภาคอีสานตามที่กล่าวข้างต้น

ผู้สื่อข่าวรายงานต่ออีกว่า จากข้อเสนอแนะของประชาชนที่ไปแสดงความคิดเห็นในเฟซบุ๊กแฟนเพจสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานีนั้น ได้มีแอดมินมาแสดงความเห็นตอบกลับ กรณีการตั้งข้อสังเกตว่า บริหารจัดการไม่มีประสิทธิภาพ หรือเจรจากับส่วนกลางไม่ลงตัว โดยมีใจความสำคัญว่า สสจ.อุบลราชธานี ให้บริการฉีดวัคซีนโควิด-19ในสูตรต่างๆ ตามที่แจ้ง กล่าวคือ แอสตร้าเซเนก้า + แอสตร้าเซเนก้า และแอสตร้าเซเนก้า + ไฟเซอร์ ส่วนไฟเซอร์+ไฟเซอร์ มีการเปิดบริการให้ในเด็กอายุ 12 -18 ปีขึ้นไป, หญิงตั้งครรภ์อายุครรภ์มากกว่า 12 สัปดาห์ และผู้สูงอายุ 60 ปี ซึ่งเป็นแนวทางกันมาจัดการทั้งประเทศ

แอดมินเพจสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี ระบุต่อว่า คงไม่ใช่เป็นเรื่องการจัดการที่ไม่มีประสิทธิภาพ และไม่ใช่เรื่องการเจรจากับส่วนกลางที่ไม่ลงตัว โดยได้รับการสนับสนุนเป็นวัคซีนจากส่วนกลางตามจำนวนประชาชนที่ควรได้รับวัคซีนในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี และได้ทำงานกันอย่างเต็มที่ รวมถึงมีการประชาสัมพันธ์ในทุกพื้นที่ให้ประชาชนเข้ามารับบริการอีกทั้ง การบริการเชิงรุกให้กับประชาชน เพื่อมีภูมิต้านทานโรคโควิด-19 ซึ่งวัคซีนมีการแจ้งและดำเนินการตามระบบที่ได้รีบเพื่อความปลอดภัยสูงสุดของประชาชน นอกจากนี้ แอดมินเพจฯ ยังได้ขอบคุณผู้แสดงความคิดเห็นที่เสนอแนะความคิดเห็นส่วนตัวในครั้งนี้ด้วย



บริษัท สยามธุรกิจ แอดเวอร์ไทซิ่ง จำกัด ติดต่อสอบถาม ID Line : @siamturakij และ ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ