3 หมื่นล้าน!! จาก “คมนาคม” ถึง “คลัง” บทเรียนของ 'อาคม เติมพิทยาไพสิฐ'

วันจันทร์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564

3 หมื่นล้าน!! จาก “คมนาคม” ถึง “คลัง” บทเรียนของ 'อาคม เติมพิทยาไพสิฐ'


เมื่อกระทรวงการคลัง โดยนาย อาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มีมติให้บริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด(ธพส.) อันเป็นเป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ สังกัดกรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง สร้างศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติส่วนต่อขยาย โซน c ด้านทิศใต้  วงเงินงบประมาณ 30,000 ล้านบาท

เพื่อให้หน่วยราชการเข้าใช้พื้นที่เป็นสำนักงานแทนการเช่าพื้นที่เอกชน ซึ่งจะช่วยลดภาระงบประมาณ และเป็นการสร้างรายได้ให้รัฐเพิ่มขึ้น รวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพในการประสานงาน และการให้บริการประชาชนให้ได้รับความสะดวก ตลอดจนเป็นการใช้ประโยชน์ที่ดินภายในศูนย์ราชการฯให้เต็มศักยภาพ และเกิดประโยชน์สูงสุด

แต่แล้วเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2564 นายนาฬิกอติภัค แสงสนิท กรรมการผู้จัดการบริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด ได้ประกาศร่างขอบเขตของงาน หรือ TOR (Term of Reference) รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุ หรือแบบรูปรายการงานก่อสร้างอาคาร ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์(e-bidding) เลขที่โครงการ 641 072 065 22 ว่า ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานก่อสร้างอาคารสำนักงานที่มีมูลค่าไม่น้อยกว่า 2,250,000,000 บาท (สองพันสองร้อยห้าสิบบาทถ้วน)พร้อมแสดงสำเนาสัญญาจ้างด้วย

ข้อกำหนดอื่นๆยังพอไหว แต่พอมาถึงข้อ 4 TOR ที่ระบุว่า (4) ผู้ยื่นข้อข้อเสนอผลงานดังกล่าว ต้องมีผลงานการก่อสร้างอาคารสำนักงานที่สร้างใหม่ และได้รับการรับรองมาตรฐาน LEED (Leadership in Environmental Desigh)   ไม่ต่ำกว่าระดับ Gold มีพื้นที่ก่อสร้างไม่น้อยกว่า 65,000 ตารางเมตรด้วย โดยให้นำสำเนาใบรับรองและเอกสารสัญญาผลงานอาคารสำนักงานที่ได้รับรองมาตรฐานมายื่นก่อนวันประกวด

แต่ในข้อที่ 21 กลับตรงกันข้าม โดยกำหนดว่าให้ผู้รับจ้างต้องดำเนินงานก่อสร้างให้ได้ตามเกณฑ์มาตรฐานอาคารเขียวไทย (TREES) หรือรับการรับรองมาตรฐาน (Thai s Rating of Energy and Environmental Sustainabiliy) 

ทำให้ผู้รับเหมาก่อสร้างเลยส่งเสียงกันอื้ออึงว่า มีการล็อคสเปกกันหรือเปล่า?

เพราะจะมีบริษัทที่มีคุณสมบัติอาคารเขียว LEED (Leadership in Environmental Desigh) เพียงไม่กี่บริษัทเท่านั้นที่มีคุณสมบัตินี้ และบริษัท2-3 บริษัทนี้เท่านั้นที่วนเวียนรับงานราชการไทย

ผู้สื่อข่าวได้เจาะลึกไปดูข้อกำหนดเฉพาะงานข้อที่ 21. ก็กำหนดว่าผู้รับจ้างจะต้องดำเนินงานก่อสร้างให้เป็นไปตามข้อกำหนด ตามเกณฑ์การประเมินความยั่งยืนทางพลังงานและสิ่งแวดล้อมไทย สำหรับอาคารก่อสร้างและปรับปรุงโครงการใหม่ หรือ TREES-NC(Thai s Rating of Energy and Environmental Sustainabiliy -New Construction) จริงๆ

เลยตั้งข้อสังเกตว่า ทำไม? ข้อกำหนดงานอยากให้ผู้ก่อสร้างกำหนดกรอบการทำงานตามสเปก TREES แต่เวลากำหนด TOR ต้องการแค่สเปก LEED เท่านั้น

งานนี้อาจจะยาว มีข่าววงในว่า อาจมีการร้องศาลปกครอง ร้องศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ แถมร้องไปที่ ปปช.อีกด้วย ดังนั้น นาย นาฬิกอติภัค แสงสนิท กรรมการผู้จัดการบริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด คงต้องคิดให้รอบคอบมากหากจะดึงดันกำหนด TOR แค่คุณสมบัติ LEED

ด้านนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เคยมีบทเรียนมาแล้วเมื่อครั้งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม อันมีขสมก.เป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจในสังกัด

ครั้งนั้นขสมก.เกิดปัญหามากมายจาก 2 โครงการใหญ่ที่ต้องดำเนินการ คือ มหากาพย์โครงการจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวี 489 คัน พร้อมระบบซ่อมบำรุงรักษาวงเงิน 4,260 ล้านบาท โดนร้องเรียนต่อศาลปกครองกลางว่า มติที่ประชุมบอร์ดขสมก.มีการประชุมเท็จ ปั้นผลมติเพื่อเป็นประโยชน์ต่อบริษัทเอกชนรายหนึ่ง จนศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้ทุเลาการบังคับใช้สัญญา

กับกรณีที่ ขสมก. บอกเลิกสัญญาซื้อ-ขายรถเมล์ NGV จำนวน 489 คัน โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย  ซึ่งศาลปกครองกลางมีคำพิพากษา ให้ ขสมก. ชดใช้ค่าเสียหายให้บริษัท เบสท์ริน กรุ๊ป จำกัด, บริษัท อาร์ แอนด์ เอ คอมเมอร์เชียล วิฮีเคิลส์ เอสดีเอ็น บีเอชดี, บริษัท รถยนต์เซินหลง (เซี่ยงไฮ้) จำกัด และบริษัท เทคโนโลยีพลังงานใหม่ เป่ยฟังกวางโจว จำกัด รวมเป็นเงิน 1,159.97 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตรา 7.5% ต่อปีของเงินต้น 1,147.83 ล้านบาท ขสมก.ซึ่งเจ๊งอยู่แล้ว หนี้เพิ่มขึ้นอีก

ยังมีเรื่องระบบบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์พร้อมอุปกรณ์ E-Ticket และเครื่องเก็บเงิน Cash Box บนรถโดยสารประจำทาง 2,600 คัน  มูลค่าโครงการรวมทั้งสิ้น 1,665 ล้านบาท ที่ยังไปไม่ถึงไหน เช่นกัน บริษัทที่ดำเนินการไม่สามารถทำงานได้ตามสัญญา ในที่สุด องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ต้องบอกเลิกสัญญาโครงการเช่าระบบบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์พร้อมอุปกรณ์ (E-Ticket) มูลค่ารวม 1,665 ล้านบาท  เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2562 ด้วยความระทม 

เหตุการณ์นี้ผ่านมาไม่กี่ปี หลายเรื่องจึงยังคาราคาซัง นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ ในวันนี้ ว่าการกระทรวงการคลัง จะปล่อยเรื่องซ้ำซ้อนหรืออย่างไร

สำหรับนายนาฬิกอติภัค แสงสนิท ก็ควรทำงานให้มีความโปร่งใส ไม่มีปัญหาภายหลัง จะเติม TREES หรือเกณฑ์การประเมินความยั่งยืนทางพลังงานและสิ่งแวดล้อมไทยเข้าไปใน TOR แล้วปล่อยให้แต่ละบริษัทแข่งขันกันตามกฏระเบียบ แค่นี้ก็สง่างามแล้ว มิฉะนั้นเรื่องยาวถึงโรงถึงศาลแน่นอน



บริษัท สยามธุรกิจ แอดเวอร์ไทซิ่ง จำกัด ติดต่อสอบถาม ID Line : @siamturakij และ ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ