“HL” หุ้น Growth Stock... แชมป์กำไรโตแรง – พีอีสวย

วันอังคารที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564

“HL” หุ้น Growth Stock...  แชมป์กำไรโตแรง – พีอีสวย


อุตสาหกรรมการดูแลสุขภาพ และการรักษาพยาบาล เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่เป็นเมกะเทรนด์ของโลกโดยมีแนวโน้มการเติบโตต่อเนื่องในอีก 10 ปีข้างหน้า ดังนั้นผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ต้องเตรียมความพร้อมทั้งด้านฐานทุน และเพิ่มศักยภาพการผลักดันการเติบโตให้สอดคล้องไปกับภาพรวมของอุตสาหกรรมที่กำลังเป็นขาขึ้นให้เร็วที่สุด

บริษัท เฮลท์ลีด จำกัด (มหาชน) หรือ HL ดำเนินธุรกิจโดยการลงทุนในบริษัทอื่น (Holding Company) ปัจจุบันลงทุนในธุรกิจร้านขายยา จำหน่ายยา เวชภัณฑ์ เวชสำอาง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร อุปกรณ์การแพทย์ และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพต่างๆ และธุรกิจคิดค้น และพัฒนาร่วมกับทีมวิจัยภายนอก รวมทั้งว่าจ้างผู้ผลิต เพื่อจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมเพื่อสุขภาพ เช่น ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อ ผลิตภัณฑ์สลายกลิ่น และผลิตภัณฑ์หน้ากาก

HL มองเห็นโอกาสในการเติบโตในอนาคต จึงเดินหน้าเข้าระดมทุนเพื่อเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) โดยทำการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้กับประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) จำนวน 72 ล้านหุ้น คิดเป็น 26.47% ของจํานวนหุ้นที่ออกและเรียกชําระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ภายหลังการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนในครั้งนี้ มูลค่าที่ตราไว้ (Par) หุ้นละ 0.50 บาท และเสนอขายในราคาหุ้นละ 9.80 บาท โดยหุ้นเข้าทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ mai ในวันที่ 3 ธันวาคม 2564

ภายใต้การบริหารของทีมงานกลุ่มเภสัชกรมืออาชีพที่ร่วมกันผลักดันจนประสบความสำเร็จ ทำให้ HL มีคุณสมบัติที่สามารถเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai  และเป็นบริษัทร้านขายยาค้าปลีกในรูปแบบ Chain Drug Store รายแรกที่เข้าจดทะเบียน ภายใต้แกนนำของสองหัวเรือใหญ่อย่าง "ภก.ธัชพล ชลวัฒนสกุล"  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และภก.ศุภกร พันธุกานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ  บริษัท เฮลท์ลีด จำกัด (มหาชน) หรือ HL  

ภก.ธัชพล ชลวัฒนสกุล"  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร HL บอกว่า วัตถุประสงค์ของการระดมทุนในครั้งนี้ เพื่อนำเงินไปใช้ในการขยายสาขาเพิ่มปีละ 4-5 สาขา จากปัจจุบัน ณ เดือนตุลาคม 2564 มีจำนวนสาขารวม 26 สาขา โดยแต่ละสาขาจะอยู่ภายใต้ 4 แบรนด์หลัก ประกอบด้วยแบรนดด์ iCare 10 สาขา Pharmax 12 สาขา vitaminclub 3 สาขา และ Super Drug 1 สาขา ขณะที่มี บริษัท เฮลทิเนส จำกัด (Healthiness Company Limited) (“เฮลทิเนส”) เป็นบริษัทย่อย ซึ่งบริษัทฯ ถือหุ้น 100% ประกอบธุรกิจหลักคือ คิดค้น และพัฒนาร่วมกับทีมวิจัยภายนอก รวมทั้งว่าจ้างผู้ผลิต เพื่อจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมเพื่อสุขภาพ ภายใต้ 2 แบรนด์ ได้แก่ PRIME เป็นแบรนด์ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม ที่คัดสรรวัตถุดิบคุณภาพจากทั่วทุกมุมโลก ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ ภายใต้แบรนด์ PRIME จำนวนทั้งหมด 26 SKU และ Besuto ซึ่งเป็นแบรนด์เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อ ผลิตภัณฑ์สลายกลิ่น และผลิตภัณฑ์หน้ากาก ซึ่งปัจจุบัน เฮลทิเนส จำหน่ายผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ Besuto ทั้งหมด 9 SKU

"การเข้าจดทะเบียนในครั้งนี้จะทำให้มีศักยภาพผลักดันการเติบโตได้อย่างก้าวกระโดด เพราะมีฐานทุนที่เพิ่มขึ้น และเป็นองค์กรที่ได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ซึ่งจะทำให้มีโอกาสขยายธุรกิจ จากการขยายสาขาเพิ่มปีละ 4-5 สาขาและมีการพัฒนาสินค้านวัตกรรมใหม่อย่างต่อเนื่อง และมีแผนที่จะเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าดังกล่าวไปยังต่างประเทศในอนาคต รวมทั้งสร้างความเชื่อมั่นทั้งคู่ค้าและลูกค้า ตลอดจนการร่วมมือกับพันธมิตรในองค์กรขนาดใหญ่ระดับประเทศ "

ทั้งนี้ หากพิจารณาจุดเด่นของหุ้น HL มีความน่าสนใจในทุกมิติ ทั้งด้านการดำเนินธุรกิจที่มีการเติบโตได้ทุกปี เพราะอยู่ในอุตสาหกรรมสุขภาพ ซึ่งได้รับผลดีจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของประชากร ซึ่งไทยกำลังจะก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยเต็มรูปแบบ ขณะที่การเกิดวิกฤติการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ความสำคัญการดูแลสุขภาพ การป้องกัน การรักษา เป็นเรื่องที่จำเป็นมากขึ้น สนับสนุนผลิตภัณฑ์สินค้านวัตกรรมใหม่ อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ มีความต้องการสูงขึ้น และมีการเติบโตต่อเนื่องในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ขณะที่มูลค่าตลาดรวมของผลิตภัณฑ์อาหารเสริมสูงถึง 6-7 หมื่นล้านบาท และมูลค่าการจำหน่ายยาผ่านร้านขายยาสูงถึง 3.5 หมื่นล้านบาท  ซึ่งถือว่ามีมูลค่าตลาดสูงมาก และปัจจุบันผู้ที่มีส่วนแบ่งตลาดสูงสุดก็ยังมีมาร์เก็ตแชร์ไม่สูง ดังนั้น จึงทำให้ HL ยังมีโอกาสเติบโตอย่างก้าวกระโดดได้อย่างแน่นอน

ขณะที่ความสามารถในการทำกำไรของ HL มีความโดดเด่นมากที่สุดในกลุ่มผู้ประกอบการในธุรกิจเดียวกัน โดยจากข้อมูลจากเว็บไซด์ BOL  ณ วันที่ 27 สิงหาคม 2564 พบว่า บริษัทฯที่ดำเนินธุรกิจร้านขายยาค้าปลีกที่มีรายได้ระดับ 500 ขึ้นไป ในช่วงปี 2563 จะพบว่า HL มีรายได้รวมอยู่ที่ 1,080.10 ล้านบาท มีกำไรสุทธิเท่ากับ 55.87 ล้านบาท โดยพบว่าบริษัทฯ มีกำไรสูงสุดในกลุ่มผู้ประกอบการในธุรกิจเดียวกัน

นอกจากนี้ หากพิจารณาในส่วนของราคาเทียบกับอัตรากำไรสุทธิต่อหุ้น P/E ที่ราคาไอพีโอของ HL อยู่ที่ระดับ 37.57 เท่า และเมื่อนำมาเปรียบเทียบกับบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai ที่มีลักษณะการประกอบธุรกิจบางส่วนที่คล้ายคลึงกับธุรกิจของบริษัทฯ 2 ธุรกิจ คือ ธุรกิจค้าปลีก และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ และธุรกิจจำหน่ายอุปกรณ์การแพทย์ในระยะเวลา 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 17 สิงหาคม 2564 ถึงวันที่ 16 พฤศจิกายน 2564 ประกอบด้วย

บริษัท เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ เซาท์เทิร์น จำกัด (มหาชน) (KK)     มีค่า P/E อยู่ที่ 31.71 เท่า

บริษัท ธนพิริยะ จำกัด (มหาชน) (TNP)    มีค่า P/Eค่า อยู่ที่ 25.57 เท่า

บริษัท อินเตอร์ ฟาร์มา จำกัด (มหาชน) (IP)    มีค่า P/E อยู่ที่ 96.97 เท่า

บริษัท เซนต์เมด จำกัด (มหาชน) (SMD)    มีค่า P/E อยู่ที่ 23.52 เท่า

บริษัท เทคโนเมดิคัล จำกัด (มหาชน) (TM)    มีค่า P/E อยู่ที่ 46.00 เท่า

บริษัท วินเนอร์ยี่ เมดิคอล จำกัด (มหาชน) (WINMED)   มีค่า P/E อยู่ที่ 49.12 เท่า

จากข้อมูลดังกล่าวจะพบว่า HL มีค่าพีอีเรโช ยังอยู่ในระดับที่สามารถถือลงทุนได้ เพราะหากในปี 2564 ความสามารถในการทำกำไรเพิ่มขึ้นก็จะทำให้ค่า P/E ปรับตัวลดลงได้อีก ซึ่งมีความเป็นไปได้สูง ก็จะยิ่งทำให้หุ้น HL มีความน่าสนใจในการลงทุนมากขึ้นด้วย ดังนั้นหุ้นHL จึงเป็นหุ้นที่มีคุณสมบัติครบที่จะเป็นหุ้นGrowth Stock และแชมป์กำไรโตแรง ระดับ P/E สวยน่าถือลงทุนได้ในระยะยาว

 



บริษัท สยามธุรกิจ แอดเวอร์ไทซิ่ง จำกัด ติดต่อสอบถาม ID Line : @siamturakij และ ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ