"เวิลด์เฟล็กซ์-WFX" เคาะราคาขายไอพีโอ 7.20 บาท/หุ้น เปิดจองซื้อ 9-14 ธ.ค. 64 สำหรับผู้ถือหุ้นเดิมของ TRUBB และ15-17 ธ.ค. 64 สำหรับประชาชนทั่วไป ด้านที่ปรึกษาระบุเป็นราคาที่เหมาะสมกับปัจจัยพื้นฐาน มั่นใจกระแสตอบรับดี นักลงทุนสถาบันสนใจเพียบ มั่นใจอนาคตเติบโตแข็งแกร่ง ด้านผู้บริหารมั่นใจหลังขยายกำลังการผลิตเพิ่มสามารถดันยอดขายพุ่ง หนุนผลงานในช่วง 1-3 ปีข้างหน้าโตแกร่ง
นายรัฐชัย ธีระธนาวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม ฝ่ายวาณิชธนกิจ-ด้านตลาดทุน บล.เคทีบีเอสที ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน และผู้จัดการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้กับประชาชนทั่วไป (IPO) ของ บมจ.เวิลด์เฟล็กซ์ (WFX) เปิดเผยว่า WFX กำหนดราคาขาย IPO ที่ 7.20 บาท/หุ้น โดยมาจากการสำรวจราคาตามความต้องการซื้อกับนักลงทุนสถาบัน (Book Building) ในช่วงราคา 7.00-7.20 บาท/หุ้น ซึ่งนักลงทุนสถาบันแสดงความสนใจในราคาสูงสุดที่ 7.20 บาท/หุ้น ทำให้บริษัทเคาะราคา IPO ดังกล่าว
"ราคา IPO ดังกล่าว ถือเป็นราคาที่เหมาะสมและมีการ Discount จากราคาเฉลี่ยที่โบรกฯ ให้เป้าหมายไว้ประมาณ 30% ซึ่งถือเป็นราคา IPO ที่จูงใจ และสอดคล้องของบริษัทที่จะเป็นหุ้น Growth และ Dividend stock" นายรัฐชัย กล่าว
สำหรับการเสนอขายหุ้น IPO ของบมจ.เวิลด์เฟล็กซ์ จะเสนอขาย IPO ทั้งหมด 142 ล้านหุ้นหรือ 30.59% ของทุนชำระแล้วหลัง IPO โดยจะจัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นของ TRUBB จำนวนไม่เกิน 11.36 ล้านหุ้น จัดสรรให้แก่กรรมการ ผู้บริหารและพนักงานของบริษัทไม่เกิน 14.20 ล้านหุ้น เสนอขายให้แก่ผู้มีอุปการคุณของบริษัทไม่เกิน 18.46 ล้านหุ้น และเสนอขายต่อบุคคลตามดุลยพินิจของผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์จำนวนไม่น้อยกว่า 97.98 ล้านหุ้น
โดยจะจัดสรร IPO จะแบ่งออกเป็น 2 ช่วง ได้แก่ การให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมของ บมจ.ไทยรับเบอร์ลาเท็คซ์ กรุ๊ป (TRUBB) ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ในวันที่ 9-13 ธ.ค. 64 และการเสนอขายให้แก่บุคคลตามดุลยพินิจของผู้จัดจำหน่ายและให้กับผู้มีอุปการคุณของบริษัท รวมถึงกรรมการ ผู้บริหารและพนักงานของบริษัทในวันที่ 15-17 ธ.ค. 64 และคาดว่าจะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยวันแรกในช่วงปลายเดือนธ.ค. 64 หรือก่อนวันคริสต์มาส
สำหรับเงินที่ได้จากการระดมทุนในครั้งนี้ บริษัทมีแผนจะนำไปขยายโรงงานผลิตเส้นด้ายยางยืด จำนวน 350 ล้านบาท การชำระคืนเงินกู้แก่สถาบันการเงิน 400 ล้านบาท และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในกิจการ 248.12 ล้านบาท
นายชวลิต ติยาเดชาชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร WFX กล่าวว่า การเข้าระดมทุนและจดทะเบียนใน SET จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการเติบโตให้กับบริษัทฯ จากการขยายตลาดใหม่ ภายใต้จุดแข็งที่เหนือกว่าคู่แข่งในตลาด ทั้งเรื่องความได้เปรียบของโปรดักส์ที่ หลากหลาย ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ตรงจุด
นอกจากนี้ WFX ยังมีความได้เปรียบด้านการเข้าถึงวัตถุดิบ เพราะมีบมจ.ไทยรับเบอร์ลาเท็คซ์กรุ๊ป(TRUBB) หนึ่งในผู้ผลิตน้ำยางข้นในไทย เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัท ช่วยให้บริษัทเข้าถึงวัตถุดิบที่มีคุณภาพในปริมาณที่ต้องการ
“มั่นใจว่าแนวโน้มผลการดำเนินงานในช่วง 1-3 ปี ข้างหน้า จะเติบโตอย่างแข็งแกร่ง หลังจากขยายกำลังการผลิต ซึ่งเฟสแรกจะผลิตได้ในช่วงกลางปี 2565 จำนวน 6,200 ตัน/ปี และในเดือนมกราคม 2566 จะเพิ่มกำลังการผลิตอีก 6,200 ตัน เพื่อรองรับออเดอร์ลูกค้าในต่างประเทศ” นายชวลิตกล่าว
ด้านนายณัฐ วงศาสุทธิกุล กรรมการผู้จัดการ WFX กล่าวถึงผลประกอบการของ WFX ว่า งวด 9 เดือนแรกปี 2564 มีรายได้รวม 2,590 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 874 ล้านบาท หรือ 51% เทียบงวดเดียวกันของปีก่อน มีกำไรสุทธิ 188 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 129 ล้านบาท หรือ 218% เทียบงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 59 ล้านบาท สร้างสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) อยู่ที่ 15.96% และกำไรสุทธิ (Net Profit Margin) อยู่ที่ 7.27%
ขณะที่ผลการดำเนินงานย้อนหลังในปี 2561-2563 มีกำไรสุทธิ 19.22 ล้านบาท 7.72 ล้านบาท และ 57.81 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้นในปี 2561-2563 อยู่ที่ 4.82% 4.76% 7.42% และกำไรสุทธิในปี 2561-2563 อยู่ที่ 1.03% 0.38% 2.40% ตามลำดับ
ขณะที่สัดส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) ของปัจจุบันอยู่ที่ 1.12 เท่า ซึ่งภายหลังเข้าระดมทุนและจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (SET) บริษัทฯมีแผนนำเงินบางส่วนไปใช้คืนหนี้สถาบันการเงิน ทำให้ D/E อยู่ในระดับต่ำกว่า 1 เท่า