BRI เปิดเทรดวันแรก ที่ 11 บาท เหนือจอง 0.50 บาท หรือ 4.76% จากราคา IPO ที่ 10.50 บาท ด้านผู้บริหารพอใจหุ้นเปิดเทรดวันแรกเหนือจอง สะท้อนพื้นฐานแกร่ง-เติบโตสูง BRI ลั่นปีนี้รายได้โตกว่า 50% ปี 65 เปิด 9 โครงการรวม 1.08 หมื่นลบ. ด้านโบรกฯชูมีจุดเด่นเรื่องขยายตลาดอสังหาเชิงรุก และแตกต่าง มองราคาเป้ามหมายปี 65 ที่ 12.90 บาท
ผู้สื่อข่าว รายงานราคาหุ้น บริษัท บริทาเนีย จำกัด(มหาชน) หรือ BRI ที่ เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) วันนี้ (21 ธ.ค.64) วันแรก ราคาเปิดที่ 11 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท หรือเพิ่มขึ้น 4.76 % จากราคาจอง 10.50 บาท มูลค่าการซื้อขาย 427 ล้านบาท
นางศุภลักษณ์ จันทร์พิทักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บริทาเนีย จำกัด (มหาชน) หรือ BRI เปิดเผยในงาน นำหุ้นเข้าซื้อขายวันแรกในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยใน (SET) วันนี้ ว่า พอใจราคาหุ้นเปิดซื้อขายวันแรกปรับขึ้น ถือว่าได้รับการตอบรับเชิงบวก เพราะ Sentiment ตลาดวันก่อหน้าที่ BRI จะเข้าเทรดไม่ดี แต่ด้วยการกำหนดราคาขายหุ้น IPO ที่เหมาะสม ประกอบกับพื้นฐานการเติบโตของบริษัทที่อยู่ในระดับสูง จึงทำให้ได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุน ดีใจที่เปิดบวกขึ้นมาได้
ในปีนี้คาดรายได้จะเติบโตไม่น้อยกว่า 50% หลัง 9 เดือน รายได้รวมโต 52% แล้ว และปกติไตรมาส 4 จะเป็นไตรมาสที่มีตัวเลขค่อนข้างสูงเพราะปิดปี จึงมั่นใจการเติบโตของรายได้ปีนี้จะไม่ต่ำกว่า 50% ซึ่งในปีนี้เปิดโครงการใหม่ 6 โครงการ ที่เพิ่งเปิดเมื่อเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมา 2 โครงการ ก็ได้รับการตอบรับที่ดีเกินคาด ณ สิ้นไตรมาส 3/64 บริษัทมี Backlog ที่ 670 ล้านบาท
ปี 65 เดินหน้าเปิด 9 โครงการใหม่ รวมมูลค่าโครงการ 10,800 ล้านบาท ขยายทำเลครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑลและต่างจังหวัด มุ่งสู่ผู้นำการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยแนวราบ
หลังจากการระดมทุน บริษัทจะนำเงินไปใช้พัฒนาโครงการ ชำระเงินกู้และเป็นเงินทุนหมุนเวียนในกิจการ โดยในปี 65 พัฒนาโครงการใหม่อีก 9 โครงการ เน้นแบรนด์ “บริทาเนีย” และ “แกรนด์ บริทาเนีย” จับกลุ่มลูกค้าระดับกลางและกลางบน ในพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑลและต่างจังหวัด โดยจะขยายการเปิดโครงการในจังหวัดใหม่ๆ ได้แก่ ระยองและอุดรธานี โดยระยองถือเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพจากการพัฒนาโครงการระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และมีนิคมอุตสาหกรรมอยู่เป็นจังหวัด ส่วนอุดรธานีถือเป็นเมืองเศรษฐกิจชั้นนำของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งมีจำนวนประชากรและกำลังซื้อสูง
นายพายุพัด มหาผล กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวาณิชธนกิจ บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย กล่าวว่า เปิดเทรดวันแรกก็คาดหวัง เพราะการกำหนดราคาจาก Bookbuild และการตอบรับที่ดีจากการจองซื้อ แม้มีปัจจัยลบซึ่งเป็นปัจจัยจากภายนอกแต่ในแง่ปัจจัยพื้นฐานบริษัทมีการเติบโตสูงมาก ราคาเปิดซื้อขายเป็นแค่เริ่มต้น อยากให้นักลงทุนดูระยะยาวเพราะบริษัทจะเติบโตได้ต่อเนื่องในอนาคต
BRI ถือเป็นบริษัทชั้นนำด้านการพัฒนาที่อยู่อาศัยแนวราบที่มีศักยภาพการเติบโตที่ดีในระยะยาว จากแผนงานขยายการพัฒนาโครงการให้ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑลและต่างจังหวัดยิ่งขึ้น โดยเฉพาะจังหวัดที่มีศักยภาพในภาคต่างๆ ของประเทศ
นอกจากนี้ จากภาพรวมเศรษฐกิจและธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่ในช่วงฟื้นตัว รวมถึงการผ่อนปรนมาตรการ LTV โดยธนาคารแห่งประเทศไทย ให้สถาบันการเงินสามารถปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยแก่ผู้กู้ได้เต็ม 100% ของมูลค่าหลักประกัน จะเป็นปัจจัยบวกต่อการเติบโตของภาพรวมอสังหาริมทรัพย์และการขยายโครงการของ BRI
ด้านบริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย เปิดเผยว่า คาดว่า BRI จะรายงานกำไรสุทธิที่มี CAGR ระหว่างปี 63-66 ที่ 59.4% สินค้าที่โดดเด่น ช่องทางการขายและแผนขยายธุรกิจเชิงรุกจะช่วยขับเคลื่อนการเติบโตการสร้างความแตกต่างและมุ่งเน้น การทำกำไรจะเป็นปัจจัยหลักที่ดึงดูดความสนใจของนักลงทุน โอกาสที่จะมีธุรกิจร่วมทุนจะเพิ่มupside risk ต่อมูลค่าของบริษัทฯ โดยแนะนำ “ซื้อ” อิงจาก PER ที่ 7.8x จะได้ราคาเป้าหมายปี 65 ที่ 12.9 บาท