บอร์ด TPCH เคาะจ่ายปันผลปี'64 อีก 0.053 บาท/หุ้น พร้อมเปิดแผนธุรกิจปี 65 เตรียม COD โครงการโรงไฟฟ้าฯชีวมวล แม่ลาน-บันนังสตา ไตรมาส 2/65 ทยอยรับรู้รายได้โรงไฟฟ้าขยะ พร้อมพัฒนาโรงไฟฟ้าขยะอีก 4-6 แห่ง ด้านผู้บริหารมั่นใจผลงานปีนี้โต 30-40% ตามเป้า เผยปี'64 กวาดรายได้รวมกว่า 2,470 ล้านบาท กำไรสุทธิ 135.40 ล้านบาท
นางกนกทิพย์ จันทร์พลังศรี ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท ทีพีซี เพาเวอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) (TPCH) เผยถึงแผนการดำเนินงานในปี 2565ว่า บริษัทฯ เตรียม COD โรงไฟฟ้าประชารัฐชีวมวล แม่ลาน กำลังการผลิต 2.85 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าฯบันนังสตา กำลังการผลิต 2.85 เมกะวัตต์ พร้อมทั้ง มองหาโอกาสการลงทุนในโครงการใหม่ๆ ที่สามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับบริษัทและผู้ถือหุ้นได้ในระยะยาว
“โครงการโรงไฟฟ้าชีวมวลทั้ง แม่ลาน และ บันนังสตา ขณะนี้อยู่ในระหว่างการก่อสร้าง ซึ่งมีความคืบหน้าไปมาก และคาดว่าจะสามารถ COD ได้ภายในไตรมาส 2/65 ขณะเดียวกัน TPCH จะทยอยรับรู้รายได้จากโรงไฟฟ้าขยะ สยาม พาวเวอร์ (SP) มีสัญญาซื้อขายไฟฟ้า 8 เมกะวัตต์ที่ COD ไปเรียบร้อยแล้ว รวมถึง การรับรู้รายได้จากโรงไฟฟ้าชีวมวลเดิมอีก 10 แห่ง ซึ่งมีกำลังการผลิตรวม 106.8 เมกะวัตต์ จึงมั่นใจว่า จะช่วยสนับสนุนผลงานในปีนี้ให้เติบโตตามเป้าหมายที่ 30-40% ได้” นางกนกทิพย์กล่าว
ด้านนายเชิดศักดิ์ วัฒนวิจิตรกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ TPCH กล่าวว่า TPCH กำลังพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าขยะอีกประมาณ 4-6 แห่ง ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าขนาดเล็กมาก (VSPP) คาดว่าจะเห็นความชัดเจนภายในปีนี้ นอกจากนี้ บริษัทฯ มีความสนใจเข้าลงทุนในโครงการของภาครัฐ โดยเฉพาะการเปิดรับซื้อไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าขยะและโรงไฟฟ้าชุมชนเพิ่มเติม ตามแผน PDP 2022 ฉบับใหม่ เพื่อเป้าหมายการมีกำลังการผลิตโรงไฟฟ้าขยะ 50 เมกะวัตต์ และเป้าหมายการมีกำลังการผลิตโรงไฟฟ้าประเภทชีวมวล ชีวภาพ ขนาด 200 เมกะวัตต์ และจะทำให้บริษัทฯ มีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวมของทุกประเภทอยู่ที่ 250 เมกะวัตต์ ภายในปี 2566 อีกทั้ง บริษัทฯ ได้เข้าศึกษาธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลัก
“ปัจจุบันบริษัทฯ ได้ให้ความสำคัญและอยู่ระหว่างการศึกษานโยบายการขับเคลื่อน BCG (Bio-Circular-Green Economy) ของภาครัฐที่ได้ระบุให้เป็นวาระแห่งชาติ โดยประกอบไปด้วย Bio-economy หรือเศรษฐกิจชีวภาพ ที่เน้นการใช้ทรัพยากรให้เกิดความคุ้มค่ามากที่สุด (Reuse Recycle Zero-waste) และ Green Economy โดยบริษัทฯ ได้มีศึกษาร่วมกับสถาบันวิจัย และได้ลงทุนในธุรกิจที่ก่อให้เกิดรายได้ที่ต่อยอดจากโครงการโรงไฟฟ้า เพื่อเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ และเป็นการสนับสนุนนโยบายของภาครัฐที่ไปในทิศทางเดียวกันกับเทรนด์ธุรกิจโลก” นายเชิดศักดิ์ กล่าว
นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการของบริษัทฯ เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลงวดปี 2564 เป็นเงินสดอีก 0.053 บาท/หุ้น กำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิได้รับเงินปันผล (Record Date)ในวันที่ 28 เมษายน 2565 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 18 พฤษภาคม 2565 ซึ่งบริษัทฯ ได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในงวด 9 เดือนแรก ในอัตรา 0.343 บาท/หุ้นไปแล้ว เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2564 ทั้งนี้ การจ่ายเงินปันผลดังกล่าวขึ้นอยู่กับการอนุมัติจากที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นของบริษัทในวันที่ 21 เมษายน 2565
สำหรับภาพรวมผลการดำเนินงานของปี 2564 (สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2564) มีรายได้รวม 2,470.40 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39.0% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน มีรายได้รวม 1,777.37 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 135.40 ล้านบาท ขณะที่งวดไตรมาส 4/2564 บริษัทฯ มีรายได้รวม 600.02 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.1% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนซึ่งมีรายได้รวม 471.99 ล้านบาท