"อาร์ แอนด์ บี ฟู้ดฯ- RBF" ลั่นปี 65 ผลงานโตต่อเนื่อง 3 ปัจจัยหนุน "ปรับราคาสินค้า-วัตถุดิบคงที่-ยอดขายต่างประเทศ" ชี้สินค้าลูกค้ารายใหญ่สายเขียวเรียงคิวออกสู่ตลาด ขณะที่โรงสกัดสารกัญชง จ่อเพิ่มผลผลิตเข้ากลุ่มโรงพยาบาล เชื่อธุรกิจหลักโตแกร่ง พร้อมโชว์ผลงานปี 64 รายได้เติบโต 3,383.98 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.59%
พญ.จัณจิดา รัตนภูมิภิญโญ กรรมการบริษัท อาร์ แอนด์ บี ฟู้ด ซัพพลาย จำกัด (มหาชน) หรือ RBF เปิดเผยว่า ทิศทางการดำเนินงานของ RBF จากนี้จะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2565 จะมี 3 ปัจจัยหลักที่จะเข้ามาหนุนการเติบโตให้มากขึ้น ประกอบด้วย 1.การปรับราคาของผลิตภัณฑ์ให้สูงขึ้นตามต้นทุนของวัตถุดิบและต้นทุนด้านอื่นๆที่ขยับสูงขึ้นต่อเนื่องจากก่อนหน้านี้ 2.วัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น มีแนวโน้มคงที่ และ 3.สถานการณ์โควิดทั่วโลกเริ่มผ่อนคลาย จึงทำให้บริษัทฯเพิ่มยอดขายในต่างประเทศได้ดีขึ้น และบริษัทฯยังมีการขยายตลาดใหม่ๆมากขึ้นในปี 2565 เช่น กลุ่มโรงพยาบาล, กลุ่มคลินิก, และกลุ่ม wellness center
โดยผลผลิตโรงสกัดสารกัญชง ของ RBF เพื่อที่จะส่งมอบให้กับลูกค้าปลายน้ำ ทั้งธุรกิจอาหาร เครื่องดื่ม เครื่องสำอาง ซึ่งปัจจุบันมีการเซ็นสัญญารับคำสั่งซื้อกับลูกค้ารายใหญ่แล้วหลายราย ล่าสุดเริ่มมีการต่อยอดและทยอยออกสินค้าปลายน้ำสู่ตลาดในประเทศแล้ว ซึ่งจะทำให้บริษัทเริ่มรับรู้รายได้จากธุรกิจกัญชงเข้ามาตั้งแต่ไตรมาส 1/2565 เป็นต้นไป และจะทยอยรับรู้เพิ่มขึ้นในไตรมาส 2/2565 จากการส่งมอบที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้บริษัทฯยังได้ทำการยกระดับมาตรฐานการผลิตโรงสกัดสารกัญชง เพื่อรองรับคำสั่งซื้อจากกลุ่มลูกค้าเวชภัณฑ์และการแพทย์
ส่วนธุรกิจหลัก บริษัทมองว่าแนวโน้มตลาดต่างประเทศในปี 2565 จะกลับมาเติบโตดีขึ้นกว่าปี 2564 โดยเฉพาะในประเทศอินโดนีเซีย และเวียดนาม ซึ่งปี 2565 จะเห็นความคืบหน้าในการร่วมมือกับบริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU และบริษัท Srinivasa Cystine Private Limited หรือ SCPL ในประเทศอินเดีย เพื่อขยายตลาดดังกล่าวด้วย
ขณะที่ภาพรวมของตลาดภายในประเทศก็จะค่อยๆ ทยอยฟื้นตัวกลับมา หลังจากภาครัฐมีการผ่อนคลายมาตรการต่างๆ เพราะสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทั่วโลกเริ่มผ่อนคลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น จากการที่ประชาชนส่วนใหญ่ได้รับวัคซีนป้องกัน ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจสามารถกลับมาดำเนินการได้ตามปกติ ส่งผลให้กำลังซื้อ รวมถึงปริมาณความต้องการในสินค้าอุปโภคและบริโภคเพิ่มมากขึ้นตามลำดับ
ด้านนายสุรนาถ กิตติรัตนเดช ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบัญชีและการเงิน RBF กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเมื่อวันที่ 21 ก.พ.2565 มีมติจ่ายเงินปันผลประจำปี2564 (งวดผลการดำเนินงาน 1 ม.ค.-31 ธ.ค.64) เป็นเงินสดในอัตราหุ้นละ 0.15 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 300 ล้านบาท ซึ่งจะขออนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นในวันที่ 19 เม.ย.2565 โดยกำหนด วันกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้น (Record Date) ในวันที่ 27 เม.ย.65 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 11 พฤษภาคม 2565
สำหรับผลการดำเนินงานในปี 2564 บริษัทฯยังคงรักษาอัตราการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทฯมีรายได้รวม 3,383.98 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.59% จากปีก่อนที่มีรายได้รวม 3,116.38 ล้านบาท ทั้งนี้รายได้ที่เติบโตขึ้น เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ในปีที่ผ่านเริ่มมีการผ่อนคลายลง จึงทำให้มีการบริโภคในประเทศ เพิ่มสูงขึ้น
ส่งผลให้ยอดขายของบริษัทฯที่เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายวัตถุที่ใช้เป็นส่วนผสมในอาหาร (Food Ingredients) เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้แม้ว่าในปี2564 การเติบโตยอดขายโดยรวมในประเทศอาจจะชะลอตัวลงบ้าง จากผลกระทบของสถานการณ์โควิด-19 แต่อย่างไรก็ตาม สำหรับฐานการผลิตในต่างประเทศ ทั้งอินโดนีเซีย และเวียดนาม ยังคงมีการเติบโตได้ดี โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์กลุ่มแป้งและซอส ซึ่งส่งผลให้ยอดขายรวมของบริษัทฯมีการเติบโตขึ้นอย่างโดดเด่น
“อย่างไรก็ตามในปี 2564 บริษัทฯมีผลกระทบจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ในกลุ่มโรงแรม ซึ่งได้จำหน่ายออกไปแล้วในไตรมาส 2/2564 ที่ผ่านมา ดังนั้นตั้งแต่ปี 2565 จึงทำให้บริษัทฯไม่มีรายการผลกระทบด้อยค่าหรือขาดทุนจากโรงแรมเข้ามามาอยู่ในกิจการอีก โดยจะทำให้สามารถเห็นการเติบโตของกำไรในธุรกิจหลักอย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น” นายสุรนาถ กล่าว