SUPER กำไรปี 64 ทะลุ2.7พันลบ.-เคาะปันผล 0.006 บ./หุ้น

วันจันทร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565

SUPER กำไรปี 64 ทะลุ2.7พันลบ.-เคาะปันผล 0.006 บ./หุ้น


SUPER โชว์ผลงานปี 64 ต่อต่อเนื่อง กำไรสุทธิ 2,733 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 79% จากปีก่อนกำไร 1,527 ล้านบาท รายได้กว่า 8,531.01 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30.9% จากปีก่อน 6,514.6 ล้านบาท บอร์ดเคาะจ่ายปันผล 0.06 บาท/หุ้น  “จอมทรัพย์”กางแผนปี 65 พร้อมขยายการลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนทุกรูปแบบ -จ่อคว้างานโครงการ Private PPA -SPP Hybrid เพิ่ม พร้อมเล็งโอกาสขยายการลงทุนโรงไฟฟ้าในอาเซียน หนุนผลงานโตก้าวกระโดด  


นายจอมทรัพย์ โลจายะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซุปเปอร์ เอนเนอร์ยี คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (SUPER)  เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานของบริษัทฯในปี 2564 (สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2564) บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 2,733  ล้านบาท เพิ่มขึ้น 79 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนมีกำไรสุทธิเท่ากับ 1,527 ล้านบาท ขณะที่รายได้รวม 8,530.1  ล้านบาทเพิ่มขึ้น 30.9 % เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน มีรายได้รวม 6,514.6 ล้านบาท

ทั้งนี้ ปัจจัยหลักที่ทำให้ผลประกอบการเติบโตมาจากการรับรู้รายได้จากโครงการโรงไฟฟ้าในพอร์ตทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งมีกำลังการผลิตรวมอยู่ที่ 1,586.3 เมกะวัตต์ รายได้จากโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ในเวียดนาม รวม 550 เมกะวัตต์ ที่รับรู้เต็มปี และโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมบนบก (Onshore) กำลังผลิต 50 เมกะวัตต์ ที่ได้เริ่มจำหน่ายไฟฟ้าในเชิงพาณิชย์ ในช่วงไตรมาส 4/2564 2 นอกจากนี้จากโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานขยะ ของโครงการ SEE6 ในจังหวัดพิจิตร ที่รับรู้รายได้เต็มปี จากที่เริ่มจำหน่ายไฟฟ้าในเชิงพาณิชย์ เมื่อไตรมาส 2/2563 รวมทั้งโครงการต่างๆของกลุ่มบริษัทสนับสนุน

พร้อมกันนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ได้มีมติอนุมัติให้จ่ายเงินปันผลงวดปี 2564 ให้กับผู้ถือหุ้นเป็นเงินสด ในอัตราหุ้นละ 0.006 บาท  รวมเป็นเงินปันผลทั้งสิ้น 164.09 ล้านบาท โดยกำหนดให้ผู้ถือหุ้นที่จะมีชื่อปรากฎ ณ วันกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้น (Record Date) ในวันที่ 5 พฤษภาคม 2565 และกำหนดวันจ่ายเงินปันผลในวันที่ 20 พฤษภาคม 2565

นายจอมทรัพย์  กล่าวว่า SUPER ยังคงให้ความสำคัญในการขยายงานโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนทุกรูปแบบ และการขยายงานรูปแบบใหม่ๆ รวมทั้งเป้าหมายการพัฒนาธุรกิจโรงไฟฟ้าในกลุ่มประเทศอาเซียนในอนาคต โดยปี 2565 ตั้งเป้าหมายรายได้ก้าวกระโดด โดยตั้งเป้าเติบโต 30 - 35 % จากปี 2564 และกำลังการผลิตรวมให้ไปแตะระดับ 1,900 – 2,000เมกะวัตต์ ภายในปี 2565 ประกอบด้วยโครงการโรงไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม ทั้งในและต่างประเทศ  โครงการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาอาคาร (โซลาร์รูฟท็อป)และโครงการการขยายงานสัญญาซื้อขายไฟฟ้าภาคเอกชน( Private PPA ) 

รวมทั้งโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในแบบ SPP Hybrid ภายใต้บริษัทย่อย บริษัท ซุปเปอร์ โซล่าร์ ไฮบริด  จำกัด  ผลิตและจำหน่ายกระแสไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน โดยมีปริมาณจำหน่ายไฟฟ้าตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) ขนาด 16 เมกะวัตต์ จากการผลิตไฟฟ้าผสมผสานเชื้อเพลิงระหว่างโซลาร์ฟาร์ม 49 เมกะวัตต์ ระบบกักเก็บพลังงาน (ESS) ขนาด 136 เมกะวัตต์-ชั่วโมง (MWh) กับไบโอแก๊ส อีก 1 MW คาดว่าจะเริ่มการก่อสร้าง และจะเริ่มจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (COD) ได้ในช่วงปลายปี 2565 อีกทั้งตั้งเป้าจะเป็นโรงไฟฟ้าไฮบริดแห่งแรกที่ใหญ่ และทันสมัยที่สุดในระเทศไทยอีกด้วย



บริษัท สมาร์ท โกลด์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด SMART GOLD MEDIA GROUP CO.,LTD. ติดต่อสอบถาม โทร : 0893284192 , ID Line : @siamturakij และ ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ