"สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น" เดินหน้าขยายฐานสู่ธุรกิจรถยนต์พลังงานไฟฟ้าผ่านการลงทุน-ควบรวมกิจการ และขยายช่องทางจำหน่าย เพิ่มฐานตลาดทั้งใน-ต่างประเทศ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ล่าสุดเสนอขายหุ้นกู้ 3 ชุด ต่อผู้ลงทุนสถาบัน-รายใหญ่ คาดเปิดจองซื้อวันที่ 9 - 11 พ.ค. นี้
นายประกรณ์ เมฆจำเริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ STARK เปิดเผยว่า บริษัทฯเดินหน้าตามแผนกลยุทธ์ในการดำเนินงาน มุ่งเน้นการผลิตสายไฟฟ้าและสายเคเบิ้ลแรงดันไฟฟ้า ปานกลาง สูง และสูงพิเศษ (Medium - Extra High Voltage) เพื่อรักษาอัตรากำไรในระดับสูง (High Margin) ต่อเนื่องในระยะยาว
นอกจากนี้ STARK ยังได้พัฒนาผลิตภัณฑ์สายเคเบิ้ลใต้น้ำ (Submarine cable) เป็นการเชื่อมต่อโครงข่ายอินเทอร์เน็ตระหว่างประเทศ การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน (Floating Cable) การผลิตสายไฟ HVDC Cable ระบบสายส่งกระแสตรงแรงดันสูง และการผลิตกระแสไฟฟ้าที่ติดตั้งในทะเล (Offshore wind farm) เพื่อรองรับการเติบโตของภาคธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานคมนาคม พลังงานหมุนเวียน รวมถึง อุตสาหกรรมอวกาศและยานอวกาศ
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร STARK กล่าวว่า บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้ปี 2565 ไม่ต่ำกว่า 30,000 ล้านบาท ซึ่งจะเป็นการสร้างสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง ปัจจุบัน บริษัทมีงานในมือที่รอรับรู้รายได้ (Backlog) 12,000 - 13,000 ล้านบาท โดยเป็นงานทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งจะทยอยรับรู้ต่อเนื่อง พร้อมกันนี้ บริษัทได้พัฒนาแนวทางที่ยั่งยืนผ่านการควบรวม การซื้อกิจการ และการลงทุน โดยเน้นการส่งเสริมการเสนอขายผลิตภัณฑ์ การขยายและเพิ่มฐานตลาด ขยายช่องทางการจัดจำหน่าย ทั้งในประเทศไทย ประเทศเวียดนาม และต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดที่มีการเติบโตสูง (High-growth markets) ตอกย้ำการเป็นผู้นำด้านการผลิตสายไฟฟ้าในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นผู้ผลิตสายไฟฟ้าและสายเคเบิ้ลอันดับ 14 ของโลก โดย STARK มีเป้าหมายมุ่งเป็นผู้ผลิตสายไฟฟ้าและสายเคเบิ้ลอันดับที่ 10 ของโลกต่อไป
ล่าสุดบริษัทได้ยื่นร่างแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายตราสารหนี้ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) สำหรับการเสนอขายหุ้นกู้ของบริษัทครั้งที่ 1/2565 โดยเป็นหุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ จำนวน 3 ชุด หุ้นกู้ชุดที่ 1 อายุ 9 เดือน อัตราดอกเบี้ยคงที่ [2.90 – 3.10]% หุ้นกู้ชุดที่ 2 อายุ 2 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ [3.60 – 3.80]% และหุ้นกู้ชุดที่ 3 อายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ [4.00 – 4.20]% มีกำหนดชำระดอกเบี้ยทุก 3 เดือน โดยอัตราดอกเบี้ยที่แน่นอนจะมีการประกาศอีกครั้ง
ทั้งนี้บริษัทได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือโดยบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ที่ “BBB+” แนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2564 สะท้อนถึงความแข็งแกร่งในการดำเนินงานของบริษัทฯ โดยหุ้นกู้ในครั้งนี้จะเสนอขายต่อผู้ลงทุนสถาบัน และ/หรือ ผู้ลงทุนรายใหญ่ เท่านั้น และคาดว่าจะเปิดให้ผู้ลงทุนจองซื้อในวันที่ 9 - 11 พฤษภาคมนี้