DTCENT พร้อมโลดแล่นลงกระดาน SET เคาะราคาขาย IPO ที่ 2.86 บาท

วันพุธที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565

DTCENT พร้อมโลดแล่นลงกระดาน SET เคาะราคาขาย IPO ที่  2.86 บาท


DTCENT ประกาศความพร้อมเข้าเป็นสมาชิกใหม่ใน SET เคาะราคาขาย IPO ที่  2.86 บาท เปิดจองซื้อระหว่างวันที่  1-2 และ 6 ธันวาคมนี้ ฤกษ์ดีส่ง 305 ล้านหุ้น ลงกระดาน SET วันที่ 15 ธันวาคมนี้ ระบุถือเป็นราคาที่เหมาะสมกับปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง อนาคตเติบโตต่อเนื่อง จากการเป็นผู้นำในการให้บริการอุปกรณ์ติดตามยานพาหนะ มีส่วนแบ่งการตลาดอันดับ 1 ในประเทศไทย ที่ยังมีช่องทางการเติบโตได้อีกมาก ทั้งมีฐานะการเงินแกร่ง มีพันธมิตรรายใหญ่ทั้งในและต่างประเทศ พร้อมสนับสนุนโอกาสการเติบโตในอนาคต เผยหลังระดมทุนเล็งนำเงินที่ได้ต่อยอดธุรกิจ ลงทุนพัฒนาผลิตภัณฑ์โซลูชั่นใหม่ สร้างศูนย์บริการข้อมูลยานพาหนะ รุกต่อยอดธุรกิจ ผลักดันผลงานเติบโตโดดเด่น สร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้น

นายทศพล คุณะเพิ่มศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ดี.ที.ซี. เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) หรือ DTCENT เปิดเผยว่า บริษัทมีความพร้อมในการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) โดยวัตถุประสงค์การเข้าระดมทุนในครั้งนี้ เพื่อนำเงินที่ได้ไปใช้ในการลงทุนสร้างศูนย์บริหารจัดการและบริการข้อมูลยานพาหนะ  (Vehicle Monitoring and Support Center) และเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการประกอบกิจการ รวมทั้งใช้เป็นเงินลงทุนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นการรองรับการขยายธุรกิจในอนาคต

นอกจากธุรกิจ GPS Tracking แล้ว กลุ่มบริษัทมีแผนในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นใหม่ที่ต้องใช้เทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อเป็นระบบอัจฉริยะในกลุ่มงาน IoT  อันประกอบด้วย ระบบบริหารจัดการน้ำ, ระบบ SMART CITY SOLUTION หรือระบบบริหารการจัดการองค์กรส่วนท้องถิ่น, BAMS (Business Activity Management System), BIM (Building Information Modeling), EV Platform, Logistics Demand-Supply Matching Platform และระบบ AI สำหรับงาน IoT

ทั้งนี้ ปัจจุบัน DTCENT มีบริษัทย่อย 3 บริษัท ได้แก่ บริษัท วิศวกรรม ซอฟต์แวร์ จำกัด (WS) บริษัท ไทย ดิจิทัล แมพ จำกัด (TDM) และบริษัท ดี คอร์ ซิสเต็ม อินทริเกรเตอร์ จำกัด (DCORE) โดยบริษัทถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 90.00 ร้อยละ 95.00 และร้อยละ 90.00 ตามลำดับ

"ภายหลังจากการระดมทุนในครั้งนี้ จะทำให้บริษัทมีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น พร้อมทั้งเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในธุรกิจ มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับของคู่ค้า ลูกค้า ทั้งในประเทศและต่างประเทศ  รวมทั้งมีฐานทุนที่มั่นคงยิ่งกว่าเดิม และด้วยแนวโน้มของธุรกิจที่ยังสามารถเติบโตได้อีกมากในอนาคต จากความต้องการใช้บริการ GPS พร้อมด้วย การพัฒนากลุ่มงาน IoT เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการ ทั้งภาครัฐและเอกชนมากขึ้น  จึงมั่นใจว่า DTCENT จะเป็นหนึ่งในบริษัทจดทะเบียนของตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่สามารถสร้างผลตอบแทนในระดับที่น่าประทับใจให้กับผู้ถือหุ้นได้และเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง" นายทศพล กล่าว

ขณะที่นายเอกจักร บัวหภักดี กรรมการผู้จัดการ บริษัท แคปปิตอล วัน พาร์ทเนอร์ จำกัด ที่ปรึกษาทางการเงิน กล่าวว่า DTCENT ถือเป็นหุ้นเทคโนโลยีที่น่าสนใจ เพราะมีจุดเด่นคือ การเป็นผู้นำระบบติดตามยานพาหนะ GPS Tracking อันดับ 1 ในประเทศไทย ประกอบกับผลประกอบการที่่ผ่านมามีการเติบโตต่อเนื่อง รวมถึงผู้บริหารและทีมงานมีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์มากกว่า 25 ปี มีพันธมิตรทางธุรกิจ ทั้ง บริษัท ยาซากิ เอ็นเนอร์จี ซิสเท็ม คอร์ปอเรชั่น (YES) ถือหุ้นใน DTCENT จำนวน 18% ก่อนการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนครั้งแรก (IPO) โดย YES จะร่วมพัฒนาให้ DTCENT เป็น Tier 1 Supplier ในการดำเนินธุรกิจ OEM สำหรับอุปกรณ์ GPS Tracking และ Telematics ให้กับบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำทั้งในประเทศและต่างประเทศ

สำหรับในส่วนของบริษัท บุญรอด ซัพพลายเชน จำกัด (BRS) ถือหุ้นจำนวน 15% ก่อนการเสนอขายหุ้น IPO  ซึ่งถือเป็นพันธมิตรหลักที่จะเข้ามาส่งเสริมเพิ่มศักยภาพ ให้แก่บริษัทในด้านการวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics) และพัฒนาผลิตภัณฑ์ Supply Chain Solutions ใหม่ๆ เพื่อช่วยลดต้นทุนและเสริมประสิทธิภาพในการทำงานให้แก่กลุ่มผู้ประกอบการโลจิสติกส์

นอกจากนี้ การเติบโตของธุรกิจ IoT จากนโยบายของภาครัฐและความพร้อมของสาธารณูปโภคพื้นฐาน ซึ่งเป็นอีกธุรกิจหนึ่งที่แตกไลน์ออกมาจากธุรกิจ GPS ที่มีความมั่นคงแล้ว การเติบโตของธุรกิจ IoT จะช่วยให้ DTCENT เติบโตต่อไปได้อย่างก้าวกระโดด หลังจากการระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ทำให้มีศักยภาพมากขึ้นอย่างชัดเจน

ด้านนายกิตติพันธ์ ภูษณวรรณ กรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญของ DTCENT เปิดเผยว่า บริษัทได้กำหนดราคาเสนอขายหุ้นสามัญให้กับประชาชนทั่วไป (IPO)  จำนวน 305 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 2.86 บาท  คิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (P/E ratio) เท่ากับ 46.78 เท่า ซึ่งถือเป็นราคาที่เหมาะสมกับปัจจัยพื้นฐานของบริษัท โดยเปิดให้จองซื้อหุ้นระหว่างวันที่  1-2 และ 6 ธันวาคม 2565  และคาดว่า จะสามารถเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในวันที่ 15 ธันวาคม 2565 ใช้ชื่อย่อในการซื้อขายคือ DTCENT ในกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

"การกำหนดราคา IPO ที่ระดับ 2.86 บาทต่อหุ้น ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่เหมาะสม สอดคล้องกับปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งของ DTCENT และด้วยผลประกอบการที่มีความสามารถในการทำกำไรได้ดีอย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มธุรกิจที่จะเติบโตต่อเนื่องในอนาคต จึงมั่นใจว่า DTCENT จะเป็นอีกหนึ่งหลักทรัพย์ที่ได้รับการตอบรับที่ดีอย่างมากจากนักลงทุน"

สำหรับผู้ร่วมจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายในครั้งนี้ ประกอบด้วย บริษัทหลักทรัพย์ เอเอสแอล จำกัด บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) และบริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน)



บริษัท สมาร์ท โกลด์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด SMART GOLD MEDIA GROUP CO.,LTD. ติดต่อสอบถาม โทร : 0893284192 , ID Line : @siamturakij และ ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ