Toggle navigation
วันศุกร์ ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569
หน้าแรก
ข่าวสาร
วิเคราะห์-บทความ-ต่างประเทศ
ประกัน
ยานยนต์
การเงิน-ธนาคาร
หุ้น-กองทุนรวม
อสังหาริมทรัพย์
พลังงาน-คมนาคม-โลจิสติกส์
อุตสาหกรรม-เออีซี-เอสเอมอี
ไอที
การศึกษา-กทม
การตลาด-ซีเอสอาร์
เกษตรยุคใหม่-ภูมิภาค
บันเทิง
ขายตรง
ประชาสัมพันธ์
PR NEWS -ข่าวประชาสัมพันธ์
ไลฟ์สไตล์
ท่องเที่ยว
แฟชั่นโซไซตี้-ดูดวง
ช๊อป-ชิม-ชิล
สุขภาพ-ความงาม
วิดีโอ-คลิปข่าว
E-Book
นสพ. สยามธุรกิจ
ติดต่อเรา
สามารถส่งข้อมูล ข่าวสาร ทางอีเมลล์ : siamturakijonlinenews@gmail.com และ สำหรับฝ่ายโฆษณา ทางอีเมลล์ : siamturakijadvertising@gmail.com
หน้าแรก
อุตสาหกรรม-เออีซี-เอสเอมอี
{apos}ราชบุรีโฮลดิ้ง{apos}ตั้งแท่นเปิด 2 โรงไฟฟ้า 9 เดือนฟันกำไร 5.8 พันล้าน
{apos}ราชบุรีโฮลดิ้ง{apos}ตั้งแท่นเปิด 2 โรงไฟฟ้า 9 เดือนฟันกำไร 5.8 พันล้าน
วันเสาร์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556
Tweet
นนทบุรี : "ราชบุรีโฮลดิ้ง" ตั้งแท่นเปิดโรงไฟฟ้าราชบุรีเวอล์ดโคเจนเนอเรชั่น และสงขลาชีวมวลปี 57 ขณะที่ผลการดำเนินงาน 9 เดือนปีนี้ฟันกำไร 5,830.77 ล้านบาท เผยกวาดรายได้พลังงานแสงอาทิตย์ 11 โปรเจกต์ และพลังงานลมเวสต์ห้วยบง 2-3 บวกรายได้หลักจากค่าความพร้อมจ่ายของโรงไฟฟ้าและส่วนแบ่งกำไรจากกิจการที่ร่วมทุน
นายพงษ์ดิษฐ พจนา กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮล ดิ้ง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าการดำเนิน งานของบริษัทในปีนี้ ได้ให้ความสำคัญกับการบริหารสินทรัพย์ ด้วยการกำกับดูแลประสิทธิภาพด้านการผลิตของโรงไฟฟ้าต่างๆ ให้อยู่ในระดับที่พร้อมจ่ายสูงสุดและจัดการการใช้เชื้อเพลิงของโรง ไฟฟ้าให้น้อยลงด้วย ขณะเดียวกันก็เน้นหนักการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ต้นทุนการขายและบริหาร ของบริษัทลดลงอย่างมีนัยสำคัญ นอก จากนี้ ยังได้เร่งติดตามการพัฒนาและก่อสร้างโครงการร่วมลงทุนที่มีอยู่ในประเทศและต่างประเทศให้ก้าวหน้าตาม แผนงาน ซึ่งโครงการที่คาดว่าจะแล้วเสร็จและสร้างรายได้เพิ่มให้กับบริษัทได้ในปี 2557 มี 2 โครงการ ได้แก่ โครงการ โรงไฟฟ้าราชบุรีเวอล์ดโคเจนเนอเรชั่น และโครงการสงขลา ชีวมวล
สำหรับในรอบ 9 เดือนที่ผ่านมา ผลการดำเนินงานของบริษัทรับรู้รายได้รวม 41,155.84 ล้านบาท ซึ่งรายได้ที่สำคัญมาจากรายได้จากการขายและบริการจำนวน 38,102.32 ล้านบาท รายได้ส่วนแบ่งกำไรกิจการที่ควบคุมร่วมกัน 909.41 ล้านบาท ดอกเบี้ยรับ และเงินปันผลรับ 354.88 ล้านบาท และ 220.90 ล้านบาท ตามลำดับ ขณะที่ต้นทุนและค่าใช้จ่ายรวม 35,286.33 ล้านบาท สำหรับกำไรก่อนต้นทุนทางการเงินและภาษีเงินในรอบ 9 เดือน มีจำนวน 8,274.56 ล้านบาท โดยเป็นต้นทุนการเงิน 1,245.63 ล้านบาท และภาษีเงินได้ 1,159.41 ล้านบาท
นายพงษ์ดิษฐ กล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัทยังคงเป้าหมายที่จะสร้างรายได้ของบริษัทให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดย จะใช้การลงทุนแบบซื้อกิจการเข้ามาเสริมในช่วงระหว่างที่การพัฒนาใหม่ยังคงดำเนินการไม่แล้วเสร็จ เพื่อให้บริษัท มีรายได้และกระแสเงินสดอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งจะช่วยให้การขยายการลงทุนทำได้อย่างต่อเนื่องและมีต้นทุนต่ำ จน ถึงวันที่ 30 กันยายน 2556 บริษัทมีกำไรสะสม 39,123.35 ล้านบาท และกระแสเงินสดจำนวน 7,489.45 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนสภาพคล่องและความพร้อมทางการเงินที่สามารถลงทุนพัฒนาโครงการใหม่ หรือซื้อกิจการได้ผลการดำเนิน งานไตรมาสที่ 3 ปี 2556 (1 กรกฎาคม-30 กันยายน) บริษัทรับรู้รายได้จำนวน 13,474.52 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 2,122.19 ล้านบาท
อนึ่ง บริษัทได้วางแนวทางในการดำเนินธุรกิจนับตั้งแต่การใช้ประโยชน์สินทรัพย์ที่มีอยู่แล้วให้เต็มศักยภาพเพื่อสร้างรายได้ การแสวงหาโครงการพัฒนา ใหม่ในฐานธุรกิจเดิมของบริษัท ได้แก่ ไทย ลาว ออสเตรเลีย การผนึกกับพันธมิตร เพื่อลงทุนขยายกำลังการผลิตในตลาดใหม่ๆ เช่น พม่า อินโดนีเซีย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ ซึ่งบริษัทได้ทำการศึกษาและวิเคราะห์โอกาสและศักยภาพของตลาดเหล่านี้แล้ว และเห็นว่ามีความเป็นไปได้ในการลงทุนยังมีอยู่มาก ไม่ว่าจะเป็น พม่า อินโดนีเซีย เวียดนาม มีโอกาสที่จะลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินและพลังน้ำ ส่วนฟิลิปปินส์ จะเป็นการลงทุนในลักษณะของการเข้าซื้อกิจการที่มีความน่าสนใจ
ขณะเดียวกันบริษัทยังได้ศึกษารายละเอียดเพื่อลงทุนพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศญี่ปุ่น จำนวน 2-3 โครงการ คาดว่าจะสามารถลงทุนได้ในปี 2557 รวมถึงประเทศปากีสถานและบังกลาเทศ ที่มีการใช้ไฟฟ้ามากพอสมควร และไฟฟ้าก็มีราคาแพง ทางบริษัทก็ได้ศึกษารายละเอียดต่างๆ เพื่อเตรียมพร้อม ลงทุน กฎระเบียบ ค่าเงิน ซึ่งก็ดีคือการเข้าไปลงทุนเป็นลำดับต้นๆ จะได้ผลตอบแทนสูง และเมื่อได้รับการคัดเลือกลงทุนแล้วทำให้มีคอนเน็กชั่นก็มีโอกาสจะได้ลงทุนต่อเนื่อง
สำหรับบริษัทได้ตั้งเป้าหมายการลงทุนธุรกิจผลิตไฟฟ้าฐานพลังงานทด แทน และธุรกิจต่อเนื่องปี 2559 ต้องมีกำลังการผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเป็น 7,800 เมกะวัตต์ จากปัจจุบันมีกำลังผลิตรวมอยู่ที่ 6,303 เมกะวัตต์ ทั้งนี้ในช่วง 13 ปีที่ผ่านมาบริษัทได้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง และมั่นคง โดยกำลังการผลิตของบริษัท เติบโตประมาณ 4.28 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 1,470 เมกะวัตต์ในปี 2543 มาอยู่ที่ 6,303 เมกะวัตต์ สินทรัพย์จาก 37,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 149% เป็นจำนวน 92,000 ล้าน บาท กำไรสะสมอยู่ที่ 38,600 ล้านบาท
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
The Associated Press
พาณิชย์ เปิดหลักสูตร ‘TIJ#3’ ปั้น SME ไท...
...
TEA ชู ยุทธศาสตร์ “นวัตกรรม–ความยั่งยืน”...
...
BDE ผนึก พันธมิตรทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และ...
...
สศอ. จัด OIE Forum ครั้งที่ 17 เปิดเวที ...
...
สสว. รุกคืบปั้น SME ยุคใหม่ ส่งโครงการ A...
...
บริษัท สมาร์ท โกลด์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด SMART GOLD MEDIA GROUP CO.,LTD. ติดต่อสอบถาม โทร : 0893284192 , ID Line : @siamturakij และ ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ
×
เว็บไซต์ “สยามธุรกิจ” ใช้คุกกี้เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น อ่านนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Policy) และ นโยบายคุกกี้ (Cookie Policy)
กดยอมรับ