Toggle navigation
วันเสาร์ ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569
หน้าแรก
ข่าวสาร
วิเคราะห์-บทความ-ต่างประเทศ
ประกัน
ยานยนต์
การเงิน-ธนาคาร
หุ้น-กองทุนรวม
อสังหาริมทรัพย์
พลังงาน-คมนาคม-โลจิสติกส์
อุตสาหกรรม-เออีซี-เอสเอมอี
ไอที
การศึกษา-กทม
การตลาด-ซีเอสอาร์
เกษตรยุคใหม่-ภูมิภาค
บันเทิง
ขายตรง
ประชาสัมพันธ์
PR NEWS -ข่าวประชาสัมพันธ์
ไลฟ์สไตล์
ท่องเที่ยว
แฟชั่นโซไซตี้-ดูดวง
ช๊อป-ชิม-ชิล
สุขภาพ-ความงาม
วิดีโอ-คลิปข่าว
E-Book
นสพ. สยามธุรกิจ
ติดต่อเรา
สามารถส่งข้อมูล ข่าวสาร ทางอีเมลล์ : siamturakijonlinenews@gmail.com และ สำหรับฝ่ายโฆษณา ทางอีเมลล์ : siamturakijadvertising@gmail.com
หน้าแรก
อุตสาหกรรม-เออีซี-เอสเอมอี
ก๊าซฯแซง {apos}น้ำมัน-ถ่านหิน{apos} พ่นคาร์บอนไดออกไซด์
ก๊าซฯแซง {apos}น้ำมัน-ถ่านหิน{apos} พ่นคาร์บอนไดออกไซด์
วันพุธที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2556
Tweet
การประชุมว่าด้วยการเปลี่ยน แปลงภูมิอากาศโลกของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ที่กรุงวอซอร์ ประเทศโปแลนด์ เมื่อช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา มีผู้เข้าร่วมจากประเทศต่างๆ กว่า 190 ชาติ เพื่อมุ่งไปสู่การทำข้อตกลงจำกัดอุณหภูมิของโลกไม่ให้เพิ่มสูงขึ้นมากกว่าระดับในยุคก่อนอุตสาหกรรมเกิน 2 องศาเซลเซียส ภายในปี 2558 โดยใช้วิธีควบคุมการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่จะเกิดจากการนำเอาถ่านหิน น้ำมัน และก๊าซ มาเผาเพื่อผลิตพลังงาน
ปัจจุบันแนวโน้มจากการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อาจทำให้โลกร้อนอีก 4 องศาเซลเซียส หรือมากกว่านี้ ซึ่งจะทำให้เกิดมหาวาตภัย น้ำทะเลหนุนสูงขึ้นจนท่วมแผ่นดิน และเกิดภาวะภัยแล้งขยายวงกว้างออกไป
ประเทศไทยมีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มีค่าต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของโลกเล็กน้อย โดยในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2556 มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เฉลี่ย 1.98 พันตัน คาร์บอนไดออกไซด์ต่อการใช้พลังงาน 1 KTOE ซึ่งเท่ากันกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
เมื่อเทียบกับการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่อ kWh ของประเทศไทยกับต่างประเทศค่าเฉลี่ยของปี 2553 พบว่าไทยมีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สูงกว่ากลุ่มสหภาพยุโรปและสหรัฐฯ แต่ต่ำกว่าประเทศจีนและประเทศในภูมิภาคเอเชีย
"หากเปรียบเทียบการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของประเทศไทยกับต่างประเทศจากค่าเฉลี่ยในปี 2553 จะเห็นได้ว่าประเทศไทยมีการปล่อยสูงกว่าประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรปและสหรัฐอเมริกา เนื่องจากกลุ่มสหภาพยุโรปและสหรัฐฯ มีการใช้นิวเคลียร์ในการผลิตไฟฟ้า" นายเสมอใจ ศุขสุเมฆ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กล่าว
สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน แจ้งว่า ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2556 ประเทศไทยมีแนวโน้มการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพิ่มขึ้นจากการใช้พลังงานทั้งในภาคการผลิตไฟฟ้า ภาคขนส่ง ภาคอุตสาหกรรม และภาคเศรษฐกิจอื่นๆ ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกับการใช้พลังงานของประเทศ
ภาคการผลิตไฟฟ้ามีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพิ่มสูงสุด 41% ของการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ทั้งหมด มีการปล่อยก๊าซเพิ่มขึ้น 5.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนภาคการขนส่งมีสัดส่วนการปล่อยก๊าซคาร์บอนได ออกไซด์ 27% เพิ่มขึ้น 3.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ภาคอุตสาหกรรมมีสัดส่วนการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 23% เพิ่มขึ้น 1.2% และภาคอื่นๆ มีสัดส่วนการปล่อยก๊าซ 9% เพิ่มขึ้น 5.8%
สำหรับเชื้อเพลิงสำคัญที่ก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซคาร์บอน ไดออกไซด์ ได้แก่ น้ำมันสำเร็จรูป ก๊าซธรรมชาติ และถ่านหิน/ลิกไนต์ โดยในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2556 พบว่า น้ำมันสำเร็จรูปและก๊าซธรรมชาติมีสัดส่วนการปล่อยก๊าซคาร์บอน ไดออกไซด์ใกล้เคียงกันคือ น้ำมันสำเร็จรูป 39% เพิ่มขึ้น 2.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ก๊าซธรรมชาติ 35% เพิ่มขึ้น 6.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนถ่านหิน/ลิกไนต์ มีสัดส่วนการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 26% ลดลง 2.3%
อย่างไรก็ตาม ถ้าหากมองภาคการผลิตไฟฟ้าพบว่า เชื้อเพลิงสำคัญที่ก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ไม่ว่าจะเป็นก๊าซธรรมชาติ ถ่านหิน และลิกไนต์มีแนวโน้มสูงขึ้น ส่วนน้ำมันสำเร็จรูปไม่ว่าจะเป็นน้ำมันดีเซล น้ำมันเตา ซึ่งปกติใช้เป็นเชื้อเพลิงสำรองในการผลิตไฟฟ้ามีปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพียงเล็กน้อยและค่อนข้างคงที่
ภาคอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ได้แก่ ถ่านหินและลิกไนต์มีแนวโน้มลดลง ส่วนก๊าซธรรมชาติมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ภาคขนส่งมีการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเกิดจากการใช้น้ำมันสำเร็จรูป ได้แก่ น้ำมันเบนซิน ดีเซล น้ำมันเตา น้ำมันเครื่องบิน ปรากฏว่าในช่วง 6 เดือนมีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการใช้น้ำมันสำเร็จรูป 29.7 ล้านตัน ทำให้เกิดคาร์บอนไดออกไซด์ คิดเป็น 90% ของปริมาณการปล่อย ก๊าซในภาคขนส่งทั้งหมด ที่เหลือมาจากการใช้ก๊าซธรรมชาติ NGV ซึ่งมีปริมาณเพิ่มขึ้น 10.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ภาคเศรษฐกิจอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นภาคธุรกิจและครัวเรือนเกิดจากการใช้น้ำมันสำเร็จรูปมีการปล่อยก๊าซคาร์บอนได ออกไซด์ในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้รวม 10.3 ล้านตัน ลดลง 5.8% เนื่องจากปี 2555 ภาคธุรกิจและครัวเรือนกำลังฟื้นตัวจากวิกฤติอุทกภัยส่งผลให้มีการใช้น้ำมันสำเร็จรูปเพิ่มขึ้น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
The Associated Press
พาณิชย์ เปิดหลักสูตร ‘TIJ#3’ ปั้น SME ไท...
...
TEA ชู ยุทธศาสตร์ “นวัตกรรม–ความยั่งยืน”...
...
BDE ผนึก พันธมิตรทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และ...
...
สศอ. จัด OIE Forum ครั้งที่ 17 เปิดเวที ...
...
สสว. รุกคืบปั้น SME ยุคใหม่ ส่งโครงการ A...
...
บริษัท สมาร์ท โกลด์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด SMART GOLD MEDIA GROUP CO.,LTD. ติดต่อสอบถาม โทร : 0893284192 , ID Line : @siamturakij และ ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ
×
เว็บไซต์ “สยามธุรกิจ” ใช้คุกกี้เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น อ่านนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Policy) และ นโยบายคุกกี้ (Cookie Policy)
กดยอมรับ