Toggle navigation
วันศุกร์ ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569
หน้าแรก
ข่าวสาร
วิเคราะห์-บทความ-ต่างประเทศ
ประกัน
ยานยนต์
การเงิน-ธนาคาร
หุ้น-กองทุนรวม
อสังหาริมทรัพย์
พลังงาน-คมนาคม-โลจิสติกส์
อุตสาหกรรม-เออีซี-เอสเอมอี
ไอที
การศึกษา-กทม
การตลาด-ซีเอสอาร์
เกษตรยุคใหม่-ภูมิภาค
บันเทิง
ขายตรง
ประชาสัมพันธ์
PR NEWS -ข่าวประชาสัมพันธ์
ไลฟ์สไตล์
ท่องเที่ยว
แฟชั่นโซไซตี้-ดูดวง
ช๊อป-ชิม-ชิล
สุขภาพ-ความงาม
วิดีโอ-คลิปข่าว
E-Book
นสพ. สยามธุรกิจ
ติดต่อเรา
สามารถส่งข้อมูล ข่าวสาร ทางอีเมลล์ : siamturakijonlinenews@gmail.com และ สำหรับฝ่ายโฆษณา ทางอีเมลล์ : siamturakijadvertising@gmail.com
หน้าแรก
อุตสาหกรรม-เออีซี-เอสเอมอี
‘อุดมเดช’ เคาะ 6 โปรเจกต์เร่งด่วนนำร่องโรงไฟฟ้าชีวภาพขยะพื้นที่ ทบ.-ทอ.
‘อุดมเดช’ เคาะ 6 โปรเจกต์เร่งด่วนนำร่องโรงไฟฟ้าชีวภาพขยะพื้นที่ ทบ.-ทอ.
วันอังคารที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2557
Tweet
“อุดมเดช” ถกกองทุนส่งเสริม การอนุรักษ์พลังงาน เคาะ 6 โปรเจกต์เร่งด่วน สั่งกองทัพบก-กองทัพอากาศนำร่อง “โรงไฟฟ้าก๊าซชีวภาพจากขยะ” เผยมอบ 2 บอร์ด พิจารณาโครงการโซลาร์รูฟท็อปชุมชนที่เห็นว่า มีประโยชน์และเร่งด่วน โดยใช้งบประมาณปี 57
พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร เลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในฐานะประธานคณะกรรมการกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน เปิดเผยภายหลัง การประชุมคณะกรรมการกองทุนฯ ว่า ที่ประชุมได้เห็นชอบให้ใช้งบประมาณจากการขอจบการดำเนินโครงการในปี 2557 มาให้กับกรมพัฒนาพลังงานและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) ดำเนินโครงการพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงานที่เร่งด่วน ก่อให้เกิดประโยชน์และเป็น รูปธรรมจำนวน 6 โครงการ จำนวน 2,687 ล้านบาท อาทิ โครงการต้นแบบการบริหารจัดการโรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซชีวภาพจากหลุมฝังกลับขยะขนาดเล็ก ในพื้นที่หน่วยงานของกองทัพบกและกองทัพอากาศ โดยจัดทำโครงการนำร่อง และการบริหารจัดการขยะในชุมชน
ทั้งนี้ จากการสำรวจพบว่า มีหน่วยงานภายในกองทัพบกและกองทัพอากาศที่เหมาะสมและมีความพร้อมทางด้านพื้นที่ กำลังพลในการบริหารจัดการและศักยภาพด้านปริมาณของขยะจำนวน 8 หน่วยงาน รวมกำลังการผลิตไฟฟ้า จากพลังงานทดแทนใช้ในชุมชนได้ไม่น้อยกว่า 4 เมกะวัตต์ โครงการ อนุรักษ์พลังงานและใช้พลังงานทดแทนพื้นที่เสี่ยงภัยในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ประกอบด้วย 3 โครงการย่อย คือ 1.โครงการ ส่งเสริมการผลิตและการใช้พลังงานแสงอาทิตย์แบบรถเคลื่อนที่ในฐานปฏิบัติการที่ไฟฟ้าเข้าไม่ถึง 2.โครงการพัฒนาระบบแสงสว่างด้วยชุดโคมส่องสว่างแบบแอลอีดี (LED) ประหยัดพลังงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพความสว่างในเส้นทางเพื่อความปลอดภัย 3.โครงการติดตั้งเสาไฟพร้อมโคมส่องสว่างแบบโซลาร์เซลล์
“แผงโซลาร์รูฟท็อป เพื่อให้แสงสว่างในพื้นที่ไม่ปลอดภัยใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อติดตามเสาไฟฟ้าในพื้นที่ที่มีความจำเป็น หรือพื้นที่ที่ไฟฟ้าเข้าไม่ถึง การจัดทำโรงงานผลิตไฟฟ้าจากขยะ ถือเป็นนโยบายที่ทางหัวหน้า คสช. ได้ให้ไว้ น่าจะเป็นเรื่องพลังงานทดแทนที่มีประโยชน์ และยังช่วยสภาพแวดล้อม เพราะเรามีขยะจำนวนมาก”
นอกจากนี้ ยังมีโครงการอนุรักษ์พลังานและส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนในพื้นที่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และโครงการตามแนวพระราชดำริ เพื่อนำพลังงานทดแทนไปสาธิตใช้งานในพื้นที่โครงการรวม 10 โครงการย่อย อาทิ โครงการก่อสร้างระบบผลิตไฟฟ้าด้วยเซลล์แสงอาทิตย์ ขนาด 30 กิโลวัตต์ โครงการติดตั้ง ระบบผลิตไฟฟ้าด้วยเซลล์แสงอาทิตย์ สนับสนุนโครงการสถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงตามแนว พระราชดำริ จ.เชียงราย และการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าด้วยเซลล์แสงอาทิตย์ สนับสนุนโครงการจัดตั้งหมู่บ้านชาวไทยภูเขาตามพระราชเสาวนีย์ จ.แม่ฮ่องสอน เป็นต้น
โครงการส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานแสงอาทิตย์และใช้ในหน่วยงานด้านความมั่นคง ได้แก่ กองทัพบก กองทัพอากาศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเสริมความมั่นคงด้านพลังงานไฟฟ้าให้กับภารกิจของหน่วยงานความมั่นคงพร้อมกับพัฒนาขีดความสามารถของบุคลากรได้มีประสบการณ์จริง สามารถถ่ายทอดความรู้สู่ภาคประชาชน โดยได้ของบประมาณจากกองทุนอนุรักษ์พลังงาน เพื่ดจัดซื้ออุปกรณ์พร้อมติดตั้งระบบผลิตและการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ที่จะนำไปใช้เสริมความมั่นคงในพื้นที่ 4 หน่วยงานหลัก จำนวน 33 ระบบ ขนาดกำลังการผลิตรวมไม่น้อยกว่า 10 เมกะวัตต์ ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดค่าใช้จ่ายไฟฟ้าที่ใช้ในหน่วยงานได้ประมาณ 30-70% ของค่าใช้จ่ายปัจจุบัน เป็นต้น
“การประชุมในครั้งนี้เน้นถึง การส่งเสริมการผลิตและการใช้พลังงานทดแทนตามนโยบายของ คสช. เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานของประเทศให้ยั่งยืนเป็นระบบโดยไม่เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชน เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ ในภาคอุตสาหกรรมและภาคครัวเรือน โดยการผลิตไฟฟ้าจากขยะรวมถึง พลังงานทดแทนประเภทอื่นๆ ทั้งนี้ยังได้มีการพิจารณาสนับสนุนส่วนราชการ สำหรับการปฏิบัติงานใน พื้นที่ที่การไฟฟ้ายังเข้าไม่ถึงให้สามารถเข้าถึงได้ โดยเฉพาะพื้นที่ในจังหวัดชายแดนใต้ ซึ่งต้องมีการ พิจารณาในมิติของความมั่นคงต่อไป”
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้เห็นชอบใช้งบดังกล่าวให้กับ พพ. วงเงิน 20 ล้านบาท เป็นค่าใช้จ่าย ในการติดตามงานและเผยแพร่ประชาสัมพันธ์โครงการฯ อีกด้วย
“การสนับสนุนโครงการ ดังกล่าวเป็นการดำเนินโครงการที่สอดคล้องตามแผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก 25% ใน 10 ปีระหว่าง พ.ศ.2555-2563 และยังเป็นการเสริมความมั่นคงด้านพลังงานไฟฟ้าให้กับภารกิจของ หน่วยงานความมั่นคง การพัฒนา บุคลากรให้มีความรู้และมีประสบการณ์ ตรงในการใช้ประโยชน์เทคโนโลยีพลังงานทดแทน รวมถึงเป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าหน้าที่ของรัฐ และภาคประชาชนในพื้นที่ในการนำความรู้ด้านพลังงานเข้าถึงประชาชนได้มากขึ้น”
พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า สำหรับกรณีที่คณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณในภาครัฐ (คตล.) ได้ให้ทบทวน 23 โครงการ ซึ่งเป็นแผนงานโครงการในปี 56-57 ซึ่งทางคณะ อนุกรรมการกองทุนส่งเสริมพลังงาน ทดแทนได้พิจารณาว่า จาก 23 โครงการ จะดำเนินการต่อเพียง 2 โครงการคือ โครงการให้ทุนไปพัฒนาพลังงานทดแทน และในเรื่อง ของการอนุรักษ์พลังงาน ซึ่งเป็นจำนวนเงินไม่สูงมากเพียง 400 ล้านบาท
โครงการโซลาร์รูฟท็อปชุมชนที่ประชุมได้พิจารณาสมควรมอบหมายให้ทางคณะอนุกรรมการที่ได้จัดตั้งขึ้น 2 คณะ ได้ไปพิจารณาโครงการที่เห็นว่า มีประโยชน์และเร่งด่วนที่สมควรดำเนินการต่อ โดยใช้งบประมาณปี 57 ที่เหลือ ได้อีกจำนวนหนึ่ง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
The Associated Press
TEA ชู ยุทธศาสตร์ “นวัตกรรม–ความยั่งยืน”...
...
BDE ผนึก พันธมิตรทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และ...
...
สศอ. จัด OIE Forum ครั้งที่ 17 เปิดเวที ...
...
สสว. รุกคืบปั้น SME ยุคใหม่ ส่งโครงการ A...
...
พาณิชย์ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ผ...
...
บริษัท สมาร์ท โกลด์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด SMART GOLD MEDIA GROUP CO.,LTD. ติดต่อสอบถาม โทร : 0893284192 , ID Line : @siamturakij และ ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ
×
เว็บไซต์ “สยามธุรกิจ” ใช้คุกกี้เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น อ่านนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Policy) และ นโยบายคุกกี้ (Cookie Policy)
กดยอมรับ