Toggle navigation
วันศุกร์ ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569
หน้าแรก
ข่าวสาร
วิเคราะห์-บทความ-ต่างประเทศ
ประกัน
ยานยนต์
การเงิน-ธนาคาร
หุ้น-กองทุนรวม
อสังหาริมทรัพย์
พลังงาน-คมนาคม-โลจิสติกส์
อุตสาหกรรม-เออีซี-เอสเอมอี
ไอที
การศึกษา-กทม
การตลาด-ซีเอสอาร์
เกษตรยุคใหม่-ภูมิภาค
บันเทิง
ขายตรง
ประชาสัมพันธ์
PR NEWS -ข่าวประชาสัมพันธ์
ไลฟ์สไตล์
ท่องเที่ยว
แฟชั่นโซไซตี้-ดูดวง
ช๊อป-ชิม-ชิล
สุขภาพ-ความงาม
วิดีโอ-คลิปข่าว
E-Book
นสพ. สยามธุรกิจ
ติดต่อเรา
สามารถส่งข้อมูล ข่าวสาร ทางอีเมลล์ : siamturakijonlinenews@gmail.com และ สำหรับฝ่ายโฆษณา ทางอีเมลล์ : siamturakijadvertising@gmail.com
หน้าแรก
อุตสาหกรรม-เออีซี-เอสเอมอี
โรงไฟฟ้ากลุ่มบริษัท ‘กัลฟ์’ สานต่อโครงการส่งเสริมเกษตรกรรมยั่งยืน
โรงไฟฟ้ากลุ่มบริษัท ‘กัลฟ์’ สานต่อโครงการส่งเสริมเกษตรกรรมยั่งยืน
วันอังคารที่ 02 กันยายน พ.ศ. 2557
Tweet
โรงไฟฟ้าหนองแซง กลุ่มบริษัทกัลฟ์ และมูลนิธิพลังงานไทย สานต่อความสำเร็จสร้างชาวนาต้นแบบ เดินหน้า ส่งเสริมโครงการเกษตรกรรมยั่งยืนปีที่ 3 ส่งเสริมการทำนาอินทรีย์วิถีพอเพียง ลดต้นทุนการผลิต เพิ่มรายได้ให้เกษตรกร ทำนา ฟื้นฟูผืนดิน ระบบนิเวศสิ่งแวดล้อม และสุขภาพ
“ชาวนารอบโรงไฟฟ้าตื่นตัว เปลี่ยนผืนนาข้าวเคมี เป็นนาข้าวอินทรีย์ จากนาเคมี 16 ไร่ในปีแรก...ปีที่ 3 ชาวนาเข้าร่วมทำนาอินทรีย์ถึง 66 ไร่”
โครงการส่งเสริมเกษตรกรรมยั่งยืน โดยการสนับสนุนของกลุ่มบริษัทกัลฟ์และมูลนิธิพลังงานไทย ร่วมส่งเสริมเกษตรกรชาวนาให้หันมาทำนาอินทรีย์ ในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และ จังหวัดสระบุรี ปีนี้เป็นปีที่ 3 หลังเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในจังหวัดพระนคร ศรีอยุธยา ในปี 2554 ซึ่งโรงไฟฟ้าในกลุ่มบริษัทกัลฟ์ โรงไฟฟ้าอุทัย ได้จัดทำโครงการเกษตรกรรมยั่งยืนขึ้นเป็นปีแรก เพื่อเข้าไปส่งเสริมให้ชาวนาในพื้นที่อำเภออุทัย จัดทำแปลงนาสาธิตโดยวิธีโยน กล้า วิถีการผลิตแบบอินทรีย์ ชีวภาพ ไม่พึ่งพาสารเคมี เป็นแหล่งเรียนรู้สร้างชาวนาต้นแบบ ในปีแรกมีแปลงนาสาธิตเกิดขึ้นที่ อบต. สามบัณฑิตจำนวน 4 ไร่ พื้นที่ทำนา อบต.บ้านช้างจำนวน 5 ไร่ พื้นที่ โพสาวหาญ 7 ไร่ รวมพื้นที่การทำนาที่ เข้าร่วมโครงการ 16 ไร่
ที่ผ่านมาชาวนาที่เข้าร่วมในโครงการเกษตรกรรมยั่งยืน เกิดกระบวนการเรียนรู้การทำนาอินทรีย์ ซึ่งสามารถลดต้นทุนการทำนา ลดการพึ่งพาสารเคมี และฟื้นฟูสภาพดินและสิ่งแวดล้อมผลจากการปฏิบัติจริง สร้างให้เกิดความรู้และมีความเชื่อมั่นมากขึ้นเป็นลำดับ และขยายผลสร้างความสนใจในการปรับเปลี่ยนวิถีการทำนาแบบใหม่ (แบบอินทรีย์) ซึ่งก่อนหน้านั้นชาวบ้านเขา มีความเชื่อว่า หากทำนาต้องพึ่งปุ๋ยเคมีต้องพึ่งยาฆ่าแมลง ไม่อย่างนั้นจะไม่ได้ผลผลิตที่ดีจากความเชื่อดังกล่าว ทำให้สุขภาพของชาวนาเสื่อมโทรม สภาพผืนดินในนาก็ขาดความสมบรูณ์มากขึ้นทุกปี ต้นทุนการผลิตต่อไร่ในการทำนาเคมีสูงขึ้นเรื่อยๆ ถึง 6,500-7,000 บาท/ไร่
โครงการเกษตรกรรมยั่งยืน ได้เสริมสร้างการเรียนรู้ การทำนาทางเลือกใหม่ หลายด้าน เช่น การปรับปรุงดิน การทำนาโดยไม่เผาตอซังข้าว ใช้กระบวนการหมักฟางด้วยจุลินทรีย์จาวปลวก ฝึกอบรมให้ชาวนาทำน้ำหมักทำปุ๋ยอินทรีย์ใช้เอง โดยใช้เศษอาหารวัสดุเหลือทิ้งในท้องถิ่นเพื่อสร้างความสมบรูณ์ให้กับผืนดินในนาข้าวโดยใช้น้ำหมักจุลินทรีย์ ชีวภาพ และฝึกอบรมให้ชาวนาหมักน้ำสมุนไพรเพื่อใช้ในการไล่แมลงไล่เพลี้ย ทำให้ต้นทุนการทำนาลดลงครึ่งหนึ่งเหลือเพียง 3,000-3,500 บาทต่อไร่
นอกจากนี้ ยังมีการส่งเสริมการทำเกษตรแบบผสมผสาน และการพึ่งตนเอง เช่น การปลูกผัก เลี้ยงปลาในนาข้าว การเลี้ยงหมูหลุม ทำปุ๋ยใช้เอง เป็นต้น เพื่อการลดรายจ่ายเพิ่มรายได้ ตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ที่ประสบผลสำเร็จในหลายพื้นที่ของประเทศไทย
กลุ่มบริษัทกัลฟ์ และมูลนิธิพลังงานไทย มุ่งมั่นสานต่อโครงการในปีที่ 3 นี้ มีการขยายผลการทำแปลงนาสาธิต การทำนาโยนกล้า ทำนาอินทรีย์เพิ่มขึ้นจำนวนมาก ชาวนาที่เข้าร่วมในโครงการเกษตรกรรมยั่งยืน เกิดความเชื่อมั่น เกิดความเข้าใจในกระบวนการทำนาอินทรีย์มากขึ้น ชาวนาบางคนก็ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทำนาเคมี ที่เคยใช้ยาฆ่าแมลง หันมาใช้กรรมวิธีแบบอินทรีย์ ชีวภาพ ลดการใช้สารเคมี มาถึงปัจจุบัน มีการตื่นตัวในหมู่ชาวนารอบโรงไฟฟ้ามากขึ้น และได้ขยายผลในหลายพื้นที่ ทั้ง อำเภอหนองแซง จ.สระบุรี อำเภอภาชี อำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
นายธนญ ตันติสุนทร ผู้อำนวยการบริหารสายงานองค์กรสัมพันธ์ โรงไฟฟ้ากลุ่มบริษัทกัลฟ์ กล่าวว่า โรงไฟฟ้าหนองแซง และโรงไฟฟ้าอุทัย กลุ่มบริษัทกัลฟ์ เรามาอยู่ในพื้นที่ที่มีพี่น้องในชุมชนรอบโรงไฟฟ้าประกอบอาชีพทำนาเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งเราเล็งเห็นความสำคัญอย่างมากว่าเราเป็นสมาชิกหนึ่งในชุมชน และมีเจตนารมณ์และความมุ่งมั่น ในการพัฒนาชุมชนและสิ่งแวดล้อม จึงได้ร่วมกับมูลนิธิพลังงานไทย น้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพ่อหลวง มาส่งเสริมพี่น้องเกษตรกรทำนา โดยการนำนักวิชาการ ปราชญ์ชาวบ้าน ที่มีความรู้ประสบการณ์โดยตรงในระดับชาติ ด้านการทำนาที่ประสบความสำเร็จ มาสร้างองค์ความรู้เชิงปฏิบัติ ทำแปลงนาสาธิต และหล่อหลอมสร้างชาวนาต้นแบบ เพื่อเป็นทางเลือกให้เกษตรกรได้นำไปใช้ในการทำนา และพึ่งพาตนเองตามวิถีพอเพียง ทั้งผลทางเศรษฐกิจ รายได้ สุขภาพและระบบนิเวศสิ่งแวดล้อม ที่ดีขึ้นของพี่น้องชาวบ้านในพื้นที่ และสามารถพัฒนาต่อไปอย่างยั่งยืนได้ดังกล่าว เป็นที่มาของโครงการส่งเสริมเกษตรกรรมยั่งยืน ซึ่งเรามุ่งมั่นต้องการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีของชุมชน เป็นเจตนารมณ์ที่กลุ่มบริษัทกัลฟ์ยึดมั่นปฏิบัติมาโดยตลอด
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
The Associated Press
TEA ชู ยุทธศาสตร์ “นวัตกรรม–ความยั่งยืน”...
...
BDE ผนึก พันธมิตรทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และ...
...
สศอ. จัด OIE Forum ครั้งที่ 17 เปิดเวที ...
...
สสว. รุกคืบปั้น SME ยุคใหม่ ส่งโครงการ A...
...
พาณิชย์ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ผ...
...
บริษัท สมาร์ท โกลด์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด SMART GOLD MEDIA GROUP CO.,LTD. ติดต่อสอบถาม โทร : 0893284192 , ID Line : @siamturakij และ ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ
×
เว็บไซต์ “สยามธุรกิจ” ใช้คุกกี้เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น อ่านนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Policy) และ นโยบายคุกกี้ (Cookie Policy)
กดยอมรับ