Toggle navigation
วันศุกร์ ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569
หน้าแรก
ข่าวสาร
วิเคราะห์-บทความ-ต่างประเทศ
ประกัน
ยานยนต์
การเงิน-ธนาคาร
หุ้น-กองทุนรวม
อสังหาริมทรัพย์
พลังงาน-คมนาคม-โลจิสติกส์
อุตสาหกรรม-เออีซี-เอสเอมอี
ไอที
การศึกษา-กทม
การตลาด-ซีเอสอาร์
เกษตรยุคใหม่-ภูมิภาค
บันเทิง
ขายตรง
ประชาสัมพันธ์
PR NEWS -ข่าวประชาสัมพันธ์
ไลฟ์สไตล์
ท่องเที่ยว
แฟชั่นโซไซตี้-ดูดวง
ช๊อป-ชิม-ชิล
สุขภาพ-ความงาม
วิดีโอ-คลิปข่าว
E-Book
นสพ. สยามธุรกิจ
ติดต่อเรา
สามารถส่งข้อมูล ข่าวสาร ทางอีเมลล์ : siamturakijonlinenews@gmail.com และ สำหรับฝ่ายโฆษณา ทางอีเมลล์ : siamturakijadvertising@gmail.com
หน้าแรก
อุตสาหกรรม-เออีซี-เอสเอมอี
แนะอาเซียนรวมพลังรับมือ ‘นิวเคลียร์’
แนะอาเซียนรวมพลังรับมือ ‘นิวเคลียร์’
วันจันทร์ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2557
Tweet
ในการประชุมนานาชาติด้านวิทยาศาสตร์และนิวเคลียร์ ประจำปี 2557 ซึ่ง สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ร่วมกับ สมาคมนิวเคลียร์แห่งประเทศไทย จัดขึ้นเพื่อระดมความเห็นของ นักวิชาการ และผู้เชี่ยวชาญด้านนิวเคลียร์จากทั่วโลก ชี้ให้เห็นถึงการนำเทคโนโลยีนิวเคลียร์ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันอย่างจริงจัง ซึ่งที่ประชุมได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะการทำความเข้าใจถึงประโยชน์ของการนำเทคโนโลยีนิวเคลียร์ไปใช้ในชีวิตประจำวัน เนื่องจากคนมักจะรู้จักนิวเคลียร์ในด้านลบ ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว เทคโนโลยีนิวเคลียวร์ครอบคลุมการใช้ประโยชน์ในสาขา เกษตร สิ่งแวดล้อม อุตสาหกรรม การแพทย์ ความปลอดภัยทางด้านนิวเคลียร์และรังสี การพัฒนาเครื่องมือและอุปกรณ์ต่างๆ
ดร.รัฐชาติ มงคลนาวิน หัวหน้าภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า การสื่อสาร การให้ความรู้ในด้านการใช้ประโยชน์ของเทคโนโลยีนิวเคลียร์ในทางสันติแก่บุคคลทั่วไปเป็นเรื่องสำคัญ เนื่องจากหลายคนยังมองในภาพลบมากกว่าจากการรับรู้ข้อมูลผ่านการนำเสนอข่าวต่างๆ ทั้งนี้ จากประสบการณ์ที่ได้สอนฟิสิกส์แก่นิสิตที่ไม่ได้อยู่ในสาขาวิทยาศาสตร์ เมื่อได้สอดแทรกให้ทราบถึงประโยชน์ของเทคโนโลยีนิวเคลียร์ นิสิตก็เข้าใจมากขึ้น
ทั้งนี้ ส่วนตัวมองว่า การพัฒนาบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์พื้นฐานก็เป็นสิ่งสำคัญ โดยได้ยกตัวอย่างงานวิจัยด้านฟิสิกส์พื้นที่เคยทำให้กับ องค์การวิจัยนิวเคลียร์ยุโรปเมื่อสามสิบกว่าปีก่อน ซึ่งเป็นการทำร่วมกันของนักวิทยาศาสตร์จากประเทศต่างๆ ทั่วโลก แต่เพิ่งจะมีการนำไปต่อยอดเพื่อใช้ประโยชน์และเป็นที่รู้จักของคนทั่วไปเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา ดังนั้นประเทศไทยต้องหาทางเพิ่มจำนวนบุคลากรรุ่นใหม่ที่สนใจงานวิจัยพื้นฐานเสียแต่เนิ่นๆ
“ไม่มีคำว่าสายเกินไปสำหรับการเริ่มต้นวิจัยนิวเคลียร์พื้นฐาน เพราะต้องใช้เวลานานหลายสิบปีกว่าจะนำไปพัฒนาต่อยอดจนสามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างเป็นรูปธรรม ตัวอย่างเช่น เครื่องถ่ายเอกซเรย์แบบ CT scan หรือเครื่อง MRI ที่ปัจจุบันมีการใช้งานอย่างแพร่หลาย ก็เป็นผลพวงมาจากงานวิจัยนิวเคลียร์ฟิสิกส์พื้นฐานเช่นเดียวกัน” ดร.รัฐชาติ กล่าว
นอกจากนี้ ดร.รัฐชาติ ยังได้แนะให้ประเทศในกลุ่มอาเซียนที่จะรวมตัวกันเป็น AEC ในปี 2558 ต้องทำวิจัยด้านนิวเคลียร์ร่วมกันจึงจะเกิดผลดีในการสามารถนำไปใช้ประโยชน์อย่างจริงจัง ดังที่เคยประสบความสำเร็จในโครงการความร่วมมือระหว่างประเทศในการพัฒนาเครื่องมือต้นกำเนิดนิวตรอนแบบพัลส์ ทั้งนี้ ในการทำงานร่วมกันระหว่างประเทศจำเป็นต้องดำเนินการวิจัยภายใต้มาตรฐานเดียวกัน ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง และสำหรับแนวทางความร่วมมือของกลุ่มประเทศในอาเซียนนั้น ควรเน้นงานด้านเกษตรกรรม สิ่งแวดล้อม อุตสาหกรรม การแพทย์ ความปลอดภัยทางนิวเคลียร์และรังสี รวมทั้งการพัฒนาเครื่องมือและอุปกรณ์ต่างๆ ซึ่งในการประชุมครั้งนี้ได้ครอบคลุมทุกสาขาดังที่กล่าวมาแล้ว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
The Associated Press
TEA ชู ยุทธศาสตร์ “นวัตกรรม–ความยั่งยืน”...
...
BDE ผนึก พันธมิตรทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และ...
...
สศอ. จัด OIE Forum ครั้งที่ 17 เปิดเวที ...
...
สสว. รุกคืบปั้น SME ยุคใหม่ ส่งโครงการ A...
...
พาณิชย์ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ผ...
...
บริษัท สมาร์ท โกลด์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด SMART GOLD MEDIA GROUP CO.,LTD. ติดต่อสอบถาม โทร : 0893284192 , ID Line : @siamturakij และ ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ
×
เว็บไซต์ “สยามธุรกิจ” ใช้คุกกี้เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น อ่านนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Policy) และ นโยบายคุกกี้ (Cookie Policy)
กดยอมรับ