Toggle navigation
วันศุกร์ ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569
หน้าแรก
ข่าวสาร
วิเคราะห์-บทความ-ต่างประเทศ
ประกัน
ยานยนต์
การเงิน-ธนาคาร
หุ้น-กองทุนรวม
อสังหาริมทรัพย์
พลังงาน-คมนาคม-โลจิสติกส์
อุตสาหกรรม-เออีซี-เอสเอมอี
ไอที
การศึกษา-กทม
การตลาด-ซีเอสอาร์
เกษตรยุคใหม่-ภูมิภาค
บันเทิง
ขายตรง
ประชาสัมพันธ์
PR NEWS -ข่าวประชาสัมพันธ์
ไลฟ์สไตล์
ท่องเที่ยว
แฟชั่นโซไซตี้-ดูดวง
ช๊อป-ชิม-ชิล
สุขภาพ-ความงาม
วิดีโอ-คลิปข่าว
E-Book
นสพ. สยามธุรกิจ
ติดต่อเรา
สามารถส่งข้อมูล ข่าวสาร ทางอีเมลล์ : siamturakijonlinenews@gmail.com และ สำหรับฝ่ายโฆษณา ทางอีเมลล์ : siamturakijadvertising@gmail.com
หน้าแรก
อุตสาหกรรม-เออีซี-เอสเอมอี
‘ณรงค์ชัย’ เปิดวาระเร่งด่วนพลังงานเคาะประมูลขุด ‘ปิโตรเลียมทั่วไทย’
‘ณรงค์ชัย’ เปิดวาระเร่งด่วนพลังงานเคาะประมูลขุด ‘ปิโตรเลียมทั่วไทย’
วันจันทร์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2557
Tweet
“ณรงค์ชัย” รมว.กระทรวงพลังงานคนใหม่ เปิดนโยบายเร่งด่วน ทุบโต๊ะเปิดสัมปทานปิโตรเลียม รอบที่ 21 และการต่อใบอนุญาตสัมปทานแหล่งปิโตรเลียมต้องเสร็จในรัฐบาลชุดนี้ ย้ำต้องปรับโครงสร้างภาคพลังงานไทยทั้งไฟฟ้าและน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อให้มีพลังงานใช้อย่างทั่วถึง เป็นธรรม เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และประหยัด ระทึกรับมือเลิกอุดหนุนก๊าซ LPG ภาคขนส่ง
นายณรงค์ชัย อัครเศรณี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ถือฤกษ์วันที่ 12 กันยายน 2557 เข้าทำงานที่กระทรวงพลังงาน โดยได้พบกับนายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงาน และผู้บริหารกระทรวงพลังงานทุกหน่วย
“วันนี้เป็นวันแรกของการเข้าทำงาน มาทำความรู้จักกับผู้บริหารกระทรวงพลังงาน เพื่อรับทราบภารกิจของแต่ละหน่วยงานเฉพาะที่เป็นเรื่องเร่งด่วน เรื่องสำคัญที่ดำเนินการอยู่ พร้อมทั้งได้นำนโยบายของรัฐบาลที่ได้แถลงต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติเรื่องที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงพลังงานมาซักซ้อมความเข้าใจเพื่อเตรียมแนวทางการทำงานให้สอดคล้องกับเป้าหมายของรัฐบาล ที่จะมีการปฏิรูปทุกภาคส่วน” รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานป้ายแดง กล่าว
พร้อมกับยกคัมภีร์การทำงานด้วยการยึดนโยบายของรัฐบาลที่ได้แถลงต่อสภาฯ ที่เกี่ยวข้องกับพลังงานโดยตรงอยู่ในด้านที่ 6 ข้อ 6.9 ระบุว่า “ปฏิรูปโครงสร้างราคาเชื้อเพลิงประเภทต่างๆ ให้สอดคล้องกับต้นทุน และให้มีภาระภาษีที่เหมาะสมระหว่างน้ำมันต่างชนิดและผู้ใช้ต่างประเภท เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานของประเทศและให้ผู้บริโภคระมัดระวังที่จะไม่ใช้อย่างฟุ่มเฟือย รวมถึงดำเนินการให้มีการสำรวจและผลิตก๊าซธรรมชาติและน้ำมันดิบรอบใหม่ทั้งในทะเลและบนบก และดำเนินการให้มีการสร้างโรงไฟฟ้าเพิ่มขึ้นโดยหน่วยงานของรัฐและเอกชน ทั้งการใช้ฟอสซิลเป็นเชื้อเพลิงและจากพลังงานทดแทนทุกชนิด ด้วยวิธีการที่เปิดเผย โปร่งใส เป็นธรรม และเป็นมิตรต่อสภาวะแวดล้อม พร้อมกับร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านในการพัฒนาพลังงาน”
ทั้งนี้ เพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าว โครงสร้างของภาคพลังงานไทยควรต้องมีการปรับ 4 ส่วนใหญ่ๆ ที่สำคัญ ได้แก่ ส่วนแรก การใช้ ไทยมีมูลค่าการใช้พลังงานต่อรายได้ประชาชาติในอัตราที่สูงเกินความเหมาะสม คือ 18% หมายความว่าประสิทธิภาพการใช้พลังงานถึงแม้ว่าดีขึ้น แต่ก็ไม่ทันกับราคาพลังงานที่ผันผวนอยู่ตลอดเวลา ชนิดของพลังงานที่ใช้ไม่ เหมาะสม เพราะโครงสร้างราคาไม่เหมาะสม
ส่วนที่ 2 ด้านการผลิตไฟฟ้าที่พึ่งพาจากก๊าซธรรมชาติมากเกินไป เพราะไม่สามารถสร้างโรงไฟฟ้าได้ตาม แผนงาน และผลิตไฟฟ้าจากพลังงาน ทางเลือกได้ไม่มากพอ เป็นความเสี่ยงต่อความมั่นคงด้านพลังงาน
ส่วนที่ 3 ด้านเทคโนโลยี ที่มีความ เจริญก้าวหน้าในเรื่องการประหยัดพลังงาน แต่การใช้ยังไม่แพร่หลาย และสุดท้ายส่วนที่ 4 คือหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านพลังงาน ที่ต้องเร่งสร้างระบบธรรมาภิบาลจนถึงระดับที่จะสร้างความมั่นใจให้สังคมไทยได้มากพอว่า ประชาชนจะมีพลังงานใช้อย่างมั่นคง ทั่วถึง โปร่งใส และเป็นธรรม
แผนปฏิบัติการและมาตรการที่วางกรอบไว้ว่าต้องดำเนินการต่อไป คือ การจัดทำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าระยะยาวฉบับใหม่ หรือ PDP 2015 การจัดหาแหล่ง เชื้อเพลิงพลังงานทั้งในประเทศและประเทศ เพื่อนบ้าน การจัดทำโครงการด้านอนุรักษ์พลังงานและการส่งเสริมพลังงานทดแทน มุ่งเป้าให้เกิดผลในทางปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม เพิ่มระดับธรรมาภิบาลให้เกิดขึ้นในหน่วยงานภาครัฐด้านพลังงาน ให้มีการเปิดเผยข้อมูลและข้อเท็จจริงที่โปร่งใส สร้างกระบวนการมีส่วนร่วมและความรับผิดชอบต่อสาธารณชน ซึ่งปลัดกระทรวงพลังงานได้นำแผนงานต่างๆ ไปรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนในภูมิภาคแล้ว 2 ครั้ง ที่กรุงเทพฯ และขอนแก่น โดยแต่ละครั้งมีผู้สนใจเข้าร่วมให้ความเห็นกว่า 500 คน ซึ่งได้มีการจัดอีก 2 ครั้ง ในภาคเหนือ ที่เชียงใหม่ และภาคใต้ ที่สุราษฎร์ธานี เพื่อให้ประชาชนทราบข้อเท็จจริง เพิ่มความรู้ความเข้าใจ และนำทุกความเห็นมาใช้ในการปรับแผนพลังงานที่นำไปสู่การปฏิรูปพลังงานไทยที่ทุกภาคส่วนได้เข้ามามีส่วนร่วม ก่อให้เกิดความเชื่อมั่นต่อหน่วยงานภาครัฐด้านพลังงานมากขึ้น
นายณรงค์ชัย กล่าวถึงนโยบายเร่งด่วนว่า เรื่องเร่งด่วนสิ่งแรกที่จะดำเนินการให้ได้ภายในรัฐบาลชุดนี้ ในการพิจารณาเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 21 ที่ยืดเยื้อมานานแล้ว และการต่ออายุสัญญาสัมปทานที่จะหมดอายุในอีก 5-6 ปีข้างหน้าของแหล่งเอราวัณและบงกชในอ่าวไทย ซึ่งจะต้องเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในรัฐบาลชุดนี้
พร้อมกันนี้ยังได้เจรจาพื้นที่ปิโตรเลียมทับซ้อนทางทะเลระหว่างไทยกับกัมพูชา ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวมีปริมาณสำรองปิโตรเลียมค่อนข้างมาก เป็นประโยชน์กับ ทั้งสองประเทศ แต่ที่ผ่านมามีปัญหาเรื่องเขตแดนเขาพระวิหารเข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้การเจรจาไม่เกิดผลสำเร็จ อย่างไรก็ตาม แผนหาแหล่งปิโตรเลียมสำรองดังกล่าวไม่ได้บรรจุอยู่ในแผนเร่งด่วน เพราะเกี่ยวข้องกับกัมพูชา ไม่สามารถกำหนดให้จบได้ภายในรัฐบาลชุดนี้
ส่วนการบริหารจัดการราคาน้ำมันนั้น ตนยึดหลักการ คือ “การจ่ายภาษีต้องเท่ากันและรับภาระเท่ากัน” ยกเว้นคนด้อยโอกาสที่รัฐบาลจะช่วยเหลือ ไม่ได้ให้ใช้กันอย่างฟุ่มเฟือย ซึ่งน้ำมันดีเซลใช้กันมากแต่ราคาถูก เพราะภาษีสรรพสามิตต่ำ แต่น้ำมันเบนซินคนใช้น้อยกลับแพง บางคนที่ใช้ไม่ได้จะรวย จึงคิดว่าช่วยคนที่มีรายได้น้อยจะดีกว่า เช่นเดียวกับกรณีก๊าซธรรมชาติ ที่ไม่สนับสนุนก๊าซ LPG ไปใช้ภาคขนส่ง ต้องแยกให้เกิดประโยชน์สูงสุด ไม่ได้เอาไปเผาอย่างเดียว
“ส่วนตัวผมเห็นว่า ควรยกเลิกการชดเชยราคาก๊าซ LPG ภาคขนส่ง แต่ยังควรอุดหนุนหรือชดเชยราคาในภาคครัวเรือน เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างแท้จริง”
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
The Associated Press
TEA ชู ยุทธศาสตร์ “นวัตกรรม–ความยั่งยืน”...
...
BDE ผนึก พันธมิตรทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และ...
...
สศอ. จัด OIE Forum ครั้งที่ 17 เปิดเวที ...
...
สสว. รุกคืบปั้น SME ยุคใหม่ ส่งโครงการ A...
...
พาณิชย์ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ผ...
...
บริษัท สมาร์ท โกลด์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด SMART GOLD MEDIA GROUP CO.,LTD. ติดต่อสอบถาม โทร : 0893284192 , ID Line : @siamturakij และ ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ
×
เว็บไซต์ “สยามธุรกิจ” ใช้คุกกี้เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น อ่านนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Policy) และ นโยบายคุกกี้ (Cookie Policy)
กดยอมรับ