Toggle navigation
วันศุกร์ ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569
หน้าแรก
ข่าวสาร
วิเคราะห์-บทความ-ต่างประเทศ
ประกัน
ยานยนต์
การเงิน-ธนาคาร
หุ้น-กองทุนรวม
อสังหาริมทรัพย์
พลังงาน-คมนาคม-โลจิสติกส์
อุตสาหกรรม-เออีซี-เอสเอมอี
ไอที
การศึกษา-กทม
การตลาด-ซีเอสอาร์
เกษตรยุคใหม่-ภูมิภาค
บันเทิง
ขายตรง
ประชาสัมพันธ์
PR NEWS -ข่าวประชาสัมพันธ์
ไลฟ์สไตล์
ท่องเที่ยว
แฟชั่นโซไซตี้-ดูดวง
ช๊อป-ชิม-ชิล
สุขภาพ-ความงาม
วิดีโอ-คลิปข่าว
E-Book
นสพ. สยามธุรกิจ
ติดต่อเรา
สามารถส่งข้อมูล ข่าวสาร ทางอีเมลล์ : siamturakijonlinenews@gmail.com และ สำหรับฝ่ายโฆษณา ทางอีเมลล์ : siamturakijadvertising@gmail.com
หน้าแรก
อุตสาหกรรม-เออีซี-เอสเอมอี
กลุ่มไทคอนลุยต่างแดน และเจาะตลาดผู้ประกอบการจีน
กลุ่มไทคอนลุยต่างแดน และเจาะตลาดผู้ประกอบการจีน
วันพุธที่ 02 มีนาคม พ.ศ. 2559
Tweet
(2มี.ค.2559) - กลุ่มไทคอน ผู้นำด้านการพัฒนาโรงงานและคลังสินค้าคุณภาพสูงรายใหญ่ของประเทศไทย โชว์ผลการดำเนินงานปี 2558 ทุบสถิติพื้นที่โรงงานและคลังสินค้าให้เช่าโต 38% กวาดรายได้ 4,854 ล้านบาท พร้อมทุ่มงบปี 2559 ถึง 4,000 ล้านบาท ตั้งเป้าขยายพื้นที่เพิ่ม 280,000 ตารางเมตร รองรับผู้ประกอบการใน AEC และผู้ประกอบการจีนที่เข้ามาลงทุนในไทยเพิ่มขึ้น พร้อมเพิ่มสัดส่วนขยายการลงทุนในอินโดนีเซีย และเวียดนาม
นายวีรพันธ์ พูลเกษ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทคอน อินดัสเทรียล คอนเน็คชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TICONแถลงผลการดำเนินงานของกลุ่มไทคอนในปี 2558 ว่า “ปีที่ผ่านมาเป็นปีที่กลุ่มไทคอนประสบความสำเร็จอย่างสูงด้วยการเพิ่มพื้นที่เช่าใหม่ได้ 383,825 ตารางเมตร หรือคิดเป็นอัตราเติบโตถึง 38% จากปี 2557 ที่มีพื้นที่ให้เช่าใหม่ 278,397 ตารางเมตร แบ่งเป็นพื้นที่โรงงานของ TICON 69,275 ตารางเมตร พื้นที่คลังสินค้าของ TPARK 288,402 ตารางเมตร และพื้นที่คลังสินค้าของ SLP ในประเทศอินโดนีเซีย 26,148 ตารางเมตร โดยกลุ่มไทคอนมีรายได้รวม 4,854 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 770 ล้านบาท จากรายได้ค่าเช่าและค่าบริการ รวมถึงการขายสินทรัพย์เข้า TREIT
“ถึงแม้ในปีที่ผ่านมาบริษัทฯ จะได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจที่ชะลอตัวทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก ตลอดจนสถานการณ์ทางการเมือง ซึ่งส่งผลต่อการตัดสินใจลงทุนของนักลงทุน แต่ผลการดำเนินงานที่เติบโตของกลุ่มไทคอนอย่างมีนัยสำคัญนี้ สะท้อนให้เห็นถึงกลยุทธ์ที่ถูกต้องของบริษัทฯที่เน้นเรื่องความพร้อมใช้ และอาคารที่มีคุณภาพสูงในทำเลที่ถูกต้อง ยิ่งไปกว่านั้นในปีที่ผ่านมาไทคอนยังได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการชาวจีนนอกเหนือจากผู้ประกอบการญี่ปุ่นตามปกติ โดยส่วนใหญ่เป็นกิจการพลังงานทดแทน อาทิ การผลิตแผงโซลาร์ และการประกอบชิ้นส่วน” นายวีรพันธ์กล่าว
สำหรับทิศทางการดำเนินงานของกลุ่มไทคอนในปี 2559 นี้ นายวีรพันธ์กล่าวว่า ปีนี้เป็นปีที่บริษัทฯ มองเห็นโอกาสอย่างสูงจากการที่เปิดประตูการค้าเสรีอาเซียน ผนวกกับต้นทุนค่าก่อสร้าง และวัสดุก่อสร้างที่ลดลง ซึ่งสร้างโอกาสที่ดีสำหรับการขยายการลงทุนของบริษัทต่อไปในปีนี้ บริษัทฯยังคงดำเนินงานตามแผนการลงทุนที่วางไว้ 5 ปี (พ.ศ. 2558 – 2562) ภายใต้งบประมาณ 50,000 ล้านบาท เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำในระดับอาเซียน โดยตั้งเป้าขยายพื้นที่โรงงานและคลังสินค้าให้เช่าในปีนี้ประมาณ 280,000 ตารางเมตร และตั้งงบประมาณสำหรับลงทุนปี 2559 ไว้ที่ 4,000 ล้านบาท เพื่อเสริมศักยภาพธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ แบ่งเป็นงบลงทุนในโรงงานของ TICON 500 ล้านบาท และงบลงทุนคลังสินค้าของ TPARK 3,000 ล้านบาท ที่เหลือจะใช้สำหรับการลงทุนในประเทศอินโดนีเซีย 500 ล้านบาท โดยความคืบหน้าขณะนี้ได้เริ่มพัฒนาเฟส 2 ด้วยขนาดพื้นที่ 51,000 ตารางเมตร นอกจากประเทศอินโดนีเซียแล้วไทคอนยังมองเห็นการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมในประเทศเวียดนาม ซึ่งนับเป็นอีกประเทศที่มีศักยภาพในการเติบโตในระยะยาว
ทั้งนี้ นายปธาน สมบูรณสิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทคอน โลจิสติคส์ พาร์ค จำกัด หรือ TPARK กล่าวเสริมว่า “ในส่วนกลยุทธ์การตลาดของ TPARK ยังคงมุ่งเน้นการขยายพื้นที่คลังสินค้าในทำเลที่มีศักยภาพในการเติบโตสูงซึ่งมองว่าในปีนี้ยังคงเป็นพื้นที่ใกล้กรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยเฉพาะทำเลบางพลี และทำเลวังน้อย โดย TPARK มีที่ดินพร้อมใช้ในทำเลบางพลี 880ไร่ และทำเลวังน้อยอีก 877 ไร่ เนื่องจากเป็นทำเลยุทธศาสตร์ในการกระจายสินค้ารองรับการขยายตัวของกลุ่มอุตสาหกรรมที่สำคัญหลากหลาย อาทิ สินค้าอุปโภคบริโภค โมเดิร์นเทรด อีคอมเมิร์ซ และผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์ เป็นต้น ซึ่งในปีที่ผ่านมา TPARK ได้มีการเปิดและขยายคลังสินค้าใหม่เพื่อรองรับลูกค้าในกลุ่มบริษัทข้ามชาติที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักหลายราย ซึ่งเป็นการยืนยันความเชื่อมั่นในคลังสินค้าคุณภาพสูงในทำเลศักยภาพของ TPARK อาทิ เนสท์เล่ สยามแมคโคร ลอรีอัล และลินฟ้อกซ์ นอกจากนี้ยังมีความต้องการจากลูกค้า E-Commerce เพิ่มขึ้นอย่างเช่น ลาซาด้า ส่วนทำเลต่างจังหวัดนอกเหนือจากทำเลขอนแก่นแล้ว ในปีนี้ยังพร้อมเปิดโครงการ TPARK ลำพูนทางภาคเหนือ บนที่ดิน 139 ไร่ ขนาดพื้นที่เช่า 96,000 ตารางเมตร ซึ่งได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี โดยมีลูกค้ารายแรกตกลงเช่าคลังสินค้าในโครงการแล้ว 2,291ตารางเมตร”
นอกเหนือจากกลยุทธ์ด้านทำเลยุทธศาสตร์แล้ว TPARK ยังคงให้ความสำคัญกับนวัตกรรมในการก่อสร้าง และวิศวกรรมคุณค่าอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับลูกค้าของเรารวมถึงตอกย้ำเรื่องคุณภาพและความเชี่ยวชาญในการออกแบบคลังสินค้าที่ตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า อาทิ คลังสินค้าวัตถุอันตรายด้วยคุณภาพอันเป็นที่พึงพอใจของกรมโรงงานอุตสาหกรรม คลังสินค้าแบบควบคุมอุณหภูมิ ตลอดจนคลังสินค้าสีเขียว หรือ LEED Building ซึ่งกลุ่มไทคอนเองนับเป็นผู้ประกอบการด้านการพัฒนาโรงงานและคลังสินค้ารายแรกที่ริเริ่มการนำมาตรฐาน LEED (Leadership in Energy and Environmental Design) มาใช้เพื่อสร้างโรงงานและคลังสินค้าที่สามารถลดการใช้พลังงานในอาคารและลดการส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศน์ได้
ปัจจุบัน กลุ่มไทคอนยังคงรักษาความเป็นผู้นำในธุรกิจโรงงานและคลังสินค้าให้เช่ารายใหญ่ในประเทศไทยได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีพื้นที่โรงงานและคลังสินค้าให้เช่ารวมทั้งสิ้น 51 โครงการ ภายใต้การบริหารจัดการ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
The Associated Press
TEA ชู ยุทธศาสตร์ “นวัตกรรม–ความยั่งยืน”...
...
BDE ผนึก พันธมิตรทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และ...
...
สศอ. จัด OIE Forum ครั้งที่ 17 เปิดเวที ...
...
สสว. รุกคืบปั้น SME ยุคใหม่ ส่งโครงการ A...
...
พาณิชย์ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ผ...
...
บริษัท สมาร์ท โกลด์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด SMART GOLD MEDIA GROUP CO.,LTD. ติดต่อสอบถาม โทร : 0893284192 , ID Line : @siamturakij และ ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ
×
เว็บไซต์ “สยามธุรกิจ” ใช้คุกกี้เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น อ่านนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Policy) และ นโยบายคุกกี้ (Cookie Policy)
กดยอมรับ