Toggle navigation
วันอังคาร ที่ 16 มิถุนายน 2569
หน้าแรก
ข่าวสาร
วิเคราะห์-บทความ-ต่างประเทศ
ประกัน
ยานยนต์
การเงิน-ธนาคาร
หุ้น-กองทุนรวม
อสังหาริมทรัพย์
พลังงาน-คมนาคม-โลจิสติกส์
อุตสาหกรรม-เออีซี-เอสเอมอี
ไอที
การศึกษา-กทม
การตลาด-ซีเอสอาร์
เกษตรยุคใหม่-ภูมิภาค
บันเทิง
ขายตรง
ประชาสัมพันธ์
PR NEWS -ข่าวประชาสัมพันธ์
ไลฟ์สไตล์
ท่องเที่ยว
แฟชั่นโซไซตี้-ดูดวง
ช๊อป-ชิม-ชิล
สุขภาพ-ความงาม
วิดีโอ-คลิปข่าว
E-Book
นสพ. สยามธุรกิจ
ติดต่อเรา
สามารถส่งข้อมูล ข่าวสาร ทางอีเมลล์ : siamturakijonlinenews@gmail.com และ สำหรับฝ่ายโฆษณา ทางอีเมลล์ : siamturakijadvertising@gmail.com
หน้าแรก
บทความ
น.พ.วรงค์ เดชกิจวิกรม แฉโกงไร้รอยต่อ เปิดแฟ้ม "ทุจริตข้าว"
น.พ.วรงค์ เดชกิจวิกรม แฉโกงไร้รอยต่อ เปิดแฟ้ม "ทุจริตข้าว"
วันพุธที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2556
Tweet
ร้อนขึ้นมาอีกครั้ง...พลันที่ "ปลัดกระทรวงพาณิชย์" ออกมาจุดประเด็น "ทุบราคา..จำนำข้าว" ที่เตรียมเสนอเข้า ที่ประชุมคณะกรรมการข้าวแห่งชาติ (กขช.) ใต้ปีกการนำของ "บุญทรง เตริยาภิรมย์" รมว.กระทรวงพาณิชย์ ให้ปรับลดราคารับจำนำข้าวตั้งแต่ฤดูกาลผลิตข้าวนาปรังเดือนเม.ย.-พ.ค. จนเป็น ที่น่าจับตาว่า นี่จะเป็นการเดินหน้าหรือ ถอยไปตั้งหลักเพราะเวลานี้รัฐบาลกำลัง ตุปัดตุเป๋..ต้องเผชิญการไล่ต้อนโดย "ฝ่าย ค้าน" ในปมทุจริตโครงการ "รับจำนำข้าว"...!!!
"น.พ.วรงค์ เดชกิจวิกรม" ส.ส. พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ "สยามธุรกิจ" เกี่ยวกับโครงการทุจริตรับจำนำข้าวของรัฐบาล หลังจากได้รับการร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ในเรื่องการปลอมปนข้าวหอมมะลิ โดยมีการนำข้าวเน่ามาจัดเก็บในโกดังของรัฐบาล
ต่อประเด็นดังกล่าว "มือปราบทุจริตข้าว" อย่าง น.พ.วรงค์ ได้ระบุถึง ที่มาของปัญหาทุจริตจำนำข้าวว่า ปกติทุกปีก็จะมีข้าวปนเปื้อนเป็นจำนวนมาก อย่างการรับจำนำข้าวหอมมะลิเมื่อปีที่ผ่าน มาก็มีการเอาข้าวหอมจังหวัด หรือข้าวหอมปทุมฯ ไปปนจนกลายเป็นข้าวปนเปื้อน แต่ในปีนี้หนักยิ่งกว่าเดิม เพราะเอาข้าวเน่า เข้ามาแทน ซึ่งทางพรรคประชาธิปัตย์ก็ได้รับหลักฐานจากเกษตรกรที่มาร้องเรียน กระทั่งนำไปตั้งกระทู้ถามสดในสภาผู้แทนราษฎร
ขณะเดียวกัน รัฐบาลได้พยายามเบี่ยงเบนประเด็นว่าเป็นข้าวเน่าที่มาจากการจัดเก็บ โดยต้องขอย้ำว่าไม่ใช่มาจากการจัดเก็บ แต่เป็นความจงใจที่จะเอาของ เน่ามาส่งในโกดังรัฐบาลตั้งแต่วันแรก แล้ว เอาของดีไปแอบขาย โดยที่ผ่านมาก็ได้นำตัวอย่างข้าวเน่ามาแสดงและกระทู้ถาม นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีว่า การกระทรวงพาณิชย์ ไปแล้วในสภาฯ เพราะเจตนาของชาวจังหวัดสุรินทร์ที่ร้อง เรียนเข้ามานั้น ก็เพื่อต้องการให้เข้าไปกระตุ้นรัฐบาล ให้รัฐบาลไปตรวจสอบ แล้วเอาจริงเอาจังกับพวกทุจริตโกงชาติ
ยิ่งไปกว่านั้น เกษตรกรเหล่านี้เขามีความรู้สึกว่าข้าวหอมมะลิของจังหวัดสุรินทร์ถือเป็นข้าวพรีเมี่ยม เป็นข้าวที่ดีที่สุดในโลก ราคาก็แพง แต่ปล่อยให้โรงสีบางส่วนมาปู้ยี่ปู้ยำ แทนที่รัฐบาลจะดำเนิน การอย่างจริงจังในการตรวจสอบข้าวเน่า แต่กลับมาเล่นการเมือง พยายามมากล่าว หาพรรคประชาธิปัตย์ว่าลักทรัพย์และเบี่ยงเบนประเด็นเพื่อกล่าวหารัฐบาล
ส่วนกรณีที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ขู่จะฟ้องร้องตนเองและพรรคประชาธิปัตย์นั้น ที่ผ่านมาได้มีสื่อมวลชนบางฉบับไปขานรับ แล้วเอาประเด็นไปขึ้นเป็น ข่าวหน้า 1 ซึ่งจากเรื่องที่เกิดขึ้น ตนเองจึงขอท้าให้รัฐบาลดำเนินการฟ้องกล่าวหาในคดี แต่ต้องเคลียร์ในประเด็นให้ชัดว่า จะกล่าวหาว่าลักทรัพย์ หรือปลอมแปลงข้าวคือเอาข้าวนึ่งมาปลอมปนใส่ข้าว หอมมะลิจริงหรือไม่ ก็ให้เลือกเอาอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่จากการตรวจสอบพบว่า เป็นเพียงการสร้างข่าวเพื่อกลบเกลื่อน
"ที่ผ่านมานายณัฐวุฒิก็ยังไม่ได้ฟ้องร้อง เป็นแค่การลงบันทึกประจำวันเท่านั้น ไม่ได้มีข้อกล่าวหา ถ้ายังมีประเด็นใดที่สงสัยเราจะได้พิสูจน์กัน และหากรัฐบาลแน่จริงก็ให้ไปพิสูจน์ในโกดังที่สุรินทร์ โดยให้เชิญทั้งสื่อมวลชน และบริษัทตรวจสอบคุณภาพข้าว หรือเซอร์เวเยอร์ เข้าไปตรวจสอบดีเอ็นเอข้าวว่ามีการปลอมปนจริงหรือไม่.."
อย่างไรก็ดี ขอให้รัฐบาลเลิกสร้างภาพ อย่างกรณีที่สหพืชผล อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ ที่ภายหลังปรากฏเป็นข่าว รัฐบาลก็เอาคนไปลงพื้นที่ตรวจสอบกันเอง ถ้าจะตรวจกันจริงๆ ก็ขอสุ่มให้เป็นการสุ่มตรวจ เพราะมีโกดังเป้าหมายที่ประชาชนร้องเรียนเข้ามา แต่ถ้าไปตนจะไม่บอกสถานที่ ไม่อย่างนั้นคงจะมีกองทัพมดขนข้าวเน่าออกไปจนหมด พอเราทวงถามไปยังรัฐบาลก็ไม่ได้รับคำตอบ ยังคงเพิกเฉย และปฏิเสธกลับมาว่าเขาจะไปตรวจสอบเอง
ทั้งนี้ การที่เกษตรกรส่งหลักฐานมา ให้นั้น "น.พ.วรงค์" ย้ำหัวตะปูว่า เป็นการตบหน้ารัฐบาล ซึ่งเขามีกระบวนการในการ เอาข้าวออกมาโดยได้รับความร่วมมือจาก เจ้าหน้าที่รัฐ เป็นการชี้ให้เห็นว่ามีการจัดเก็บข้าวเน่าเป็นจำนวนมาก ทำแม้กระทั่ง บิดเบือนโค้ดสำหรับการจัดเก็บข้าวของโรงสี จงใจไม่ใส่รายละเอียดเพื่อไม่ให้ถูกตรวจสอบได้
ส่วนหลักฐานที่นำออกมานั้น เป็นกระสอบบรรจุข้าวเน่าที่มีรหัสข้างกระสอบ สร 04 ที่รัฐบาลอ้างว่า มาจากโรงสี อ.จอมพระ จ.สุรินทร์ แต่เมื่อตรวจสอบแล้วพบว่า เป็นข้าวที่มาจาก อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ และเมื่อครบกำหนด 7 วันตาม ที่ตนเองได้ท้า รัฐบาลกลับเงียบเฉยที่จะลงไปตรวจสอบ ดังนั้นขอแนะนำให้ลงไปตรวจสอบโกดังคลังสินค้าแห่งหนึ่งบริเวณ รอยต่อระหว่าง อ.ปราสาท และ อ.เมือง จ.สุรินทร์ ซึ่งมีนักการเมืองระดับชาตินาม สกุลดังเข้าไปเกี่ยวข้อง เพราะหากลงไปตรวจช้าอาจเกิดไฟไหม้ดังเช่นโกดังอื่นๆ ได้ จึงอยากเรียกร้องไปยังนายบุญทรงว่า "..ท่านหนีไปไหนไม่รอด" และอย่าทำเป็นรัฐมนตรีที่โลกลืม โดยเฉพาะเรื่องข้าวเน่าและการขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หรือจีทูจี เพราะเป็นการเอาคนจนมาอ้างรับรองว่า "ติดคุกแน่นอน.."
ขณะเดียวกัน เมื่อนางวัชรี วิมุกตายน ปลัดกระทรวงพาณิชย์ บอกว่าเป็นข้าวนึ่ง ทางพรรคประชาธิปัตย์ก็ไปตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นข้าวเน่า ซึ่งเป็น การเอาของไม่ดีไปส่งเข้าโกดังรัฐบาล และแน่นอนว่าการออกมาให้ข่าวในทางตรงกันข้าม และนั่นคือที่มาที่ไปของเรื่องข้าว เน่า ซึ่งถ้ารัฐบาลแน่จริงก็ไปตรวจด้วยกัน จะได้พิสูจน์และไม่ต้องมากล่าวหาว่าใครโกหก..!!!
พร้อมกันนี้ "น.พ.วรงค์" ได้ระบุอีกว่า ไม่ใช่แค่ในจังหวัดสุรินทร์เท่านั้น แต่ยังมีอีกหลายจังหวัดที่มีการทุจริต ซึ่งจากตัวเลขการระบายข้าวหอมมะลิที่รัฐบาลประกาศขายเมื่อปี 2555 ทางรัฐบาลได้ประกายขายจำนวน 580,000 ตัน แต่ปรากฏว่ามีพ่อค้าในประเทศมารับซื้อแค่ 57,000 ตัน
แต่ที่หนักกว่านั้นคือ เวลารับจริงๆ มันประมาณ 30,000 กว่าตัน ไม่รับ 20,000 ตัน เท่ากับว่าใน 580,000 ตัน ขายได้จริงๆ คือ 40,000 ตัน หรือประมาณ 7% เท่า กับว่าข้าวส่วนใหญ่ของโครงการปีที่แล้วมีการปนเปื้อน เพราะพ่อค้าเขามีข้อมูล ปกติข้าวหอมมะลิเป็นข้าวที่มีความต้อง การสูงในตลาดโลก แต่ในการประมูลกลับ ขายได้เพียง 40,000 ตัน แล้วที่เหลือก็ยังคาโกดังอยู่
นี่คือโครงการจำนำข้าวที่เอาภาษีของประชาชนปีหนึ่งเป็นจำนวนแสนๆ ล้าน แต่ข้าวที่อยู่ในโกดังรัฐบาลจริงๆ เป็นข้าวเน่า ข้าวปนเปื้อนที่ขายไม่ได้ ที่ประมูลได้ก็ส่วนหนึ่งอย่างที่กล่าวมาแล้ว แต่ข้าวที่ยังจริงใช้ไม่ได้ อันที่เป็นข้าวหอมมะลิดีๆ ก็เอาไปขายจีทูจีแล้ว ส่วนข้าว เน่านี่ก็คงเอาไปทำอะไรไม่ได้ ไม่มีมนุษย์คนไหนกล้ากินคงต้องเอาไปเป็นอาหารสัตว์ ซึ่งคงได้ราคาไม่เกินกระสอบละ 1,000 บาท แล้วเมื่อรัฐบาลรับซื้อมา 3,600 บาท ก็เท่ากับกำไรไม่รู้กี่เปอร์เซ็นต์แล้ว
เรียกได้ว่าโครงการนี้เป็นโครงการที่ "ทุจริตแบบไร้รอยต่อ" เรียบๆ...เนียนๆ เริ่มตั้งแต่ชาวนาเอาข้าวไปขายโรงสีก็ถูกเอาเปรียบแล้ว ส่วนโรงสีนอกจากจะมีการสวมสิทธิ์แล้วยังเอาข้าวเสื่อมสภาพมา ให้รัฐบาล ส่วนที่รัฐบาลระบายข้าวก็ทุจริต เรื่องจีทูจี..เรียกได้ว่าทุจริตทุกขั้นตอนแบบไร้รอยต่อจริงๆ
ขณะเดียวกันบทบาทของฝ่ายตรวจ สอบนั้น ในความเป็นจริงเราพยายามจะใช้ เวทีสภาฯ ในการตรวจสอบ แต่รัฐบาลชุด นี้ทำหน้าที่เหมือนคนหาย สังเกตดูนายบุญทรง หายไปกับจอทีวีไม่คุยเรื่องข้าว แทนที่จะออกมาชี้แจงตามความเป็นจริง แต่กลับพยายามเลี่ยงไม่ยอมตอบ ไม่ก็ส่งนักโต้วาทีอย่างนายณัฐวุฒิมาตอบ ก็กลาย เป็นการมานั่งเถียงกันเรื่องวัวหายมากกว่า เราเองก็พยายามแล้วแต่รัฐบาลก็เป็นแบบนี้
"ตอนนี้เราพยายามที่จะฟ้องคณะ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ก็ถือว่าคืบหน้า ไปเยอะ แต่กระบวนการของรัฐบาลคือพยายามหนีปัญหา หรือถ้าจะมาว่าผม สร้างหลักฐานเท็จ ก็เอาหลักฐานจริงมาโชว์กันแล้วไปพิสูจน์กันในศาล แต่นี่รัฐบาลไม่ตอบ ไม่ชี้แจง พอจะให้ตั้งกรรมการสอบก็ไม่สอบเรื่องของตัวเอง จะไปสอบย้อนหลัง 3 ปี ไอ้ผล 3 ปี ออก มา แต่ของรัฐบาลเองบอกยังไม่เสร็จ กลับดึงเวลาไปแบบไม่มีการชี้แจง ทำเหมือนจะให้โลกลืม ก็ไม่เข้าใจว่าประชาธิปไตยประเทศนี้ทำไมเป็นแบบนี้"
ในเรื่องของค้าข้าวแบบจีทูจีนั้น "น.พ.วรงค์" ได้ระบุถึงสาระสำคัญของจีทูจี ที่มีอยู่แค่ 2 ข้อก็คือ 1.ซื้อขายระหว่างรัฐต่อรัฐ เช่น รัฐบาลไทยกับรัฐบาลจีน 2. ในการชำระเงินจะต้องเป็นเงินของรัฐบาล ที่เป็นประเทศผู้ซื้อ ในที่นี้เป็นรัฐบาลจีน ก็ต้องเป็นเงินที่มาจากรัฐบาลจีน ซึ่งโดยทั่วไปการชำระเงินระหว่างประเทศต้องผ่าน LC หรือ LETTER OF CREDIT ซึ่ง ในที่นี้นายบุญทรง จะต้องเอาหนังสือสัญญาซื้อขายที่เซ็นโดยรัฐบาลไทยกับรัฐบาลจีนมาโชว์ในสภา
ทั้งนี้ เราไม่ได้กังวลเรื่องราคาเป็นเป็นการซื้อขายระหว่างรัฐต่อรัฐ อย่างกรณี ที่อินโดนีเซียเกิดสึนามิเราก็ไม่ได้ขายให้เขาแพงเพราะต้องการช่วยเขาแบบนี้อธิบายได้ ราคาจึงไม่ใช่ปัญหาเพราะเป็น การพึ่งพาอาศัยกัน แต่สัญญาต้องนำมาแสดง เพื่อให้รู้ว่ามีการซื้อขายกันจริง ยิ่งนายบุญทรง เคยบอกว่ามีการเปิด LC กับรัฐบาลต่างประเทศแล้ว ก็เอา LC มาโชว์เลย ซึ่งในอดีตที่ผ่านมา เวลามีรัฐมนตรีไปต่างประเทศแค่มีการเซ็น MOU กลับมาเขายังมีการแถลงข่าวกันให้รับรู้กันทั้งประเทศ เพราะถือเป็นผลงาน
ต่อข้อถามเรื่องความต่างของจีทูจีกับแบบอื่นๆ นั้น สาระหลักคือ สัญญาต้องมีการแสดงออกมา อีกประเด็นอยู่ที่การชำระเงินจะต้องเป็นเงินจากต่างประเทศ คือประเทศคู่ซื้อและต้องชำระ ผ่าน LC ไม่ใช่ให้คนเข้ามาซื้อเช็คภายในประเทศเป็นช่วงๆ แบบนี้มันไม่ใช่ ก็มีรัฐบาลนี้เท่านั้นที่ทำการซื้อขายแบบจีทูจีแล้วไม่ได้ชำระผ่าน LC คือรัฐบาลเองต้องเอาเอกสารต่างๆ มาแสดงต่อหน้าสาธารณชน ไม่ใช่จะมาบอกว่าเป็นความลับ ขนาดการซื้อขายอาวุธของกองทัพยังต้องมีการเปิดเผย แบบนั้นไม่ยิ่งเป็นความลับกว่าหรือเขายังแสดงหลักฐานได้
ทั้งหมดทั้งปวง ล้วนเป็นมหากาพย์ แห่ง "ทุจริตรับจำนำข้าว" โดย... "กูรูข้าว" อย่าง น.พ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ได้ยกมาเป็นประเด็นสายล่อฟ้า เขย่ารัฐบาลไปแรงๆ...
เหนืออื่นใด ผลพวงจากอีเวนต์ "โกงสะบัดช่อ" ที่ว่ามานี้ ทำให้ "ประเทศ ไทย" สูญเสียตลาดข้าวไปจำนวนมาก เสียทั้งพื้นที่การส่งออกในตลาดโลก ขณะที่ต้องใช้ทุนแบกภาระเก็บข้าวมากมายมหาศาลไว้จากกลไก "ที่ไร้ประสิทธิภาพ" ซึ่งมีการโกงกินกันเป็นขบวนการ ส่วนผลประโยชน์ที่ชาวนาได้มันไม่คุ้มกับการที่เป็นแค่ "เหยื่อ" ที่ถูกชูขึ้นมาบังหน้า..แน่นอนว่ากลุ่มหลักที่ได้ประโยชน์เป็นล่ำเป็นสัน ย่อมเป็นส่วนที่เหนือขึ้นไปจากชาวนา ไล่เรียงตั้งแต่พ่อค้า โรงสี โกดัง บริษัทตรวจสอบข้าว หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไปจนถึงนักการเมืองที่อยู่เบื้องหลังที่ได้เชื่อมโยงกันเป็นขบวนการ "โกงจำนำข้าว" ...!!!
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
The Associated Press
7 จุดแข็งในการใช้บริษัทรับทำ Content Mar...
...
ยื่นให้ผ่านฉลุย ! เทคนิคเตรียมพอร์ตโฟลิโ...
...
3 อาคารสำนักงานแบบพรีเมียมในกรุงเทพฯ อยา...
...
โฮมออฟฟิศ เลือกทำเลแบบไหนดีให้ลูกค้าเข้า...
...
เลือกซื้อผักอะไรดี ? เก็บไว้ได้ทั้งเดือน...
...
บริษัท สมาร์ท โกลด์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด SMART GOLD MEDIA GROUP CO.,LTD. ติดต่อสอบถาม โทร : 0893284192 , ID Line : @siamturakij และ ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ
×
เว็บไซต์ “สยามธุรกิจ” ใช้คุกกี้เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น อ่านนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Policy) และ นโยบายคุกกี้ (Cookie Policy)
กดยอมรับ