เอสเอ็มอีหนีตาย เบรกการสร้างแบรนด์ของตัวเอง หันรับจ้างผลิตสินค้าป้อนตลาดอีคอนเมิร์ซ สินค้าเทรนด์ฮิต เครื่องสำอาง แฟชั่น อาหารแห้งและของใช้ในบ้าน มูลค่าตลาดพุ่งแตะ 1.07 ล้านล้านบาท
เอสเอ็มอีไทยเผชิญแรงกดดันรอบด้าน สะท้อนภาพความเปราะบางทางเศรษฐกิจที่ยังคงซบเซาอย่างต่อเนื่อง ยอดสินเชื่อหดตัว สภาพคล่องขาดมือ ปัญหาเชิงโครงสร้างธุรกิจที่ไม่สามารถแข่งขันได้ ขณะที่ตลาดออนไลน์โต ทำให้หลายโรงงานเบรกการสร้างแบรนด์ของตัวเอง แล้วหันไปรับจ้างผลิตสินค้าป้อนตลาด
แม้ในช่วงที่ผ่านมาจะมีการสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยให้เปลี่ยนแนวคิดจากการรับจ้างผลิต (OEM) มาเป็นการสร้างแบรนด์ของตัวเอง เนื่องจากจุดเด่นของเอสเอ็มอีคือขนาดที่ไม่ใหญ่ จึงทำให้มีต้นทุนดำเนินการที่ไม่สูง แต่มีความยืดหยุ่นสูง สามารถปรับเปลี่ยนตัวเองเข้ากับสถานการณ์ใหม่ ซึ่งจะเป็นโอกาสและความอยู่รอดของเอสเอ็มอีไทยอย่างยั่งยืนในอนาคต
อย่างไรก็ตาม ด้วยสัญญาณเศรษฐกิจที่น่ากังวล ทำให้เอสเอ็มอีไทยยังคงต้องเผชิญแรงกดดันรอบด้าน สะท้อนภาพความเปราะบางทางเศรษฐกิจที่ยังคงซบเซาอย่างต่อเนื่อง สินเชื่อหดตัวในทุกภาคธุรกิจ โดยเฉพาะภาคการพาณิชย์ ส่วนหนึ่งมาจากการพิจารณาสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ที่เข้มงวดมากขึ้น สัญญาณอันตรายเกิดจากยอดสินเชื่อหดตัว สภาพคล่องขาดมือ และปัญหาเชิงโครงสร้างธุรกิจที่ไม่สามารถแข่งขันได้ ทำให้กิจการของเอสเอ็มอีจำนวนมากต้องปิดตัวต่อเนื่อง
ขณะที่การค้าออนไลน์ในไทยเติบโตอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง โดยเฉพาะการขายผ่านการไลฟ์สดและการใช้ Social Commerce สินค้าเทรนด์ฮิต เช่น เครื่องสำอาง แฟชั่น อาหารแห้ง และของใช้ในบ้าน ได้รับความนิยมสูง โดยตลาดอีคอมเมิร์ซไทยปี 2568 คาดการณ์เติบโตแข็งแกร่งต่อเนื่อง มูลค่าตลาดพุ่งแตะ 1.07 ล้านล้านบาท ทำให้หลายโรงงานพักการสร้างแบรนด์ของตัวเอง แล้วใช้ศักยภาพของโรงงานหันไปเน้นการรับจ้างผลิตสินค้าเพื่อความอยู่รอด