กรุงเทพมหานคร นำทีมสื่อมวลชน ลงพื้นที่สำรวจ “สะพานเขียว” พลิกโฉม สู่แลนด์มาร์กเชื่อมเมืองระดับโลก ชู แนวคิด "ฟื้นเมือง เชื่อมย่าน สานอนาคต" ยกระดับคุณภาพชีวิตคนกรุงแบบครบวงจร

วันพุธที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

กรุงเทพมหานคร นำทีมสื่อมวลชน ลงพื้นที่สำรวจ “สะพานเขียว” พลิกโฉม สู่แลนด์มาร์กเชื่อมเมืองระดับโลก ชู แนวคิด


รศ.วิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นำทีมสื่อมวลชนสัญจร ลงพื้นที่พาชมเส้นทางสะพานเขียว พร้อมให้ข้อมูลรายละเอียดการปรับปรุงภูมิทัศน์ทางคนเดิน-ทางจักรยาน เชื่อมระหว่าง สวนสาธารณะสวนลุมพินี และสวนเบญจกิติ หลังการปรับปรุงครั้งใหญ่ แก้ปัญหาโครงสร้างทรุดโทรม จุดอับสายตาและแสงสว่างไม่เพียงพอ พร้อมการออกแบบในแนวคิด Universal Design ทำให้ทุกคนสามารถใช้ประโยชน์เป็นพื้นที่สาธารณะได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ 
 
กรุงเทพมหานคร เดินหน้าโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์ทางคนเดินและทางจักรยานเชื่อมระหว่างสวนลุมพินีและสวนเบญจกิติ หรือที่รู้จักในชื่อ “สะพานเขียว” ซึ่งมีระยะทางรวมกว่า 1.6 กิโลเมตร โดยการปรับปรุงครั้งนี้ถือเป็นการชุบชีวิตโครงสร้างเดิมที่มีอายุกว่า 20 ปี ให้กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสีเขียวที่ทันสมัยและปลอดภัยที่สุดแห่งหนึ่งของเอเชีย 
รศ.วิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงรายละเอียดเชิงลึกของโครงการว่า เป้าหมายหลักไม่ใช่เพียงการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ แต่เป็นการออกแบบใหม่ภายใต้กลยุทธ์ "ฟื้นเมือง เชื่อมย่าน สานอนาคต" เพื่อแก้ปัญหาเรื้อรังทั้งเรื่องความปลอดภัย จุดอับสายตา และการเข้าถึงพื้นที่ที่ไม่สะดวกในอดีต โดยมี 5 มิติใหม่ที่สำคัญ ดังนี้: 
 
1. ภูมิทัศน์และการเชื่อมต่อ: สะพานเขียวไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่ทางเดิน แต่เป็น "สะพานเชื่อมระบบนิเวศ" ที่เชื่อมปอดขนาดใหญ่สองแห่งคือ สวนลุมพินีและสวนเบญจกิติ เข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์ อีกทั้งยังเชื่อมทางเดินสะพานเขียว ซอยสุขุมวิท 10 – ถนนรัชดาภิเษก, ปรับปรุง Ramp ทางเดิน-ทางจักรยาน เชื่อมสะพานเขียว – ซอยสุขุมวิท 4, ปรับปรุง Ramp เชื่อมสะพานคนเดินข้ามทางด่วนฯ – สะพานเขียว ทั้งงานโครงสร้าง งานเทฐานราก คานคอนกรีต เสริมเหล็ก คานเหล็ก และเสาเหล็ก วางแผ่นพื้น แผนติดตั้งราวบน Ramp เป็นต้น เพื่อช่วยให้โครงข่ายทางเท้าและจักรยานในย่านธุรกิจสำคัญอย่างถนนวิทยุ สารสิน และรัชดาภิเษก มีความต่อเนื่อง ลดการพึ่งพารถยนต์และส่งเสริมการเดินทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมมีการจัดสวนและปลูกพืชพรรณบนสะพาน เพื่อสร้างบรรยากาศ "ป่าในเมือง" (Urban Forest) เช่น พื้นที่ปรับปรุงภูมิทัศน์สะพานลอยข้ามแยกสารสิน ปรับปรุงภูมิทัศน์สะพานลอยข้ามทางพิเศษเฉลิมมหานคร ปรับปรุงภูมิทัศน์สะพานลอยข้ามถนนรัชดาภิเษก และปรับปรุงภูมิทัศน์ทางเดิน – ทางจักรยาน 
 
2. การออกแบบเพื่อทุกคน (Universal Design & Inclusion): กทม. ให้ความสำคัญอย่างสูงสุดกับการเข้าถึงพื้นที่ โดยโครงการได้ดำเนินการติดตั้งลิฟต์โดยสาร บริเวณจุดเชื่อมต่อสำคัญ และสร้างทางลาด (Ramp) ขนาดใหญ่ความยาวกว่า 57 เมตร ที่มีความลาดชันเหมาะสมตามมาตรฐานสากล เพื่อให้ผู้พิการที่ใช้รถเข็น ผู้สูงอายุ และครอบครัวที่ใช้รถเข็นเด็ก สามารถขึ้นมาใช้พื้นที่พักผ่อนลอยฟ้าได้อย่างเท่าเทียมกันเป็นครั้งแรก 

3. พื้นที่กิจกรรม (Sport & Social Space): ในส่วนของทางเดินและทางจักรยาน ได้มีการปรับเปลี่ยนวัสดุพื้นผิวเป็น Sport Surface ระยะทาง 500 เมตร ที่มีความยืดหยุ่น ลดแรงกระแทก เหมาะสำหรับการวิ่งและการปั่นจักรยานที่ปลอดภัย ทั้งยังปรับปรุงงานโครงสร้าง ปูบล็อกทางเดิน ทำขอบทางเดิน-ทางจักรยานทรายล้าง ระยะทาง 500 เมตร พร้อมติดราว ระยะทาง 1,000 เมตร นอกจากนี้ยังมีการสร้าง "ลานกิจกรรมอเนกประสงค์" เหนือจุดตัดสำคัญ เช่น บริเวณเหนือทางด่วนเฉลิมมหานคร และเหนือคลองไผ่สิงโต เพื่อให้เป็นพื้นที่เรียนรู้ จุดเช็กอินถ่ายภาพ และพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจที่โอบล้อมด้วยวิวตึกสูงใจกลางกรุง 
 
4. ปรับเปลี่ยนพื้นที่เสื่อมโทรมสู่ชุมชนเข้มแข็ง (Community Regeneration): หนึ่งในหัวใจของโครงการคือการปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณ "ใต้สะพาน" และจุดอับสายตาในย่านชุมชนซอยโปโลและชุมชนร่วมฤดี จากเดิมที่เป็นจุดลับตาและเสื่อมโทรม กทม. ได้ปรับให้กลายเป็นพื้นที่ที่โปร่ง โล่ง และสะอาด โดยมีการจัดสรรพื้นที่ให้ชาวชุมชนสามารถเข้ามาใช้สันทนาการและค้าขายได้ เพื่อเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตและกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่โดยรอบโครงการ 
 
5. ความปลอดภัยและแสงสว่างอัจฉริยะ (Safety First): เพื่อแก้ปัญหาความกังวลเรื่องอาชญากรรมในอดีต โครงการได้มีการวางระบบไฟฟ้าส่องสว่างใหม่ทั้งหมด ทั้งแบบส่องสว่างบนทางเดินและไฟประดับตกแต่ง พร้อมติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ตลอดเส้นทางที่มีการเชื่อมโยงข้อมูลกับศูนย์ควบคุมของ กทม. โดยตรง ทำให้สะพานเขียวโฉมใหม่สามารถเปิดให้บริการและสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้งานได้ตั้งแต่เช้ามืดจนถึงยามค่ำคืน 
 
กรุงเทพมหานครเชื่อมั่นว่าสะพานเขียวโฉมใหม่นี้ ซึ่งมีกำหนดการดำเนินงานคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในกลางปี 2569 จะไม่ได้เป็นเพียงการซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐานเดิม แต่เป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับพื้นที่สาธารณะของกรุงเทพมหานคร  ที่พร้อมเชื่อมโยงโครงข่ายการเดินทางสีเขียวให้มีความต่อเนื่องและปลอดภัย  ตอบโจทย์การคืนเวลาและสร้างความสุขให้กับประชาชน  เพื่อมุ่งสู่การเป็นเมืองที่เดินทางดี ด้วยระบบเชื่อมต่อที่ไร้รอยต่อ สิ่งแวดล้อมดี ด้วยการเพิ่มพื้นที่สีเขียวใจกลางกรุง  และ  สุขภาพดี  ผ่านการสร้างพื้นที่กิจกรรมสำหรับคนทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียมและยั่งยืน ให้ที่นี่เป็นสัญลักษณ์สำคัญที่แสดงถึงการพัฒนาเมืองที่ยึดเอาความสุขและคุณภาพชีวิตของประชาชนเป็นที่ตั้ง และเป็นต้นแบบในการเปลี่ยนพื้นที่สาธารณะที่ถูกลืมให้กลายเป็นพื้นที่แห่งโอกาสสำหรับทุกคน 
 
กรุงเทพฯ ถูกจัดอันดับเป็นเมืองอันดับ 2 ของเอเชียในรายงาน World’s Best Cities 2026 ด้วยจุดแข็งด้านการพัฒนาเมืองที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิต โดยเฉพาะการขยายพื้นที่สีเขียวและโครงข่ายทางเดินเชื่อมสวนสาธารณะ ซึ่ง “สะพานเขียว” หรือ Green Mile ที่เชื่อมสวนเบญจกิติถึงสวนลุมพินี คือภาพสะท้อนความพยายามยกระดับเมืองให้เดินได้ ใช้ได้ และหายใจได้อย่างแท้จริง ความคืบหน้าของการปรับปรุงพื้นที่แห่งนี้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่ตั้งเป้าหมาย ให้กรุงเทพมหานครเป็นเมืองน่าอยู่และมีความสุขที่สุดแห่งหนึ่งของโลก พร้อม 
 
เป็นศูนย์รวมคนเก่งจากทั่วทุกมุมโลกที่ต้องการเข้ามาทำงาน ท่องเที่ยว และใช้ชีวิตอย่างปลอดภัยและยั่งยืน แม้ต้องเผชิญ ความท้าทายในการเพิ่มพื้นที่สีเขียวในเมืองหนาแน่น กรุงเทพมหานครยังเดินหน้าควบคู่การพัฒนาพื้นที่สีเขียวระดับชุมชนและย่าน ผ่านโครงการสวน 15 นาที  รวมถึงมาตรการส่งเสริมให้ภาคเอกชนและเจ้าของอาคารร่วมเพิ่มพื้นที่สีเขียว เพื่อสร้างโครงข่ายธรรมชาติที่เข้าถึงได้ในชีวิตประจำวันของประชาชนอย่างทั่วถึง



บริษัท สมาร์ท โกลด์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด SMART GOLD MEDIA GROUP CO.,LTD. ติดต่อสอบถาม โทร : 0893284192 , ID Line : @siamturakij และ ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ