นายสุรชัย หนูพรหม รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด เปิดเผยภายหลังการสัมมนาสื่อสารวิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์องค์กร ภายใต้หัวข้อ “Go Green together, sustainably with AEROTHAI” เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา ณ Mövenpick BDMS Wellness Resort ถนนวิทยุ กรุงเทพมหานคร ว่า การสัมมนาครั้งนี้เป็นเวทีสำคัญในการสร้างความเข้าใจร่วมกันกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการบินของประเทศไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน
โดยได้รับเกียรติจากผู้บริหารและผู้แทนจากหน่วยงานผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สำคัญ รวม 25 หน่วยงาน 168 คน เข้าร่วมรับฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง โดยวิทยุการบินฯ ได้นำเสนอยุทธศาตร์องค์กรทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ 1.การให้บริการการเดินอากาศที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ 2.การสร้างบุคลากรมืออาชีพ 3.การพัฒนาไปสู่องค์กรสมรรถนะสูง และ 4. การสร้างความสามารถในการแข่งขันให้กับประเทศ โดยสร้างประโยชน์ให้กับกิจการบิน ผ่านโครงการสำคัญต่าง ๆ ด้านการพัฒนาห้วงอากาศ เพิ่มประสิทธิภาพเส้นทางบิน และด้านการพัฒนาความสามารถการรองรับท่าอากาศยาน
ตลอดจนการพัฒนาระบบเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการบริหารจราจรทางอากาศ เพื่อสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ ยังมีการเสวนาภายใต้หัวข้อ “How Can We Go Green Together?” โดยผู้แทนจากสายการบินต่าง ๆ ได้นำเสนอ มุมมอง และแนวทางการดำเนินงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งวิทยุการบินฯ ได้ดำเนินการด้านGreen Air Traffic Management (Green ATM) มุ่งพัฒนาการบริหารจราจรทางอากาศที่มีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการดูแลด้านสิ่งแวดล้อม โดยวิทยุการบินฯ เป็นหน่วยงานแรกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ที่ได้รับการรับรองGreen ATM ระดับที่ 2 จากองค์การผู้ให้บริการการเดินอากาศระหว่างประเทศ หรือ CANSO
แสดงให้เห็นถึงการบูรณาการนโยบายสิ่งแวดล้อมเข้ากับยุทธศาสตร์ขององค์กร และมุ่งมั่นพัฒนาการด้านสิ่งแวดล้อมให้ดียิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยผลลัพธ์ที่ได้รับจากการสัมมนา วิทยุการบินฯ จะนำไปใช้ในการปรับปรุงและพัฒนายุทธศาสตร์รวมถึงแผนปฏิบัติการต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับความต้องการและความคาดหวังของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างรอบด้าน อันจะช่วยผลักดันอุตสาหกรรมการบินของประเทศไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ เป็นการบินที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง
นายสุรชัย กล่าวเพิ่มเติมให้กับผู้ร่วมงานทราบว่า สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ส่งผลให้หลายประเทศปิดหรือจำกัดน่านฟ้า ทำให้การบินระหว่างประเทศต้องปรับเส้นทางและตารางบิน ส่งผลกระทบต่อเที่ยวบินของไทยรวมกว่า 500 เที่ยวบิน (ข้อมูล ณ วันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 5 มีนาคม 2569) อากาศยานจอดรอ 23 ลำโดยเฉพาะท่าอากาศยานสุวรรณภูมิที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด วิทยุการบินฯ ในฐานะผู้ให้บริการการเดินอากาศ ได้บริหารจัดการจราจรทางอากาศอย่างเต็มกำลังความสามารถ ตรวจสอบและประเมินสถานการณ์น่านฟ้าแบบเรียลไทม์ตลอด 24 ชั่วโมง ประสานงานใกล้ชิดกับศูนย์ควบคุมการบินระหว่างประเทศ และดำเนินมาตรการบริหารความคล่องตัวของการจราจรทางอากาศ เพื่อปรับเส้นทางบิน จัดลำดับเที่ยวบิน และบริหารพื้นที่จอดอากาศยานอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดผลกระทบ รักษามาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด และสร้างความเชื่อมั่นให้การเดินอากาศในน่านฟ้าไทยว่ายังคงดำเนินไปอย่างมั่นคงท่ามกลางสถานการณ์ที่ผันผวน