วันที่ 15 มีนาคม 2569 พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่จังหวัด พัทลุง เพื่อติดตามความคืบหน้าโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคม พร้อมรับฟังข้อเสนอจากประชาชนเกี่ยวกับแนวคิดการพัฒนา โครงการถนนรอบเกาะหมาก พร้อมสะพานเชื่อมเขาชัน – แหลมหลา ณ หน่วยพิทักษ์ป่าอ่าวท่ายาง หมู่ 2 บ้านช่องฟืน ตำบลเกาะหมาก อำเภอปากพะยูน
การลงพื้นที่ครั้งนี้มี สาโรจน์ สามารถ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ร่วมติดตามสถานการณ์ โดยมี สุจินต์ วาจากิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง ผู้นำท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่ให้การต้อนรับ
พิพัฒน์ กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อรับฟังปัญหาและความต้องการของประชาชนโดยตรง พร้อมติดตามแนวคิดการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญในพื้นที่ โดยเฉพาะการพัฒนา ถนนรอบเกาะหมากและสะพานเชื่อมเขาชัน–แหลมหลา ซึ่งจะช่วยให้ประชาชนเดินทางได้สะดวกและปลอดภัยมากขึ้น ลดระยะเวลาในการสัญจร และสนับสนุนการขนส่งผลผลิตทางการเกษตรและประมงของชุมชนออกสู่ตลาดได้รวดเร็วขึ้น
สำหรับแนวคิดโครงการเบื้องต้น จะมีการ ยกระดับมาตรฐานถนนรอบเกาะหมาก ระยะทางประมาณ 33 กิโลเมตร พร้อมก่อสร้าง สะพานคอนกรีตเสริมเหล็ก ขนาดกว้าง 12 เมตร ยาวประมาณ 1,000 เมตร เพื่อเชื่อมระหว่างหมู่ที่ 2 บ้านช่องฟืน กับหมู่ที่ 7 บ้านเขาชัน ซึ่งจะช่วยเชื่อมโยงการเดินทางของประชาชนรอบพื้นที่ ทะเลสาบสงขลา ให้สะดวกยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ ในเบื้องต้นได้มอบหมายให้ กรมทางหลวงชนบท ดำเนินการศึกษาความเหมาะสมของโครงการ โดยจะหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงพื้นที่ เขตห้ามล่าทะเลสาบสงขลา เพื่อพิจารณาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม พร้อมจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ก่อนพัฒนาโครงการในอนาคต
พิพัฒน์ ระบุว่า หากโครงการสามารถดำเนินการได้ จะช่วยสร้างประโยชน์ให้กับประชาชนในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในด้านการเดินทางที่สะดวกและปลอดภัยมากขึ้น การขนส่งผลผลิตประมงและการเกษตรไปยังตลาดได้รวดเร็ว การเข้าถึงบริการสาธารณสุข การศึกษา และบริการภาครัฐ ตลอดจนส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ทะเลสาบสงขลาและอำเภอปากพะยูน
รัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในภูมิภาค เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง ทั้งด้านเศรษฐกิจ การเดินทางที่สะดวกปลอดภัย และการยกระดับคุณภาพชีวิต โดยจังหวัดพัทลุงและพื้นที่ภาคใต้จะได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างโอกาสใหม่ให้กับเศรษฐกิจชุมชนและการท่องเที่ยวในอนาคต