
นางสาวกิตติวรรณ อนุเวชสกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แมคไทย จำกัด เปิดเผยว่า จากสถานการณ์เรื่องสงครามที่เกิดขึ้นขณะนี้ที่อาจจะส่งผลกระทบในเรื่องของภาพรวมด้านเศรษฐกิจทั่วโลกและประเทศไทย ทางแมคไทยก็ต้องบอกว่าเราต้องคอยมอนิเตอร์อย่างใกล้ชิดและมีการวางแผนล่วงหน้าเพื่อบริหารความเสี่ยงด้านต้นทุน เพราะธุรกิจของเราความกังวลมากที่สุดอยู่ที่ความผันผวนของต้นทุน โดยเฉพาะราคาพลังงานที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อค่าใช้จ่ายด้านโลจิสติกส์และวัตถุดิบในธุรกิจร้านอาหาร เนื่องจากธุรกิจร้านอาหารต้องพึ่งพาวัตถุดิบและระบบซัพพลายเชนที่หลากหลาย
สำหรับในปี 2569 แมคไทยได้วางแผนธุรกิจไว้คือต้องการผลักดันแบรนด์พร้อมพุ่งทะยานภายใต้คอนเซปต์ “Racing the Future” ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงการขยายสาขา แต่คือการเขย่าโครงสร้างธุรกิจให้เข้าถึงอินไซต์คนไทยในทุกมิติ ดังต่อไปนี้ผนึกพาร์ทเนอร์ระดับโลก สร้าง Brand Connection ภายใต้กลยุทธ์ ‘3 Values’ หัวใจสำคัญของการเติบโตที่ยั่งยืนตอบโจทย์เศรษฐกิจและสังคม ประกอบด้วย
Value for Money: เน้นความคุ้มค่าผ่านเมนูที่คนไทยรักอย่าง ไก่ทอดแมค และแมคข้าวกะเพรา ที่เข้าถึงง่ายในทุกเวลา
Value for Economy: เดินหน้าขยายสาขาในทำเลศักยภาพ เพื่อกระตุ้นการจ้างงานและขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม
Value for Community: การันตีความรับผิดชอบต่อสังคมผ่านโครงการ ‘McHappy Smile’ และการอยู่เคียงข้างครอบครัวผู้ป่วยเด็กผ่าน มูลนิธิโรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮาส์ (บ้านแมค) มายาวนานกว่า 25 ปี
โดยในช่วงเริ่มต้นปีที่ผ่านมามาเราได้ผนึกกำลังกับพาร์ทเนอร์ระดับโลก ตอกย้ำความแข็งแกร่งของแมคโดนัลด์ในฐานะแบรนด์ QSR ระดับโลกเพียงหนึ่งเดียว ที่ได้รับเลือกเป็นผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการ (Official Restaurant Sponsor) ของการแข่งขันฟุตบอลระดับโลก ‘FIFA World Cup 2026™’ โดยแมคโดนัลด์ ประเทศไทย พร้อมถ่ายทอดประสบการณ์ระดับสากลนี้สู่ผู้บริโภคชาวไทยผ่านความร่วมมือสุดเอ็กซ์คลูชีฟ เพื่อเสิร์ฟความตื่นเต้นและโมเมนต์สุดพิเศษให้แฟนบอลชาวไทยตลอดฤดูกาล ในขณะเดียวกัน แมคโดนัลด์ ประเทศไทย พร้อมอยู่เคียงข้างทุกช่วงเวลาสำคัญของผู้บริโภคชาวไทยอย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็น ‘วันเด็กแห่งชาติ’ ซึ่งแมคโดนัลด์ได้ส่งต่อความสุขให้น้องๆ ด้วยการริเริ่มการแจกไอศกรีมโคน มายาวนานกว่า 16 ปี รวมถึงเทศกาลพิเศษและวันสำคัญของชาวไทย เพื่อสร้างความเชื่อมั่น ความผูกพัน กับผู้บริโภคชาวไทยอย่างยั่งยืน
นอกจากนี้ ความสำเร็จของ McDonald’s App ด้วยยอดดาวน์โหลดกว่า 6 ล้านคน สะท้อนถึงความไว้วางใจและการยอมรับจากผู้บริโภคอย่างชัดเจน โดยในปีนี้ แมคโดนัลด์ ประเทศไทย จะเดินหน้ายกระดับประสบการณ์ดิจิทัลสู่ขั้นกว่า ผ่านการเปิดตัว Loyalty Program ให้ทุกการใช้จ่ายของลูกค้ามีมูลค่ายิ่งขึ้น เพื่อมอบสิทธิประโยชน์ที่คุ้มค่าและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคดิจิทัล พร้อมสร้างประสบการณ์ที่เหนือระดับ อย่างไร้รอยต่อ และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคใหม่อย่างเต็มรูปแบบ
ผู้บริหารสาว กล่าวต่อว่า ในด้านการขยายธุรกิจ แมคโดนัลด์วางแผนเปิดสาขาใหม่อย่างต่อเนื่องจากปี 2568 ที่มีการขยายสาขาเพิ่ม 12 แห่ง โดยจะเลือกทำเลที่มีศักยภาพสูงและสามารถตอบโจทย์ความต้องการของชุมชนในพื้นที่ได้ ขณะเดียวกัน บริษัทจะเดินหน้าปรับปรุงร้านเดิมให้ทันสมัยมากขึ้น เพื่อยกระดับประสบการณ์ลูกค้า และเพิ่มเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อความสะดวกสบายในการใช้บริการ นอกจากนี้การขยายสาขาใหม่ๆ ยังช่วยสร้างงานในชุมชน โดยคาดว่าจะสามารถจ้างงานเพิ่มได้มากกว่า 1,000 ตำแหน่ง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแนวคิด Value for Economy ที่มุ่งสนับสนุนเศรษฐกิจและชุมชนให้เติบโตไปพร้อมกับธุรกิจด้วย
อย่างไรก็ตาม แม้ภาพรวมตลาด QSR ในปีนี้จะเต็มไปด้วยความท้าทายที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา อีกทั้งยังมีการแข่งขันสูงมาอย่างต่อเนื่อง และในประเทศไทยการแข่งขันไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะกลุ่ม QSR เท่านั้น แต่ยังรวมถึงตลาดอาหารนอกบ้านทั้งหมดที่มีผู้ประกอบการหลากหลายรูปแบบแต่ด้วยกลยุทธ์ที่ชัดเจนผสานกับความแข็งแกร่งในฐานะแบรนด์ระดับสากล โดยในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2569 ยอดขายยังคงเติบโตได้ดี และมีการเปิดสาขาใหม่แล้วประมาณ 5 แห่ง โดยยังคงเดินหน้าขยายธุรกิจต่อเนื่องตลอดทั้งปีทำให้ทาง แมคโดนัลด์ ประเทศไทย มั่นใจว่าภายในปีนี้เรายังขับเคลื่อนธุรกิจสู่การเติบโตอย่างมั่นคงต่อไปได้อย่างแน่นอน
