BKIH โชว์ผลงานปี 68 ทำกำไรสุทธิกว่า 3,135 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 2.2% พร้อมจ่ายเงินปันผลรวมทั้งปีหุ้นละ 17.50 บาท จากผลประกอบการที่เติบโตขึ้นอย่างแข็งแกร่งและทำลายสถิติของกรุงเทพประกันภัย

วันจันทร์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2569

BKIH โชว์ผลงานปี 68 ทำกำไรสุทธิกว่า 3,135 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 2.2% พร้อมจ่ายเงินปันผลรวมทั้งปีหุ้นละ 17.50 บาท จากผลประกอบการที่เติบโตขึ้นอย่างแข็งแกร่งและทำลายสถิติของกรุงเทพประกันภัย


คุณชัย โสภณพนิช ประธานกรรมการ บริษัท บีเคไอ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BKIH และบริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ BKI เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานของ BKIH ในปี 2568 (ม.ค.-ธ.ค.) มีรายได้จากการประกันภัย 31,350.7 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อน เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.03 และมีกำไรสุทธิ 3,135.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 2.2 คิดเป็นกำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน 29.45 บาท สำหรับการจัดสรรเงินปันผลในปี 2568 บริษัทฯ จัดสรรเงินปันผลระหว่างกาลไปแล้ว อัตราหุ้นละ 11.25 บาท และในงวดสุดท้ายของปี 2568 ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเสนอให้จ่ายเงินปันผล หุ้นละ 6.25 บาท รวมจ่ายเงินปันผลทั้งปี 2568 ในอัตราหุ้นละ 17.50 บาท โดยมีอัตราเงินปันผลตอบแทนที่ร้อยละ 5.8 และคิดเป็นร้อยละ 59.4 ของกำไรสุทธิต่อหุ้น 

ในส่วนของบริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ BKI ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่สร้างรายได้หลักของ BKIH ในปี 2568 (ม.ค.-ธ.ค.) มีรายได้จากการประกันภัย 31,350.7 ล้านบาท และแม้ต้องเผชิญกับมหันตภัยใหญ่ที่สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินที่รับประกันภัยจากภัยแผ่นดินไหวและน้ำท่วมใหญ่ในพื้นที่ภาคใต้ กอปรกับมีต้นทุนการซื้อประกันภัยต่อที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับมหันตภัย กรุงเทพประกันภัยยังสามารถสร้างผลประกอบการที่เติบโตขึ้นอย่างแข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิ 3,121.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.3 และถือเป็นการทำกำไรสุทธิที่ทำลายสถิติเดิม โดยคิดเป็นกำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐานที่ 29.32 บาท และได้รับการยืนยันอันดับความน่าเชื่อถือทางการเงินที่แข็งแกร่ง Credit Rating ระดับ A- (Stable) อย่างต่อเนื่อง จากสถาบันการจัดอันดับทางการเงินชั้นนำของโลก Standard & Poor’s (S&P)  

อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางทำให้ราคาพลังงานมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น และส่งผลกระทบต่อต้นทุนค่าครองชีพของผู้บริโภค เพิ่มแรงกดดันต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคที่อยู่ในระดับจำกัดจากภาระหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูงมาก่อนหน้านี้ ผนวกกับความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงินที่ยังส่งผลต่อเนื่องมายังยอดจำหน่ายสินทรัพย์ เช่น บ้านอยู่อาศัยและรถยนต์ ขณะเดียวกันการแข่งขันของตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) จะมีแนวโน้มลดลงในปีนี้ จากต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้นและการสิ้นสุดมาตรการอุดหนุนรถ EV 3.0 ของรัฐบาล ซึ่งย่อมส่งผลกระทบต่อยอดจำหน่ายรถยนต์โดยรวมที่อาจเติบโตชะลอตัวลงจากปีที่ผ่านมา ด้านเบี้ยประกันภัยทางทะเลและขนส่ง และเบี้ยประกันภัยจากธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกที่น่าจะได้รับผลกระทบจากมูลค่าการส่งออกที่คาดว่าจะมีอัตราการเติบโตลดลง หลังจากการเร่งส่งออกในปีที่ผ่านมา เพื่อหลีกเลี่ยงมาตรการปรับขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ผนวกกับภาวะสงครามที่อาจทำให้ปริมาณการส่งออกสินค้าได้รับผลกระทบจากต้นทุนการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศที่ปรับเพิ่มขึ้น และภาวะสงครามมีแนวโน้มทำให้อัตราเบี้ยประกันภัยการขนส่งสินค้าในส่วนที่คุ้มครองความเสียหายอันเกิดจากภัยสงคราม (War Risk) จะปรับเพิ่มขึ้นอย่างมาก รวมถึงสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางที่มีทีท่าว่าจะยืดเยื้อ อาจส่งผลให้ผู้รับประกันภัยต่อในตลาดประกันภัยเครื่องบิน มีโอกาสปรับเบี้ยประกันภัยเพิ่มสำหรับความเสียหายต่อตัวเครื่องบินหรือความรับผิดต่อบุคคลภายนอก ถึงแม้ว่าจะยังไม่มีรายงานเครื่องบินถูกจับยึดโดยรัฐบาลคู่สงคราม หรือได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ดังกล่าว นอกจากนี้ พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 อาจประกาศใช้ล่าช้ากว่ากำหนดประมาณ 3 เดือน เนื่องจากรอการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งจะส่งผลให้การลงทุนภาครัฐในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2569 อาจต้องหยุดชะงัก และเบี้ยประกันภัยโครงการภาครัฐต้องเลื่อนออกไปในช่วงดังกล่าว อย่างไรก็ดี คาดว่าหลังจากนั้นจะดำเนินการได้อย่างต่อเนื่องตามปกติ



บริษัท สมาร์ท โกลด์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด SMART GOLD MEDIA GROUP CO.,LTD. ติดต่อสอบถาม โทร : 0893284192 , ID Line : @siamturakij และ ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ