กรุงเทพฯ – 26 มีนาคม 2569 – นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานในพิธีเนื่องในวันคล้ายวันสถาปนากิจการรถไฟ ครบรอบ 129 ปี เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 โดยมีคณะผู้บริหารระดับสูงกระทรวงคมนาคม และนายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการรถไฟฯ รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยพนักงานเข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง ณ สถานีรถไฟกรุงเทพ (หัวลำโพง)
นายพิพัฒน์ เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลากว่า 129 ปี การรถไฟแห่งประเทศไทยถือเป็นเส้นเลือดใหญ่ด้านการคมนาคมที่ผูกพันกับวิถีชีวิตคนไทย ครอบคลุมเส้นทางกว่า 47 จังหวัด สำหรับก้าวต่อไปของการรถไฟฯ ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงคมนาคม จะมุ่งเน้นการพลิกโฉมและยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านระบบรางอย่างเต็มรูปแบบ โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือ "การสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี ยกระดับเศรษฐกิจ และลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับพี่น้องประชาชน" ผ่านการขับเคลื่อนนโยบายที่สำคัญ ดังนี้ เดินทางรวดเร็วและครอบคลุมยิ่งขึ้น โดยเร่งรัดการก่อสร้างโครงการรถไฟทางคู่ เส้นทางใหม่ๆ รวมถึงโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน เพื่อลดเวลาในการเดินทางของประชาชน ให้สามารถเชื่อมต่อระหว่างภูมิภาคได้อย่างไร้รอยต่อ เพิ่มทางเลือกที่คุ้มค่าและยกระดับคุณภาพชีวิตเมือง โดยเดินหน้าพัฒาระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดง และบริการของรถไฟในทุกมิติ เพื่อเป็นทางเลือกในการเดินทางที่ควบคุมค่าใช้จ่ายได้ ปลอดภัย เข้าถึงง่าย ช่วยแก้ปัญหาการจราจรติดขัด และลดมลพิษทางอากาศ
ลดต้นทุนสินค้าเพื่อเศรษฐกิจไทย พัฒนาให้การรถไฟฯ เป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่อด้านโลจิสติกส์ของประเทศ รองรับการขนส่งสินค้าขนาดใหญ่ด้วยต้นทุนที่ต่ำลง ซึ่งจะช่วยลดราคาสินค้าอุปโภคบริโภคปลายทาง และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
รวมถึง ยกระดับความปลอดภัยและบริการ เตรียมความพร้อมโครงสร้างองค์กรภายใต้ พ.ร.บ. การขนส่งทางราง เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้บริหารโครงสร้างพื้นฐานระบบรางที่ได้มาตรฐานสากล มุ่งเน้นความปลอดภัยสูงสุดของผู้โดยสารเป็นสำคัญ
ในโอกาสเดียวกัน นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย ได้เข้าสักการะอนุสรณ์ปฐมฤกษ์รถไฟหลวง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งการเริ่มต้นกิจการรถไฟไทย เมื่อวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2439 ในเส้นทางกรุงเทพ –พระนครศรีอยุธยา อันถือเป็นจุดกำเนิดของระบบคมนาคมทางรางของประเทศ พร้อมประกอบพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน 19 รูป และพิธีเจริญพระพุทธมนต์ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่หน่วยงานและบุคลากรของการรถไฟฯ
นอกจากนี้ ยังได้จัดพิธีปล่อยขบวนรถจักรไอน้ำนำเที่ยว ขบวนที่ 901 เส้นทางประวัติศาสตร์ กรุงเทพ – อยุธยา ซึ่งเปิดโอกาสให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้สัมผัสเสน่ห์ของการเดินทางย้อนยุค ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความทรงจำที่ทรงคุณค่า โดยได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติเป็นจำนวนมาก
ขณะเดียวกัน ได้มอบโล่และประกาศนียบัตรแก่ผู้ปฏิบัติงานครบ 25 ปี พร้อมแหนบที่ระลึก รวมถึงรางวัลพนักงานดีเด่นประจำปี 2568 และรางวัลล้อปีกรถไฟเกียรติยศ เพื่อเชิดชูเกียรติบุคลากรที่ปฏิบัติงานด้วยความทุ่มเทและสร้างคุณประโยชน์ให้แก่องค์กร
การรถไฟแห่งประเทศไทย ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาโครงข่ายระบบรางให้ทันสมัย มีประสิทธิภาพ
เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของโลก เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนการค้า การลงทุน และการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ มุ่งมั่นที่จะพัฒนาระบบรางให้ทันสมัย เพื่อสร้างโอกาสและอนาคตที่ยั่งยืนให้กับคนไทยทุกคน