กรมชลประทาน เดินหน้าปรับปรุงโครงการชลประทานขนาดกลางในพื้นที่ภาคเหนือเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจให้กับเกษตรกร
นายเกื้อกูล มานะสัมพันธ์สกุล ผู้อำนวยการโครงการชลประทานเชียงใหม่ กรมชลประทาน เป็นตัวแทนนายทศพล เผื่อนอุดม ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานการประชุมปัจฉิมนิเทศ โครงการศึกษาความเหมาะสมการปรับปรุงโครงการชลประทานขนาดกลางจังหวัดลำพูนและอำเภอจอมทอง อำเภอฮอด อำเภอดอยหล่อและอำเภอดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่
นายเกื้อกูล กล่าวว่าโครงการชลประทานขนาดกลางเป็นเครื่องมือที่สำคัญของกรมชลประทานที่สนับสนุนน้ำเพื่อทำการเกษตรและกิจกรรมความต้องการใช้น้ำด้านต่าง ๆ ช่วยให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี แต่เนื่องจากอาคารและระบบชลประทานที่ก่อสร้างและใช้งานมาอย่างยาวนาน ทำให้เกิดชำรุดเสียหายและประสิทธิภาพการส่งน้ำต่ำ เกิดผลกระทบต่อประชาชน ทำให้เจ้าหน้าที่ชลประทานในพื้นที่ ไม่สามารถบริหารจัดการน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ
กรมชลประทานนั้นมีพันธกิจที่สำคัญ 4 ข้อคือ พัฒนาแหล่งน้ำและเพิ่มพื้นที่ชลประทานตามศักยภาพของลุ่มน้ำให้เกิดความสมดุล บริหารจัดการน้ำอย่างบูรณาการทั่วถึงและเป็นธรรม พร้อมกับดำเนินการป้องกันและบรรเทาภัยอันเกิดจากน้ำตามภารกิจอย่างเหมาะสม และเสริมสร้างการมีส่วนร่วมในการพัฒนาแหล่งน้ำและบริหารจัดการน้ำ
กรมชลประทานนั้นเห็นความสำคัญต่อการปรับปรุงโครงการชลประทานที่มีอยู่เดิม ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งยังดำเนินการได้รวดเร็วเพราะปรับปรุงต่อยอดในพื้นที่ความรับผิดชอบของกรมชลประทานเอง แต่จากปัญหาที่โครงการชลประทานต่าง ๆ ชำรุดเสียหายและมีประสิทธิภาพต่ำ เพื่อแก้ไขปัญหาภัยที่เกิดจากน้ำปัญหาเจ้าหน้าที่ลดลง ปัญหาแย่งใช้น้ำจากเศรษฐกิจที่ขยายการเติบโต
กรมชลประทานจึงได้กำหนดยุทธศาสตร์ 5 ข้อ เพื่อขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายและวิสัยทัศน์ของกรมชลประทาน เพื่อแก้ไขปัญหาด้านต่างที่เกิดขึ้น โดยใช้ระบบ IoT ระบบ AI ระบบ Application และ พัฒนาทักษะของบุคลากร พร้อมทั้งพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัย เพื่อขับเคลื่อนให้กรมชลประทานแก้ไขปัญหาได้อย่างยั่งยืน และสร้างความมั่นคงด้านน้ำและเพิ่มคุณค่าการบริการ ได้อย่างสมบูรณ์
นายปรัชญา ฉายวัฒนา ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมโยธา (ด้านวางแผน) กล่าวเสริมว่า โครงการศึกษาความเหมาะสมการปรับปรุงโครงการชลประทานขนาดกลางทั้ง 8 อำเภอในจังหวัดลำพูน และ อำเภอจอมทอง อำเภอฮอด อำเภอดอยหล่อ อำเภอดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่ เป็นงานศึกษาที่กรมชลประทานดำเนินการโดยสำนักบริหารโครงการ ได้ว่าจ้างกลุ่มบริษัทที่ปรึกษามาทำการศึกษาความเหมาะสมเนื่องจากโครงการชลประทานขนาดกลางได้ก่อสร้างและใช้งานมาเป็นระยะเวลานาน ทำให้อาคารและระบบชลประทานชำรุดเสียหายและมีประสิทธิภาพต่ำ จึงทำการศึกษาความเหมาะสมเพื่อประโยชน์ คือ เพื่อปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพโครงการ เพื่อช่วยบรรเทาภัยที่เกิดจากน้ำในเขตโครงการ เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นระบบให้สอดคล้องกับวิถีชีวิต สังคม สิ่งแวดล้อม และแผนงานอื่น ๆ ในอนาคต และเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของราษฎร
การศึกษาใช้ระยะเวลา 15 เดือน โดยเริ่มมาตั้งแต่ 6 กุมภาพันธ์ 2568 และจะสิ้นสุด 1 พฤษภาคม 2569 สำหรับผลการศึกษาจะได้ ประกอบด้วย
1.แผนหลักการพัฒนาและบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ 8 อำเภอของจังหวัดลำพูน มีแผนงานโครงการรวม 29 โครงการ ความจุกักเก็บน้ำรวม 21.462 ล้านลูกบาศก์เมตร มีพื้นที่ชลประทานและรับประโยชน์ 33,607 ไร่ และ 4 อำเภอของจังหวัดเชียงใหม่ มีแผนงานโครงการรวม 31 โครงการ ความจุกักเก็บน้ำรวม 66.46 ล้านลูกบาศก์เมตร พื้นที่ชลประทานและรับประโยชน์ 52,655 ไร่ รวมทั้งสิ้น 60 โครงการได้ความจุกักเก็บน้ำรวม 87.922 ล้านลูกบาศก์เมตร พื้นที่ชลประทานและรับประโยชน์ 86,262 ไร่
2.แผนการปรับปรุงโครงการชลประทานขนาดกลางที่มีความสำคัญลำดับต้น 9 โครงการจาก 16 โครงการที่ประเมินและคัดเลือกจากพื้นที่ศึกษา 2 จังหวัด ระยเวลา 10 ปี ทั้งแผนระยะเร่งด่วน แผนระยะสั้น แผนระยะกลางและแผนระยะยาว ได้แก่
2.1 โครงการฝายชลขันธ์พินิจ ต.ดอยแก้ว อ.สารภี เชียงใหม่ อายุใช้งาน 84 ปี พื้นที่ชลประทาน 44,900 ไร่ ประกอบด้วย 5 แผนงาน 83 กิจกรรมย่อย
2.2 โครงการอ่างเก็บน้ำแม่ธิ ต.บ้านธิ อ.บ้านธิ จ.ลำพูน อายุใช้งาน 39 ปี พื้นที่ชลประทาน 6,500 ไร่ ประกอบด้วย 5 แผนงาน 24 กิจกรรมย่อย
2.3 โครงการอ่างเก็บน้ำแม่สาน ต.ศรีบัวบาน อ.เมืองลำพูน จ.ลำพูน อายุใช้งาน 40 ปี พื้นที่ชลประทาน 9,600 ไร่ ประกอบด้วย 5 แผนงาน 31 กิจกรรมย่อย
2.4 โครงการอ่างเก็บน้ำแม่เมย ต.ทาขุมเงิน อ.แม่ทา จ.ลำพูน อายุใช้งาน 24 ปี พื้นที่ชลประทาน 2,500 ไร่ ประกอบด้วย 5 แผนงาน 35 กิจกรรมย่อย
2.5 โครงการฝายวังตอง ต.เวียงยอง อ.เมืองลำพูน จ.ลำพูน อายุใช้งาน 50 ปี พื้นที่ชลประทาน 4,500 ไร่ ประกอบด้วย 5 แผนงาน 37 กิจกรรมย่อย
2.6 โครงการฝายเหมืองดั้ง ต.ป่าพลู อ.บ้านโฮ่ง จ.ลำพูน อายุใช้งาน 41 ปี พื้นที่ชลประทาน 11,300 ไร่ ประกอบด้วย 4 แผนงาน 31 กิจกรรมย่อย
2.7 โครงการอ่างเก็บน้ำแม่ตูบ ต.โปงทุ่ง อ.ดอยเต่า จ.เชียงใหม่ อายุใช้งาน 40 ปี พื้นที่ชลประทาน 14,967 ไร่ ประกอบด้วย 4 แผนงาน 32 กิจกรรมย่อย
2.8 โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยโป่งจ้อ ต.สันติสุข อ.ดอยหล่อ จ.เชียงใหม่ อายุใช้งาน 43 ปี พื้นที่ชลประทาน 9,742 ไร่ ประกอบด้วย 6 แผนงาน 46 กิจกรรมย่อย
2.9 โครงการฝายเหมืองใหม่ ต.บ้านหลวง อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ อายุใช้งาน 43 ปี พื้นที่ชลประทาน 8,116 ไร่ ประกอบด้วย 6 แผนงาน 28 กิจกรรมย่อย
รวมทั้งสิ้น 9 โครงการ 45 แผนงาน 347 กิจกรรมย่อย เป็นค่าใช้จ่ายเงินลงทุน 3,253.185 ล้านบาท
ขณะที่นายอภิวัฒน์ ภูมิไธสงค์ รองผู้อำนวยการสำนักชลประทานที่ 1 กล่าวว่าเมื่อได้ผลการศึกษาปรับปรุงทั้ง 9 โครงการแล้ว ชลประทานในพื้นที่โดยสำนักงานชลประทานที่ 1 จะบรรจุเข้าแผน MTEF และเตรียมความพร้อมในการออกแบบรายละเอียดและของบประมาณเพื่อปรับปรุงโครงการ และมอบหมายให้โครงการชลประทานลำพูนและโครงการชลประทานเชียงใหม่ ไปเร่งประชาสัมพันธ์ พร้อมดำเนินการในแผนงานเร่งด่วน แผนงานระยะสั้นและแผนงานที่ไม่ใช่สิ่งก่อสร้าง ให้การแก้ไขปัญหาเร่งด่วนในพื้นที่ทำได้อย่างรวดเร็ว
“เมื่อมีการปรับปรุงโครงการแล้วจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร เพราะน้ำเป็นปัจจัยสำคัญของเกษตรกรและประชาชน โดยอาคารและระบบชลประทาน เป็นเครื่องมือที่โครงการชลประทานในพื้นที่ ๆ ใช้สนับสนุนการทำการเกษตรและความต้องการใช้น้ำทุกด้าน การปรับปรุงโครงการชลประทานขนาดกลาง จะทำให้การส่งน้ำและบริหารจัดการน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพและทั่วถึง ตรงตามความต้องการของเกษตรกร จะช่วยเพิ่มผลผลิตมากขึ้นและมีคุณภาพ ช่วยเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรมากขึ้น ส่งผลให้คุณภาพชีวิตของเกษตรดีขึ้น ขณะเดียวกันการปรับปรุงโครงการและระบบส่งน้ำก็จะช่วยการประหยัดน้ำ ทำให้มีน้ำชลประทานเกิดความมั่นคง สามารถสนับสนุนกิจกรรมความต้องการใช้น้ำด้านต่างๆได้ทั่วถึง” นายอภิวัฒน์ กล่าว
สำหรับการป้องกันภัยอันเกิดจากน้ำ เมื่อมีการปรับปรุงระบบชลประทานต่าง ๆ แล้ว โครงการชลประทานในพื้นที่ทั้ง 2 โครงการ ได้แก่ โครงการชลประทานลำพูนและโครงการชลประทานเชียงใหม่ จะมีเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการช่วยแก้ไขและบรรเทาปัญหาภัยแล้ง ปัญหาอุทกภัยและปัญหาอื่นๆ อันเกิดจากน้ำ พร้อมทั้งสนับสนุนกิจกรรมของชุมชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สำหรับเพิ่มพูนรายได้ให้แก่ชุมชน และเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจในพื้นที่ชลประทาน
สำหรับกลุ่มผู้ใช้น้ำอ่างเก็บน้ำห้วยโป่งจ้อ นายทิม แสนปุก กรรมการกลุ่มผู้ใช้น้ำ ย้อนให้ฟังว่า หลายปีก่อนหน้านี้ตนเคยเป็นประธานกลุ่มผู้ใช้น้ำ ได้นำสมาชิกในชุมชน ใครมีรถยนต์มอเตอร์ไซค์ ก็นำรถใส่ภาชนะไปขนน้ำจากแม่น้ำปิง ที่อยู่ห่างออกไป 12 กิโลเมตร ขนน้ำมาเติมในอ่างเก็บน้ำห้วยโป่งจ้อ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ให้เห็นว่า เกษตรกรวิกฤตน้ำ และก็ได้ผล เพราะการแสดงออกของชาวบ้านทำให้รถติด มีสื่อมวลชนมาทำข่าว ทางผู้เกี่ยวข้องจึงได้ลงมาสำรวจ เพื่อที่จะทำการปรับปรุงอ่างเก็บน้ำจนมีวันนี้ ตน และชาวบ้านดีใจมาก