วันนี้ (9 เม.ย. 2569) นายอรรถวิท รักจำรูญ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) เปิดเผยภายหลังการแถลงข่าวรีแบรนด์องค์กรครั้งสำคัญ ปรับภาพลักษณ์ใหม่ภายใต้ชื่อ “BKS” พร้อมเปิดตัวแอปพลิเคชัน “BKS E-Ticket” และบริการ “BKS Express” ณ สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (จตุจักร) หรือหมอชิต 2
การรีแบรนด์ครั้งนี้ถือเป็นการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ จากรัฐวิสาหกิจเดินรถ สู่ผู้ให้บริการด้านการเดินทางและโลจิสติกส์แบบครบวงจร โดยชื่อ “BKS” ถูกออกแบบให้กระชับ ทันสมัย และสื่อสารในระดับสากลได้ง่าย พร้อมนิยามองค์กรใหม่
- B – Best มุ่งสู่ความเป็นเลิศ
- K – Kindness บริการด้วยความใส่ใจ
- S – Safety ยึดความปลอดภัยเป็นอันดับหนึ่ง
พร้อมกันนี้ ยังเน้นย้ำการยกระดับบริการของพนักงานให้มีความเป็นมืออาชีพ ยิ้มแย้ม และเข้าถึงผู้โดยสารมากขึ้น
ไฮไลต์สำคัญคือการเปิดตัวแอปพลิเคชัน “BKS E-Ticket” ภายใต้แนวคิด “เดินทางทั่วไทย เชื่อมไปทั่วโลก” ซึ่งจะช่วยให้ผู้โดยสารสามารถจองตั๋วล่วงหน้า เลือกเส้นทาง เลือกที่นั่ง และชำระเงินผ่านระบบออนไลน์ได้ครบจบในแอปเดียว พร้อมรับตั๋วในรูปแบบดิจิทัล ลดขั้นตอน เพิ่มความสะดวก รองรับพฤติกรรมผู้ใช้งานยุคใหม่ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างพัฒนาและเตรียมเปิดให้ดาวน์โหลดเร็ว ๆ นี้
อีกหนึ่งก้าวสำคัญคือการรุกธุรกิจโลจิสติกส์ ผ่านบริการ “BKS Express” ภายใต้แนวคิด “ส่งของทั่วไทย ส่งไปทั่วโลก” ใช้จุดแข็งเครือข่ายเส้นทางรถโดยสารที่ครอบคลุมทุกภูมิภาค เพื่อให้บริการรับ-ส่งพัสดุที่รวดเร็ว ปลอดภัย และตรวจสอบสถานะได้ รองรับทั้งภาคประชาชนและธุรกิจ พร้อมแผนขยายสู่การขนส่งระหว่างประเทศในอนาคต
นอกจากนี้ บขส. ยังมีแผนศึกษาโครงการ LERKA Marketplace เพื่อยกระดับสินค้า OTOP และ GI จากชุมชนสู่ตลาดสากล ผ่านทั้งช่องทางสถานีขนส่งทั่วประเทศ และแพลตฟอร์มออนไลน์ สร้างรายได้ฐานราก และเพิ่มมูลค่าสินค้าท้องถิ่น
รวมถึงการเปิดพื้นที่เชิงพาณิชย์ 8 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ ชลบุรี ระยอง ปราจีนบุรี พระนครศรีอยุธยา สมุทรสงคราม ประจวบคีรีขันธ์ และเพชรบูรณ์ เพื่อดึงภาคเอกชนเข้ามาร่วมพัฒนา สร้างรายได้ระยะยาวให้กับองค์กร
สำหรับช่วงเทศกาล สงกรานต์ ปี 2569 บขส. คาดการณ์ว่าประชาชนจะทยอยเดินทางกลับภูมิลำเนาอย่างต่อเนื่อง โดยวันที่ 9 เม.ย. มีผู้โดยสารประมาณ 130,000 – 140,000 คน และจะพุ่งสูงสุดในวันที่ 10 เม.ย. ถึง 180,000 คน
ทั้งนี้ บขส. เตรียมเที่ยววิ่งรถโดยสารกว่า 7,000 – 8,000 เที่ยวต่อวัน พร้อมจัดรถเสริม (รถทะเบียน 30) อีก 1,200 คัน เพื่อรองรับความต้องการ และยืนยันว่าจะไม่มีผู้โดยสารตกค้าง
การรีแบรนด์ “BKS” ครั้งนี้ จึงไม่ใช่แค่เปลี่ยนชื่อ แต่คือการ “รีเซ็ตองค์กร” เพื่อก้าวสู่ยุคดิจิทัลเต็มตัว เชื่อมการเดินทาง-โลจิสติกส์-อีคอมเมิร์ซ เข้าด้วยกันในระบบเดียว