นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานเปิดงานรณรงค์ “สงกรานต์ปลอดภัย ร่วมใจลดอุบัติเหตุทางถนน ถวายเป็นพระราชกุศลพระพันปีหลวง” พร้อมปล่อยแถวเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่ออำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 โดยมีผู้บริหารและหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม นายแพทย์แท้จริง ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ ภาคีเครือข่ายรณรงค์ลดอุบัติเหตุภาครัฐ ภาคเอกชน และสื่อมวลชน เข้าร่วมงาน ในวันที่ 10 เมษายน 2569 ณ สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชน โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ที่มีวันหยุดยาว 5 วัน ซึ่งจากรายงานสถิติในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2568 โดยมูลนิธิเมาไม่ขับ พบว่าผู้เสียชีวิต 253 คน บาดเจ็บ 1,495 คน นับเป็นความสูญเสียอย่างมหาศาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งพฤติกรรมในการเมาแล้วขับ โทรแล้วขับ ง่วงแล้วขับ ขับรถเร็ว ขับรถฝ่าฝืนกฎจราจร ล้วนเป็นสาเหตุสำคัญของอุบัติเหตุจราจรแทบทั้งสิ้น จากเหตุผลดังกล่าวข้างต้น กระทรวงคมนาคมจึงได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดบูรณาการเพื่อขับเคลื่อนแผนการอำนวยความสะดวกและปลอดภัยรองรับการเดินทางของประชาชนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ระหว่างวันที่ 10 - 19 เมษายน 2569 รวม 10 วัน ภายใต้หัวข้อการรณรงค์ “ออกเวลาไหนก็ถึงบ้านเหมือนกัน Smart Travel Songkran 2569” โดยตั้งเป้าลดอุบัติเหตุ ผู้เสียชีวิต และผู้บาดเจ็บบนโครงข่ายถนนของกระทรวงคมนาคม ให้ได้อย่างน้อยร้อยละ 5
สำหรับมาตรการในการให้บริการของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมที่ร่วมกันให้บริการฟรีเพื่อมอบเป็นของขวัญแก่พี่น้องประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ประกอบด้วย ยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย รวม 7 วัน ได้แก่ ทางพิเศษบูรพาวิถี และทางพิเศษกาญจนาภิเษก (บางพลี - สุขสวัสดิ์) ทางพิเศษอุดรรัถยา ทางพิเศษเฉลิมมหานคร ส่วนทางพิเศษศรีรัชยกเว้นค่าผ่านทาง รวม 3 วัน ยกเว้นการจัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางบนมอเตอร์เวย์ของกรมทางหลวง 3 เส้นทาง รวม 7 วัน ได้แก่ มอเตอร์เวย์หมายเลข 7 (กรุงเทพฯ - เมืองพัทยา) มอเตอร์เวย์หมายเลข 9 (สายวงแหวนรอบนอกกรุงเทพฯ ถนนกาญจนาภิเษก ตอนบางปะอิน - บางพลี และตอนพระประแดง - บางแค ช่วงพระประแดง - ต่างระดับบางขุนเทียน) และมอเตอร์เวย์หมายเลข 81 (บางใหญ่ - กาญจนบุรี) เปิดให้ใช้เส้นทางมอเตอร์เวย์ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างเพื่ออำนวยความสะดวกการเดินทางของพี่น้องประชาชน ได้แก่ มอเตอร์เวย์หมายเลข 6 ตลอดเส้นทาง จากบางปะอิน - นครราชสีมา โดยช่วงบางปะอิน - ปากช่อง จะให้ใช้เป็นขาออกกรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 10 - 13 เมษายน 2569 และเป็นขาเข้ากรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 14 - 19 เมษายน 2569 และช่วงปากช่อง - นครราชสีมา สามารถใช้ได้ทั้งขาออกและขาเข้า และเปิดให้ใช้เส้นทางมอเตอร์เวย์หมายเลข 82 จากแยกต่างระดับบางขุนเทียน - เอกชัย ระยะทาง 10 กิโลเมตร
กรมการขนส่งทางบกและภาคีเครือข่ายได้เปิดให้บริการตรวจเช็กสภาพรถฟรีสำหรับรถยนต์ส่วนบุคคล 29 แห่ง โดยดำเนินการที่สถานเอกชนที่ติดป้ายตรวจรถฟรีขับขี่ปลอดภัย โครงการอาชีวะขนส่งอาสาดำเนินการตรวจรถและบริการอำนวยความสะดวกระหว่างทาง 150 แห่ง ทั่วประเทศ รวมถึงได้ตั้งศูนย์อำนวยความสะดวกในการเดินทางที่สถานีขนส่งและจุดจอด Rest Area 219 แห่ง ทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 9 - 19 เมษายน 2569 ได้ประสานบริษัท ขนส่ง จำกัด ตรึงราคาตั๋วรถโดยสารประจำทางราคาเดิมจนถึงวันที่ 19 เมษายน 2569 รวมถึงประชาชนที่ได้สำรองซื้อตั๋วโดยสารล่วงหน้าไว้แล้ว จะยังคงจ่ายในราคาเดิมโดยไม่มีการเรียกเก็บส่วนต่างเพิ่ม และจะต้องไม่มีการยกเลิกตั๋วที่ได้สำรองไปก่อนหน้านี้ เพื่อให้ประชาชนมีรถโดยสารเดินทางในช่วงเทศกาลอย่างเพียงพอ ช่วยส่งมอบความสุขให้ประชาชนเดินทางกลับบ้านได้อย่างสบายใจ
กรมท่าอากาศยานได้ให้ท่าอากาศยานทุกแห่งประสานความร่วมมือผู้ประกอบการจัดรถรับ - ส่งผู้โดยสารให้เพียงพอทุกเที่ยวบิน ในส่วนของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้เปิดให้บริการจอดรถฟรี ณ ลานจอดรถระยะยาว โซน C ตั้งแต่เวลา 00.01 น. ของวันที่ 11 เมษายน - เวลา 24.00 น. ของวันที่ 15 เมษายน 2569 เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารและผู้ใช้บริการ รวมถึงได้จัดรถ Shuttle Bus สาย A บริการรับ - ส่งระหว่างลานจอดรถระยะยาวโซน C และอาคารผู้โดยสาร โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเนื่องในวันผู้สูงอายุแห่งชาติ 13 เมษายน การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยได้ยกเว้นค่าโดยสารรถไฟฟ้า MRT ให้แก่ผู้โดยสารที่มีอายุ 60 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ทั้ง 4 สาย ได้แก่ สายสีม่วง สายสีน้ำเงิน สายสีเหลือง และสายสีชมพู ระหว่างวันที่ 13 - 15 เมษายน 2569 ตลอดระยะเวลาให้บริการ ขณะที่องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพให้ขึ้นรถเมล์ฟรีทุกประเภท ในวันที่ 13 เมษายน 2569
สำหรับการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้เตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่ทั้งด้านการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัย เพื่อรองรับการเดินทางของประชาชนที่กลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยว และตั้งเป้าให้สามารถรองรับผู้โดยสารได้อย่างเพียงพอโดยไม่มีผู้โดยสารตกค้าง อย่างไรก็ตาม รฟท. ได้จัดเพิ่มขบวนรถเสริมพิเศษในเส้นทางสายเหนือ สายตะวันออกเฉียงเหนือ และสายใต้ จำนวน 3 ขบวน (11 เที่ยววิ่ง) ระหว่างวันที่ 10 - 12 14 - 15 และ 16 เมษายน 2569 และเที่ยวกลับ จำนวน 3 ขบวน (11 เที่ยววิ่ง) ระหว่างวันที่ 11 13 - 15 และ 17 เมษายน 2569 รวมทั้งสิ้น 6 ขบวน (22 เที่ยววิ่ง) ซึ่งจะช่วยรองรับผู้โดยสารเพิ่มได้ ควบคู่กับการพ่วงตู้โดยสารเพิ่มเติมในขบวนรถประจำ ถือเป็นการช่วยบริหารจัดการกับภาวะวิกฤตพลังงาน แต่ยังคงเพียงพอต่อความต้องการเดินทางของประชาชน
นอกจากนี้ นายพิพัฒน์ยังได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานหยุดกิจกรรมการก่อสร้าง และคืนพื้นผิวบริเวณพื้นที่ก่อสร้าง เพิ่มไฟฟ้าส่องสว่างในเส้นทางเพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการเดินทางในเวลากลางคืน การลดและปิดจุดเสี่ยงอุบัติเหตุ เฝ้าระวังจุดเกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อน และบริหารจัดการจราจรบนเส้นทางจราจรหนาแน่นติดขัด โดยให้หน่วยงานติดตามปริมาณจราจรตลอดเวลา เน้นบริหารจัดการจราจรเชิงรุก ระบายการจราจรอย่างทันสถานการณ์ ขอความร่วมมือรถบรรทุกงดวิ่ง และจัดหน่วยบริการเคลื่อนที่เพื่อให้บริการประชาชน
นายพิพัฒน์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ได้เน้นย้ำทุกหน่วยงานในเรื่องของการให้บริการพี่น้องประชาชนอย่างครบวงจร โดยมุ่งเน้น 3 มาตรการสำคัญ ได้แก่ 1) การจัดการระบบขนส่งสาธารณะให้เพียงพอ เพิ่มเที่ยวรถ รถไฟ และเที่ยวบิน รองรับประชาชนอย่างทั่วถึง ไม่ให้เกิดปัญหาผู้โดยสารตกค้าง พร้อมกำชับให้ยานพาหนะทุกคันต้องผ่านการตรวจสภาพอย่างเข้มงวด เพื่อความปลอดภัยสูงสุด 2) การควบคุมความพร้อมของผู้ให้บริการ พนักงานขับรถสาธารณะทุกคนต้องมีความพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ ตรวจวัดแอลกอฮอล์เป็นศูนย์ หากพบการฝ่าฝืนจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดเพื่อป้องกันความเสี่ยงตั้งแต่ต้นทาง 3) การอำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยตลอดเส้นทาง จัดให้มีจุดพักรถ จุดบริการประชาชน และสายด่วนตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ประชาชนสามารถเดินทางได้อย่างมั่นใจ และได้รับความช่วยเหลืออย่างทันท่วงที นอกจากนี้ ได้ขอความร่วมมือไปยังพี่น้องประชาชนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการลดอุบัติเหตุ โดย “เมาไม่ขับ ขับไม่เร็วเกินกฎหมายกำหนด พักผ่อนให้เพียงพอ และเคารพกฎจราจรอย่างเคร่งครัด” เพราะว่าความปลอดภัยเริ่มต้นได้จากตัวของเราทุกคน
ทั้งนี้ ประชาชนสามารถตรวจสอบข้อมูลการเดินทางและแจ้งอุบัติเหตุได้ที่ศูนย์ปลอดภัยคมนาคม สายด่วน 1356 และทางแอปพลิเคชัน อาทิ M Traffic สำหรับเดินทางบน Motorway / Thailand Highway Traffic สำหรับเดินทางบนทางหลวงทั่วประเทศ NAMTANG สำหรับเดินทางเชื่อมต่อด้วยระบบขนส่งสาธารณะในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล สายด่วนและ Website ของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม ประชาสัมพันธ์แนะนำทางลัดทางเลี่ยง การจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกทางถนน เช่น ภายในสถานีขนส่ง บริการจุดพักรถ จุดตรวจสภาพรถ จุดบริการประชาชน เป็นต้น