นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่มอบนโยบายแก่ กรมการขนส่งทางบก ว่า กระทรวงคมนาคมภายใต้การกำกับของ พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายยกระดับระบบขนส่งทางบกทั้งระบบ เพื่อให้สอดรับกับทิศทางเศรษฐกิจและนโยบายรัฐบาล โดยกำหนด 6 นโยบายสำคัญเป็นกรอบดำเนินงาน
ทั้งนี้ นโยบายดังกล่าวมุ่งเน้นการใช้ระบบขนส่งเป็นกลไกสนับสนุนเศรษฐกิจ ลดภาระค่าครองชีพประชาชน และเพิ่มขีดความสามารถของผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมขนส่ง ควบคู่กับการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาปรับใช้ในภาครัฐ
ในมิติด้านเศรษฐกิจ กระทรวงคมนาคมเตรียมผลักดันมาตรการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง พร้อมศึกษาแนวทางการกำหนด “กลไกค่าโดยสารอัตโนมัติ” ให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงตามภาวะเศรษฐกิจ เพื่อสร้างความสมดุลระหว่างผู้ประกอบการและผู้ใช้บริการ
ขณะเดียวกัน ได้เร่งขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด โดยสนับสนุนการใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ผ่านมาตรการจูงใจ เช่น การพิจารณายกเว้นภาษีรถประจำปี การสนับสนุนแท็กซี่ EV รวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสถานีชาร์จไฟฟ้าในรูปแบบความร่วมมือระหว่างรัฐและเอกชน (PPP) เพื่อลดต้นทุนระยะยาวของระบบขนส่ง
ด้านความปลอดภัย มุ่งยกระดับมาตรฐานการให้บริการขนส่งสาธารณะให้เทียบเท่าสากล โดยเพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแล และนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในกระบวนการตรวจสภาพรถ เพื่อลดภาระผู้ประกอบการ พร้อมรักษามาตรฐานความปลอดภัย
นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการยกระดับรถรับส่งนักเรียนให้เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยตามกฎหมาย โดยเร่งนำรถนอกระบบเข้าสู่การกำกับดูแลอย่างเป็นรูปธรรม
สำหรับการกำกับดูแลรถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชัน กระทรวงฯ ตั้งเป้าจัดระเบียบให้แล้วเสร็จภายใน 4 เดือน เพื่อให้เกิดการแข่งขันที่เป็นธรรม ลดความขัดแย้งในระบบ และเปิดโอกาสให้ผู้ขับขี่สามารถประกอบอาชีพได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
ในส่วนของการพัฒนาระบบราชการ เตรียมเดินหน้าสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล โดยนำเทคโนโลยี เช่น เครื่องจำลองการขับขี่ (Simulator) มาใช้ในการทดสอบผู้ขอใบอนุญาตขับรถ เพื่อเพิ่มความแม่นยำและยกระดับมาตรฐานการออกใบอนุญาต พร้อมปรับปรุงกระบวนการทำงานเพื่อลดขั้นตอนและเพิ่มความรวดเร็วในการให้บริการ
ด้าน สรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก ระบุว่า หน่วยงานพร้อมขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อยกระดับคุณภาพระบบขนส่งทางบก เพิ่มความปลอดภัย และสร้างความเป็นธรรมให้กับทุกภาคส่วน
อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญที่ต้องติดตาม คือ การแปลงนโยบายไปสู่ผลลัพธ์เชิงรูปธรรม โดยเฉพาะมาตรการลดต้นทุนและการจัดระเบียบผู้ให้บริการในระบบ ซึ่งจะมีผลโดยตรงต่อโครงสร้างอุตสาหกรรมขนส่ง และค่าครองชีพของประชาชนในระยะต่อไป